สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 6 บทที่ 174 ฝ่าบาท มีคนโจมตีนกของท่าน

        ในใจของราชาแบล็กสโตนเต็มไปด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดความคิดน่ากลัวๆ แบบนั้นขึ้นมาได้ และเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย?

        เขารีบย้ำเตือนกับตัวเองซ้ำๆ ว่าองค์ชายอีวานที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่คนที่เขาสามารถทำให้โมโหได้ เขาพยายามบังคับให้มือตัวเองผละออกมาจากด้ามดาบความรู้สึกนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เสียป้อมปราการแบล็กสโตนหรือทหารนับสี่พันคนซะอีก

        องค์ชายอีวานไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นด้านหลัง เขายังคงควบม้าทะยานไปด้านหน้า

        เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่า คนที่อยู่ด้านหลังของตัวเองกำลังจับจ้องมาที่แผ่นหลังของเขาด้วยแววตาแฝงความกระหายเลือด ไม่ได้รู้เลยว่าในระยะเวลาสั้นๆ ชีวิตน้อยๆ ของตัวเองเกือบจะถูกเคียวยมทูตพรากออกจากร่างไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดครั้ง

        ทั้งสองคนต่างพากันควบม้าตรงกลับไปที่เมืองแบล็กสโตน

        หลังจากที่พวกเขาถูกราชาแซมบอร์ดข่มขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ คนหนึ่งตกลงจากหลังม้าหน้าทิ่มดิน อีกคนก็วิ่งหนีตายตาเหลือกทำให้ไม่ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ซุนเฟยทำหลังจากที่เปลี่ยนเป็น 'โหมดเนโครแมนเซอร์' ด้วยความกลัวเสียหน้าทั้งสองคนจึงตัดสินใจไม่บอกเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับใคร

        ตอนนี้นกอินทรียักษ์สีขาวที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าก็ค่อยๆ บินหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ เพียงพริบตาเดียวก็หายไปจากคลองจักษุ

           ……

           ……

        ป้อมปราการแบล็กสโตน ณ คุกน้ำ

        เสียงตะโกนว่าฆ่าที่อยู่ด้านนอกก็ค่อยๆ สงบลงทำให้กลุ่มคนที่อยู่ในคุกน้ำต่างเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างรุนแรง

        “นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ยังมีคนกล้ามาก่อเรื่องวุ่นวายในป้อมปราการแบล็กสโตนอยู่อีกหรือ?”

        ชายร่างผอมสูงที่ถูกตรึงอยู่บนผนังกำแพงที่เปียกชื้นอย่างแน่นหนาหันไปถามสหายที่ถูกตรึงอยู่ข้างๆขณะเดียวกันก็ขยับเอวของตัวเอง ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งร่างของเขานั้น เขาสามารถเคลื่อนไหวได้เพียงส่วนนี้ส่วนเดียวบรรดาผู้คุมที่โหดร้ายพวกนั้นใช้ลวดหนามแหลมคมพันร่างของชายคนนี้อย่างแน่นหนาบาดแผลบนร่างของชายคนนี้ยังคงไม่สมานตัวกันเท่าไรเพราะแค่เขาขยับร่างเบาๆ หนามแหลมคมก็จะคอยขูดกล้ามเนื้อของเขาจนกลายเป็นรอยปริแตกเลือดสีแดงสดและหนองอักเสบไหลไปตามลวดหนาม ก่อนจะหยดลงไปในน้ำสีดำเหม็นๆ ที่ท่วมอยู่ตรงหัวเข่าแต่ที่น่าตกใจก็คือแม้ว่าร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลและแทบจะหาผิวหนังที่สมบูรณ์ไม่ได้อีกทั้งต้องมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรกับคุก แต่สีหน้าของพวกเขากลับดูผ่อนคลายในขณะที่พูดยังหัวเราะออกมาเบาๆ ได้อีกด้วยไม่มีความรู้สึกหดหู่หรือสิ้นหวังกับสถานการณ์ที่ตัวเองเผชิญอยู่เลย

        “บางทีน่าจะเป็นพวกทหารรับจ้างหรือไม่ก็พวกพ่อค้าที่ถูกพวกผีดูดเลือดสนใจเข้าราชาแบล็กสโตนมันก็ทำเหมือนก่อนหน้านี้นั่นแหละ ที่สังหารผู้อื่นเพื่อปล้น” ชายที่อยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นมา“หรือว่า เจ้าหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น? เจ้าลองฟังสิ เสียงเงียบไปแล้วเหล่าผู้มาเยือนที่น่าสงสารคงถูกพวกปีศาจเหล่านั้นจับกินไปหมดแล้วล่ะ...”

