หลังจากที่พวกฉางเฟิงจากไปก็ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติแม้จะมีบางขุมอำนาจได้รับความสูญเสียแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรากฐานถูกทำให้เสียหาย ส่วนตัวตนของฉางเฟิงก็ไม่มีใครรู้แล้วอีกอย่างฉางเฟิงตอนนี้ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวตนและพลังนี้อีกด้วยเพราะฉางเฟิงรู้จากเย่เฉียนว่าในอาณาจักรนี้ยังมีระดับจักรพรรดิอีกหลายคนซ่อนตัวอยู่แม้พวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่าซงเทียนหรือจักรพรรดิสุราแต่ก็หาใช่สิ่งที่ฉางเฟิงจะต่อกรได้ในตอนนี้
“เจ้าหนูข้าทำตามที่สัญญาแล้วถึงเวลาที่เจ้าต้องมอบวิธีหมัดสุราหวนคำนึกให้กับข้าแล้ว”จักรพรรดิสุราที่โกรธเมื่อครู่ได้กลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง
“ไม่มีปัญหา”ฉางเฟิงค้นหาแผ่นหยกในแหวนมิติ
“โอ๊ะนี่ไม่ใช่” หนังสือเล่มหนึ่งล่วงลงมาจากแหวนมิติตัวหน้าหนังสือมีตัวอักษร“เหล้าเซียนหงส์ษา”
“นี่มัน!!!!!!!”จักรพรรดิสุรากระโจนออกไปเตรียมจะหยิบหนังสือที่ตกลงพื้นแต่ฉางเฟิงกลับไวยิ่งกว่าและนำมันเก็บเข้าแหวนมิติทันที
“ไม่อันนี้ไม่ใช่ นี่ไงข้าเจอแล้ว” ฉางเฟิงนำแผ่นหยกที่ตนสลักวิธีหมักสุราเอาไว้ส่งให้กับจักรพรรดิสุรา
แต่ตอนนี้ดวงตาของจักรพรรดิสุราจะมาสนใจแผ่นหยกได้อย่างไรกันดวงตาของจักรพรรดิสุรามองไปที่แหวนมิติของฉางเฟิงอย่างร้อนแรง
“เจ้าหนูหนังสือเมื่อครู่คือหนังสืบบ่มสุราเซียนหงส์ษาในตำนานใช่หรือไม่” จักรพรรดิสุราคำรามออกมา
“อะไรกันท่านเข้าใจผิดแล้วตาของท่านต้องไม่ดีแน่ๆ” ฉางเฟิงยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
หนังสือบ่มสุราเซียนนี้ฉางเฟิงนำมันมาจากห้องตำราของตงจวิ้นแน่นอนว่ามันเป็นของล้ำค่ามากๆมันช่วยให้ระดับจักรพรรดิสามารถบรรลุการเป็นเซียนได้อย่างน้อยมันเพิ่มโอกาสมากขึ้นถึง 3 ใน 10 ส่วน คิดดูถ้าระดับจักรพรรดิรู้ว่าฉางเฟิงมีสิ่งนี้อยู่ย่อมไม่ลังเลที่จะแย่งชิงมาอย่างแน่นอน
“เด็กน้อยไม่สิหลานชาย เจ้าจะมาล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ ตลอดชีวิตของข้ามีสุราชนิดหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องได้ชิมให้ได้เพราะงั้นได้โปรดให้ข้าได้อ่านวิธีบ่มมันด้วย”จักรพรรดิสุรากล่าว
“นี่ตาแก่เจ้าจะไร้ยางอายไปใหน ของล้ำค่าแบบนี้เจ้าอยากจะขอดูฟรีๆ” เสี่ยวจินเค้นเสียง
จักรพรรดิสุราถึงกับไม่ชอบใจที่เสี่ยวจินเรียกตนเองว่าตาแก่เพราะเมื่อเทียบกันแล้วอายุขัยของจักรพรรดิสุราเทียบกับเสี่ยวจินไม่ได้แม้แต่เสี้ยว
“ใช่แล้วอาจารย์ท่านหัดรู้จักยางอายบ้าง”เย่เฉียนกล่าว
“หลานชายเจ้ามีข้อเสนออะไรบอกมาได้เลยขอแค่ข้าได้ลิ้มรสสุราเซียนข้าก็ตายตาหลับแล้ว” จักรพรรดิสุราแสดงสีหน้าอ้อนวอน
“ไม่มีปัญหาขอแค่ท่านสัญญาว่าจะปกป้องนิกายบุปผาเป็นเวลา 20 ปี ข้าก็จะให้ท่านได้ชิมสัก 1 ถ้วย”ฉางเฟิงกล่าว
“เปลี่ยนเป็น10 ปีได้หรือไม่” จักรพรรดิสุรากล่าว
“พวกเราไปกันเถอะ”ฉางเฟิงไม่สนใจจักรพรรดิสุราทันทีและเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนหลานชายข้าล้อเล่น 20 ปี ข้าสัญญา 20 ปีข้าจะอยู่ปกป้องนิกายบุปผาของเจ้า” จักรพรรดิสุราสุดท้ายก็พ่ายแพ้กับความโลภของตนเอง
“ดีท่านจงสาบานต่อเต๋าสวรรค์ด้วย” ฉางเฟิงกล่าว
“ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”จักรพรรดิสุรารู้สึกเหมือนถูกฉางเฟิงจูงจมูกแต่จะโทษใครได้ใครให้ฉางเฟิงมีวิธีหมักสุราเซียนกันละ