        “เจ้ายังกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของพวกเราอยู่อีกงั้นหรือ ราชาแบล็กสโตนมันเป็นคนใจคอโหดเหี้ยม ที่พาพวกเรามาขังไว้ที่นี่ก็คงไม่พ้นอยากจะสังหารทาสเมืองแซมบอร์ดอย่างพวกเรา...”

        เหล่านักโทษที่ถูกคุมขังไว้ที่ใต้คุกน้ำต่างเป็นทาสเมืองแซมบอร์ดทั้งหมด

        คุกใต้น้ำของป้อมปราการเมืองแบล็กสโตนตั้งอยู่ในถ้ำใต้ดินตรงหน้าผาแห่งหนึ่งที่นี่ก็ดูไม่ต่างจากเรือนจำในเขาวงกตใต้ดินด้านหลังภูเขาของเมืองแซมบอร์ด ทว่าสภาพแวดล้อมที่นี่กลับเลวร้ายยิ่งกว่านับร้อยเท่า คุกใต้น้ำของที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นในน้ำสีดำยังเต็มไปด้วยซากสัตว์เล็กๆ และหนูตายลอยขึ้นอืดมีแม้กระทั่งแขนขาของศพคนตายที่ถูกตัดลอยขึ้นอืดอยู่ในน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าจนฉุนจมูก และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงด้วยแล้วน้ำในคุกใต้น้ำก็ยิ่งหนาวไปยันไขกระดูก หลายๆ คนที่ร่างกายอ่อนแอและถูกคุมขังไว้ที่นี่อยู่ได้ไม่เกินวันสองวันก็พากันทยอยล้มตายไปทีละคน หากไม่หนาวตายก็หิวตายชีวิตมนุษย์ต่ำยิ่งกว่าหญ้าแต่กลับอึดยิ่งกว่าแมลงสาบ แม้จะตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าสิ้นหวังแบบนี้แต่ทาสเมืองแซมบอร์ดหลายคนก็พากันปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้ายนี้ได้ และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันไว้ให้ยังคงมีชีวิตรอดต่อไป

        เพราะในใจของพวกเขายังคงมีความหวังอันริบหรี่ที่ยังคงประคับประคองพวกเขาอยู่

        ได้มีราชาที่ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาที่เมืองแซมบอร์ด

        นี่เป็นสิ่งที่ท่านผู้เฒ่าโซล่าบอกพวกเรา

        ท่านผู้เฒ่าโซล่าเคยบอกไว้ว่าราชาแซมบอร์ดจะนำกองทัพไร้พ่ายมาทำลายเมืองแบล็กสโตนและจะมาช่วยพวกเราออกไปจากขุมนรกแห่งนี้

        แม้ว่า...นี่จะเป็นเพียงจินตนาการที่สวยหรู

        แต่จินตนาการเหล่านี้ก็เป็นความหวังของพวกเขา

        การที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในหลุมแร่เหมือนซากศพเดินได้ทำให้พวกเขาละทิ้งความคิดที่จะดิ้นรนต่อสู้กับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ แต่พอได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับความแข็งแกร่งและความชาญฉลาดของราชาเมืองแซมบอร์ดมา มันทำให้พวกเขาที่เหลือต่างรู้สึกมีความหวังขึ้นมาแม้ความหวังจะเป็นสิ่งที่หรูหราแต่พวกเขาก็ยินดีที่จะหลอกตัวเองว่า อีกไม่นานราชาเมืองแซมบอร์ดผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจะมาพวกเขายินดีที่จะโง่งมกับความหวังที่เลือนรางพวกนั้น เพราะอย่างไรเสีย มีความหวังก็ยังดีกว่าไม่มีจริงไหม?

        แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าความหวังของพวกเขากำลังจะถูกทำลาย

        บางที เมืองแซมบอร์ดอาจจะมีราชาที่ยิ่งใหญ่และเป็นราชาที่สามารถทำลายกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักรได้และอาจจะมีสักวันหนึ่งที่ราชาเมืองแซมบอร์ดจะนำกองทัพไร้พ่ายมาทำลายป้อมปราการแบล็กสโตนแห่งนี้...ตอนนี้ราชาแบล็กสโตนที่ชั่วร้ายก็คงเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามนี้ถึงได้ตัดสินใจชิงลงมือสังหารพวกเขาทั้งหมดก่อนเพื่อเป็นการปิดปาก...ดูเหมือนว่าพวกเขาคงไม่สามารถอยู่รอจนถึงวันนั้นได้

        เมื่อคิดว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังถืออยู่ไม่ใช่แสงสว่างแห่งความหวังแต่กลับเป็นความตาย มันทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวังนาทีนั้นทุกคนที่อยู่ในคุกน้ำพากันเงียบขรึม

        “ผิดปกติแฮะ...สถานการณ์นี้มันผิดปกติอยู่นะ...” ทันใดนั้น ชายร่างผอมก็พลันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเขาขมวดคิ้วก่อนจะเอียงหูฟังอย่างตั้งใจไม่นานดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย ก่อนจะหันไปถามสหายที่อยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้นว่า “ด้านนอกมันเงียบเกินไปปกติจะต้องได้ยินเสียงข่มขู่ลอยมาตามลมนะ แต่คราวนี้กลับไม่มีเลย...”

        “เอ็ดดี้ เจ้า...เจ้าอยากจะพูดอะไร?” สหายที่อยู่ข้างๆ ตัวสั่นขึ้นมาความจริงแล้วตัวเขาเองก็พอจะเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อดี แต่ก็แค่ไม่กล้าที่จะเชื่อดังนั้น น้ำเสียงที่ถามกลับจึงสั่นๆ

        “บางที...ท่านผู้เฒ่าโซล่าอาจจะพูดถูกนะ?” ชายร่างผอมที่ชื่อเอ็ดดี้ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา เสียงของเขาเริ่มดังขึ้น

        “เจ้าหมายถึง...ไม่ๆๆๆ เป็นไปไม่ได้...มันจะเป็นไปได้อย่างไร!” เริ่มมีคนอื่นเข้ามาร่วมสนทนา

        ชายคนนี้เป็นคนโครงกระดูกใหญ่บางที ก่อนหน้านี้เขาอาจจะเคยเป็นชายที่มีรูปร่างกำยำแข็งแรงมาก่อน แต่เมื่อต้องมาใช้ชีวิตเป็นทาสเหมืองแร่เป็นเวลานานๆทำให้ตอนนี้ร่างของเขาผ่ายผอมลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดท่ามกลางทาสเมืองแซมบอร์ดทั้งสี่ห้าร้อยคนในที่นี่ เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เอ็ดดี้พูดก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาแม้ปากจะพูดว่าไม่เชื่อแต่ใครๆ ก็ดูออกว่าเขากำลังหวังว่าสิ่งที่เอ็ดดี้พูดจะเป็นความจริง

        ตอนนี้เองทาสเมืองแซมบอร์ดทุกคนที่อยู่ในคุกน้ำก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา

        ใช่หรือ? มันเป็นความจริงใช่ไหม?

        คำทำนายของผู้เฒ่าโซล่ากำลังจะเป็นจริงอย่างงั้นหรือ?

        ทันใดนั้น ความหวังก็ลุกโชนขึ้นมาทันทีทำให้สายตาของทุกคนต่างมองไปที่ทางเข้าของคุกใต้น้ำ กำลังเฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้น

        ตอนนี้เองพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งดังเข้ามา

        ในที่สุด ช่วงเวลาตัดสินชะตากรรมก็มาถึงแล้ว

        ทันใดนั้น หัวใจของพวกเขาทุกคนก็เต้นโครมครามขึ้นมาพวกเขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะเป็นทหารแบล็กสโตนที่ถือมีดดาบเดินเข้ามาไม่ใช่ราชาแซมบอร์ดที่พวกเขากำลังรอคอยอยู่แม้แต่เอ็ดดี้ ชายร่างผอมที่มองโลกในแง่ดีมาตลอดก็พลันเริ่มสิ้นหวังเหมือนคนอื่นๆ พูดกันตามตรง ตอนนี้พวกเขากำลังกลัวมากพวกเขาไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมชาติต้องมาตายในคุกน้ำใต้ดินที่มืดมิดแห่งนี้

        แอ๊ด!