หลังจากที่ทำข้อตกลงกันได้จักรพรรดิสุราก็นำฉางเฟิงกลับนิกายบุปผาแน่นอนว่าจักรพรรดิสุราย่อมได้รับการต้อนรับอย่างดีจากมู่เฟยเสวี่ยตอนนี้สามนิกายต่างมีระดับจักรพรรดิปกป้องนิกายอยู่มีเพียงนิกายบุปผาที่ไม่มีแต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้วเมื่อมีจักรพรรดิสุราอยู่นิกายบุปผาก็จะมีเวลาให้เตรียมตัวพัฒนาตัวอีกถึง20 ปี
ฉางเฟิงที่ได้สมุนไพรโกลาหลและเม็ดยาที่ฉางเฟิงหลอมมันขึ้นมาก็รีบเก็บตัวบ่มเพาะทันที
ในภาพสวรรค์นิรันดร์ภูติน้อยแสดงความสามารถในการดูแลสมุนไพรได้อย่างยอดเยี่ยมส่วนซีรั่วหยานนั้นได้สร้างถ้ำของตัวเองบนภูเขาตอนนี้ฉางเฟิงยังไม่ว่างที่จะสร้างตำหนักให้กับนางทำให้นางต้องหาที่พักเองไปก่อน
ฉางเฟิงในตอนนี้ได้กลืนเม็ดยาโกลาหลลึกลับอย่างต่อเนื่องพลังบ่มเพาะของฉางเฟิงได้เพิ่มขึ้นไม่หยุดระดับวิญญาณขั้น 4 ระดับวิญญาณขั้น 6 จนสุดท้ายเม็ดยาโกลาหลลึกลับทั้ง 10 หมดก็หมดและพลังบ่มเพาะของฉางเฟิงได้มาถึงระดับวิญญาณขั้น9 ขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะกลายเป็นระดับปฐพี
“อืมถือว่าไม่เลว แต่ตอนนี้สมุนไพรโกลาหลจำเป็นต้องปลูกให้มากกว่านี้” ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเจ้าอยากจะได้สมุนไพรโกลาหลจริงๆข้าก็พอจะนึกสถานที่หนึ่งได้การที่ภูติแห่งชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งนี้แสดงว่ามิติลับของภูติโกลาหลก็ต้องอยู่ที่นี่เช่นกันแต่ว่าเจ้าจะหาเจอหรือไม่นั่นก็อีกเรื่อง”เสียงของซีรั่วหยานดังขึ้น
“แล้วเจ้าสามารถพาข้าไปได้หรือไม่ละ”ฉางเฟิงกล่าว
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วละว่าจะทำให้ข้าพอใจได้หรือไม่”เสียงของซีรั่วหยานเย้ายวนขึ้นมาทันที
ฉางเฟิงอดไม่ได้ที่จะปวดหัวซีรั่วหยานนั้นเป็นหญิงงามไม่ผิดแน่ใบหน้าของนางนั้นงดงามจนหัวใจของฉางเฟิงยังสั่นใหวแต่อีกฝ่ายเป็นหญิงชราอายุหลายแสนปีทำให้ฉางเฟิงไม่กล้าคิดกับนางเหมือนหญิงสาวทั่วๆไป
“ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ข้าบอกแล้วไงสำหรับผู้ที่เดินบนเส้นทางของการเป็นเทพขึ้นไปอายุขัยจะไม่มาเกี่ยวข้องกันอีกผู้อาวุโสและผู้น้อยจะถูกตัดสินที่ความแข็งแกร่ง” ซีรั่วหยานเค้นเสียง
“แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนว่าบ่มเพาะคู่”ซีรั่วหยานกล่าว
“นี่ท่านบ้างั้นเหรอข้าอายุแค่ 16 ปีเองนะ” ใบหน้าของฉางเฟิงแดงขึ้นมาทันที
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้วบ่มเพราะคู่ที่ว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเพราะต่อให้เจ้าอยากจะทำเจ้าก็ทำไม่ได้อยู่ดีด้วยร่างกายที่แสนอ่อนแอกับพลังบ่มเพาะที่ต่ำเตี้ยขนาดนี้เจ้าจะตายเอาถ้าได้หลับนอนกับข้า”ซีรั่วหยานกล่าว
“แล้วบ่มเพาะคู่ที่ว่ามันคือแบบใหน”ฉางเฟิงถอนหายใจ
“แค่เจ้าโคจรลมปราณส่งเข้ามายังร่างของข้าแล้วหมุนเวียนเหมือนกับเจ้าเป็นหยางข้าเป็นหยินไปเรื่อยอาการบาดเจ็บของข้าก็จะค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาเองถึงมันจะฟื้นฟูเพียงนิดเดียวแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไร” ซีรั่วหยานกล่าว
“ถ้าแค่นั้นข้าไม่มีปัญหา”ฉางเฟิงกล่าว
จากนั้นฉางเฟิงได้สั่งให้เสี่ยวจินตรวจสอบของวิเศษที่เสี่ยวจินเก็บไว้มาหลายปีว่ามีชิ้นใหนที่เป็นที่พักให้กับซีรั่วหยานได้บ้างแม้เสี่ยวจินจะไม่เต็มใจแต่เสี่ยวจินสัญญากับซีรั่วหยานไว้แล้ว
“นี่คือตำหนักทองคำเป็นของที่ข้าได้มาโดยบังเอิญมันเป็นอุปกรณ์ระดับเซียนเลยนะ” เสี่ยวจินกล่าว
หลังจากนั้นเสี่ยวจินก็นำไปติดตั้งไว้ในภาพสวรรค์นิรันดร์เพื่อให้ซีรั่วหยานพักอาศัยส่วนฉางเฟิงก็ได้เริ่มทดลองบ่มเพาะคู่กับซีรั่วหยานทันที