        เสียงเปิดประตูขึ้นสนิมดังขึ้น

        จากนั้นก็มีลำแสงสายหนึ่งที่สว่างสดใสสะท้อนเข้ามา

        มันเป็นลำแสงสีขาววิบวับที่ทะลุเข้ามาจากด้านหลังประตูเหล็ก แสงสว่างที่จ้าขนาดนี้ทำให้เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดที่ถูกขังอยู่ในคุกน้ำใต้ดินที่มืดมิดปรับตัวไม่ทัน พวกเขาพากันหลับตาลง ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้า พวกเขาค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมอง พบว่าตรงทางเข้าคุกน้ำมีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะทั่วทั้งร่างยืนอยู่ ร่างของชายคนนี้ปกคลุมไปด้วยแสงสว่างที่เจิดจ้าทำให้พวกเขาต่างมองเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้ไม่ชัด

        “สวมชุดเกราะ...”

        “หรือว่าจะเป็นทหารเมืองแบล็กสโตน?”

        “อ่า...พวกเรากำลังจะตาย...”

        “ราชาแซมบอร์ดผู้ยิ่งใหญ่อยู่ที่ไหน? ทำไมเขาถึงยังไม่มาหาพวกเราสักที?”

        เมื่อเห็นฉากตรงหน้าทาสเมืองแซมบอร์ดพากันสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีบางคนที่กำหมัดแน่นด้วยความโมโหพวกเขาคิดจะดิ้นรนต่อสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ทันใดนั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา

        “ฝ่าบาท ที่นี่คือคุกน้ำ พวกเราทั้งหมดต่างอยู่ด้านในแต่ฝ่าบาทอย่าเสด็จเข้าไปนะพะยะค่ะ ในนั้นมันมีแต่น้ำสกปรกและเหม็นมาก!”

        เสียงนี้มัน...เสียงของผู้เฒ่าโซล่านี่?!

        เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดก็ชะงักทันที มันจะเป็นไปได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าผู้เฒ่าโซล่าถูกทหารแบล็กสโตนทุบตีจนขาหักแล้วโยนลงไปในหลุมด้านหลังภูเขาหรอกหรือ? ที่ลานจัตุรัสเลือดเมื่อสี่วันก่อน ผู้เฒ่าโซล่าถูกตัดสินโทษประหารชีวิตต่อหน้าทาสเมืองแซมบอร์ดพวกเขาเห็นกับตาว่าผู้เฒ่าโซล่าถูกควักลูกตา ตัดแขน ตัดขาและตัดลิ้นผู้เฒ่าโซล่าได้รับบาดเจ็บหนักมาก ไม่น่าจะมีชีวิตรอดด้วยซ้ำ

        เดี๋ยวนะเมื่อกี้เขาเพิ่งพูดว่าอะไรนะ?

        ฝ่า...ฝ่าบาท?

        คนที่สามารถทำให้ผู้เฒ่าโซล่าเรียกขานด้วยความเคารพขนาดนี้เป็นใคร?

        ทุกคนต่างพากันนึกถึงคนคนหนึ่ง

        ไม่มีใครไม่รู้จักนิสัยของผู้เฒ่าโซล่าเขาเป็นคนหัวแข็งและดื้อรั้นเหมือนลาโง่นอกจากราชาเมืองแซมบอร์ดแล้ว เขาจะยังเรียกใครว่าฝ่าบาทได้อีก? และไม่มีทางที่เขาจะเรียกราชาของอาณาจักรอื่นว่าฝ่าบาทแน่ๆเพราะแม้แต่ราชาแบล็กสโตนที่เคยให้ความสำคัญกับความสามารถด้านการบริหารการปกครองของผู้เฒ่าโซล่ายังเคยกล่าวไว้ว่า ขอเพียงท่านผู้เฒ่าเรียกเขาว่าฝ่าบาทคำหนึ่งเขาก็ยินดีที่จะเปลี่ยนสถานะจากทาสของท่านผู้เฒ่าเป็นขุนนางของเมืองแบล็กสโตน แต่ก็ถูกท่านผู้เฒ่าโซล่าปฏิเสธเสียงแข็งจนหน้าชามาแล้ว

        “ประชาชนของข้าถูกคุมขังไว้ด้านในตั้งสี่วันแล้วทำไมข้าจะเข้าไปสักครู่ไม่ได้?”

        น้ำเสียงเคร่งขรึมทรงอำนาจลอยเข้ามาในหูของพวกเขาทุกคนทันใดนั้นทุกคนก็เห็นแสงสว่างสีขาวที่ปกคลุมร่างของคนคนนั้นค่อยๆ กลายเป็นแสงสีทองเรืองรองออกมากลิ่นอายที่กระจายออกมาจากร่างของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวลฉับพลัน แสงสว่างสีทองนี้เริ่มก็เจิดจ้าทั่วคุกใต้ดินที่มืดมิดทันทีที่ลำแสงสีทองได้ซึมเข้าไปในร่างของพวกเขา ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น รอยแผลต่างๆ บนร่างของพวกเขาเริ่มฟื้นฟูขึ้นอย่างช้าๆ

        ใบหน้าสง่าผ่าเผยของชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาในคลองจักษุของทุกคน

        ใบหน้านี้ได้ประทับลงในจิตวิญญาณของพวกเขาทุกคน

        ชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่อาจลืมใบหน้าของคนคนนี้ไปได้แน่

        “เหล่าผู้กล้าของเมืองแซมบอร์ด ข้าอเล็กซานเดอร์มาช้าไป ข้ารู้ถึงความทุกข์ทรมานที่พวกเจ้าเคยได้รับจากที่นี่ ในฐานะราชาของพวกเจ้าข้าต้องขออภัยพวกเจ้าทุกคน ขอโทษจริงๆข้าอเล็กซานเดอร์ผู้นี้ ได้สร้างความด่างพร้อยให้แก่เกียรติยศของราชวงศ์แซมบอร์ดที่ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประชาชนของตัวเอง!”

        ซุนเฟยก้าวเท้าลุยเข้ามาในน้ำที่สกปรกและเน่าเหม็นลำแสงสีทองบนร่างเขาก็ยิ่งสว่างเจิดจ้ากว่าเดิม

        ทักษะพาลาดิน 'ภาวนา'

        เมื่อเปิดใช้ทักษะนี้จะสามารถเพิ่มพลังชีวิตให้แก่ตัวเองและคนในทีมของตัวเอง ทั้งยังฟื้นฟูพลังงานให้แก่พวกเขาและยังรักษาบาดแผลที่พวกเขาได้รับอีกด้วย

        ในขณะเดียวกันในมือของเขาก็ถือดาบสีดำแล้วเดินเข้ามาหาพวกเขาปลายดาบสั่นเบาๆ ก่อนจะมีเสียงดังวูบๆลวดหนามและกุญแจมือที่พันธนาการร่างของพวกเขาไว้ก็ขาดเป็นสองส่วนทันทีคมดาบพวกนี้ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดใดๆ ให้แก่ร่างของพวกทาสสักนิด

        ในระหว่างที่กำลังฟันลวดหนามที่พันร่างพวกเขาเหล่าทาสทุกคนต่างพากันมองตาค้าง

        พวกเขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของราชารู้สึกได้ว่าบาดแผลที่อยู่บนร่างของเขากำลังสมานกัน รู้สึกได้ถึงเครื่องพันธนาการที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่พวกเขากำลังร่วงหล่นลงพื้น และรู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่าในทุกส่วนของร่างกายมันเหมือนกับความฝันที่สวยงามที่พวกเขามักจะคอยนึกถึงอยู่เสมอในยามที่รู้สึกเจ็บและรู้สึกหิวโหยพวกเขาลืมวิธีคิดลืมวิธีพูดลืมวิธีเคลื่อนไหว แม้กระทั่งลืมตัวเอง...จริงหรือ? นี่เป็นความจริงใช่ไหม? ทุกคนพลันถามตัวเองซ้ำๆ บางคนยังแอบหยิกเนื้อตัวเองดูเพื่อเป็นหลักฐานว่าพวกเขาไม่ได้ฝันไป

        วินาทีต่อมา ด้านนอกคุกน้ำในขณะที่แลมพาร์ดและพวกดร็อกบากำลังจะก้าวเข้าไปก็พลันได้ยินเสียงโห่ร้องดังกึกก้องจนสั่นสะเทือนไปทั่วคุก

        “ราชาทรงพระเจริญ!”

        “ฝ่าบาททรงพระเจริญ!”

        “ราชาแซมบอร์ดทรงพระเจริญ!”

        เสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องนี้แฝงไปด้วยความดีใจและตื่นเต้นนอกจากที่นี้ยังมีบางคนที่ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นใจวินาทีนี้แลมพาร์ดและทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับพวกเขาราวกับว่าได้ย้อนกลับไปเมื่อสี่เดือนก่อนในตอนที่กองทัพทหารเกราะดำได้ล้อมเมืองแซมบอร์ดไว้ตอนนั้นราชาในชุดอัศวินเกราะหนักก็ถือขวานยักษ์รุกไล่สังหารพวกยอดฝีมือเพื่อช่วยชีวิตทุกคนไว้ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะร่วมโห่ร้องไปด้วยท่าทางฮึกเหิม “ราชาทรงพระเจริญ!”

           ……

           ……

        เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดต่างเหนื่อยล้า หิวโหยและดีใจในเวลาเดียวกัน ไม่ช้า ทุกคนก็ถูกพามาที่ลานหินกว้างที่มีอากาศถ่ายเทและพื้นที่แห้ง เหล่าเทศกิจเมืองแซมบอร์ดได้จัดการทำลายลานจัตุรัสเลือดทิ้ง หลังจากนั้นก็ตั้งเต็นท์ขึ้นมาก่อนจะเริ่มก่อไฟและทำอาหาร

        “เอ๊ะ เป็นเจ้านี่เอง ไอ้เฒ่าทอม โอ้พระเจ้า เจ้ายังมีชีวิตอยู่...”

        “พระเจ้า เรื่องจริงใช่ไหม? พ่อ หลังจากที่พ่อหายตัวไปข้ากับแม่ก็นึกว่าท่านตายไปแล้ว ที่แท้ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่...ขอบคุณพระเจ้าขอบคุณฝ่าบาท!”

        “กูต้า ป้านีน่าร้องไห้ตาแทบบอดเพราะคิดถึงท่านทุกวันเลย ท่านต้องรีบกลับไปนะ”

        “พี่ชาย พี่จำข้าได้ไหม? ข้าเองคาร์ล คาร์ลน้องพี่ไง ในที่สุดข้าก็หาพี่พบแล้ว พี่รู้ไหม? ตั้งแต่ตอนที่พี่หายตัวไปพ่อกับแม่เสียใจมาก พวกเขาตายไปเมื่อปีก่อน...”

        บทสนทนาดังขึ้นมาไม่ขาดสายบนลานจัตุรัสเลือด

        พวกเขาต่างเป็นคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อนหลายครอบครัวต่างพากันนึกว่าตายไปแล้ว ก็ต้องทนทุกข์ทรมานมาโดยตลอดคาดไม่ถึงว่าปาฏิหาริย์และโชคชะตาจะทำให้กลับมาพบกันอีกครั้งหลายๆ คนต่างได้พบญาติสนิทมิตรสหายจากบรรดาทาสที่เหลือรอด

        แน่นอนว่านอกจากนี้ยังมีทาสเหมืองแร่กว่าสองร้อยคนที่อยู่ในสภาพอ่อนแอบางคนก็ติดเชื้อมาลาเรีย หากซุนเฟยมาไม่ทันคงได้ตายอยู่ในคุกน้ำไปแล้ว

        ศพของทาสเมืองแซมบอร์ดที่ตายในคุกน้ำทั้งหมดต่างถูกนำไปรวมกันที่หลุมด้านหลังป้อมปราการแบล็กสโตนเปลวไฟแห่งความแค้นได้ลุกโชนขึ้นมาในหัวใจของทุกคน พวกเขาต่างเห็นร่องรอยการกระทำอันโหดร้ายจากบนตัวของศพซุนเฟยตัดสินใจเผาพวกเขา วาดหวังจะปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ทนทุกข์ทุกดวงของทาสเมืองแซมบอร์ดที่ตายไปศพนับพันถูกเผาจนเหลือเพียงกระดูก พวกเขาต่างเก็บรวมรวมลงในหีบใหญ่ถึงสิบหีบในฐานะราชา ซุนเฟยสัญญากับทุกคนว่าจะนำกระดูกเหล่านี้ไปฝังไว้ที่ยอดเขาตะวันออกฝังไว้ในที่เดียวกันกับเหล่าวีรบุรุษ

        “ในฐานะราชา ข้าขอสัญญากับพวกเจ้าว่า นับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีประชาชนเมืองแซมบอร์ดคนใดจะต้องกลายเป็นทาส ไอ้ระยำคนใดที่ทำร้ายประชาชนเมืองแซมบอร์ดไม่ว่ามันจะเป็นใครจะต้องได้รับการลงโทษจากราชาเมืองแซมบอร์ดและพระเจ้า!”

        ในขณะที่เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่เบื้องหน้าซุนเฟยได้เอ่ยคำสาบานของตัวเองออกมา

        เหล่าทหารเมืองแบล็กสโตนที่ถูกจับกุมในฐานะเชลยกว่าสี่รร้อยคนต่างถูกมัดอยู่บนเสาหินกลางลานจัตุรัสให้ทาสเมืองแซมบอร์ดได้ชี้เป็นพยานว่าทหารคนใดที่ได้สังหารชาวเมืองแซมบอร์ดไปบ้างทั้งหมดที่ถูกชี้ก็จะถูกตัดสินให้โทษประหารส่วนคนที่เหลือก็จะโดนยึดชุดเกราะแล้วไล่ให้เดินกลับเมืองแบล็กสโตนของพวกมัน

        สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายลง

        ซุนเฟยและแลมพาร์ดกับเหล่าผู้นำได้ทำการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการช่วยเหล่าชาวเมืองทั้งหมด

        กองทัพเมืองแซมบอร์ดจำเป็นต้องรีบเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบที่เมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมันจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานมากดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถดูแลและนำเหล่าทาสที่อยู่ในสภาพอ่อนแอทั้งหกเจ็ดร้อยคนเดินทางไปด้วยได้ หลังจากปรึกษาหารือกันได้ไม่นานก็ได้ข้อสรุปว่าจะให้แลมพาร์ดนำ 'สองอสูรกาย'  อัศวินบรอนซ์เซนต์ทั้งยี่สิบห้าคนและหน่วยเทศกิจอีกห้าสิบคน นำเหล่าทาสทั้งหมดกลับไปส่งที่เมืองแซมบอร์ดและมอบหมายให้เบสท์เป็นผู้รับช่วงต่อจากนั้นก็ให้พวกเขาเร่งตามมาสมทบกับซุนเฟยและคนอื่นๆ ที่เดินทางไปรออยู่ที่เมืองหลวงล่วงหน้าแล้ว

        เมื่อข้อสรุปออกมาทหารที่จะไปส่งก็ตัดสินใจจะพักอยู่ที่นี่อีกคืนหนึ่งให้พวกทาสเมืองแซมบอร์ดที่ยังอ่อนแอได้พักผ่อนจนฟื้นฟูกำลังขึ้นมาอีกนิดแล้วค่อยออกเดินทางไปส่ง

        ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น 'โหมดดรูอิด' เขาได้อัญเชิญหมาป่ายักษ์สีขาวออกมาสี่ตัวและอีกายักษ์สามตัว ให้คอยลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่รอบๆที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้เหล่าทหารที่ต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงในช่วงเช้าได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่

        “ฝ่าบาท มีบางอย่างกำลังโจมตีนกของพระองค์!” ทันใดนั้นดร็อกบาก็พลันตะโกนออกมา

        ซุนเฟยรู้สึกแปลกๆเห็นๆ อยู่ว่ามันเป็นอีกาแล้วจะเรียกมันว่านกทำไม

        เขาเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าปรากฏร่างของนกอินทรียักษ์สีขาวที่ไม่รู้ว่าบินมาจากไหนกำลังบินไล่ตามโจมตีอีกาอัญเชิญของเขา ท่าทางของมันดูหงุดหงิดและโหดร้ายมาก

        “ยิงมันลงมา!”

        ซุนเฟยสั่งการทันทีราชองครักษ์เฟร์นันโด ตอร์เรสจึงยกคันธนูขึ้นเล็ง ก่อนจะยิงลูกธนูออกไปลูกธนูยิงไปที่หัวของนกอินทรีนยักษ์นั่น เสียงร้องของนกดังขึ้นมันกระพือปีกสองสามครั้งก่อนจะร่วงลงมา

           -------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
271K 1043
ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

นิยาย แฟนตาซี
4.58M 3380
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

นิยาย แฟนตาซี
282K 1440
กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.78M 1459
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734