ยามราตรี หิ่งห้อยทั่วผืนฟ้าบินลอยล่องอย่างอิสระในวังจ้าว ส่องแสงรอบบริเวณอันกว้างใหญ่ของวังอ๋องคล้ายกำลังนำทางแก่ผู้คนภายใต้สีแห่งรัตติกาล
จ้าวเสวี่ยสวินสวมกระโปรงยาวลากพื้นสีม่วง เรือนผมงามดำขลับรวบมัดขึ้นสูง แม้จะเป็เพียงเครื่องแต่งกายนางกำนัลรับใช้ธรรมดา กลับดูงามสะอาดตาถึงขีดสุด
นางลักลอบเข้ามาในค่ายทหาร พบว่าเซี่ยงอวี่กำลังฝึกยุทธ์อยู่ในลานฝึกเพียงลำพัง ด้วยไม่อยากรบกวนเขา จึงแอบดูอยู่ด้านข้าง
เซี่ยงอวี่เวลานี้คับข้องใจเพราะเื่หัวหน้ากองทหารองครักษ์วังหลวง จึงมาฝึกยุทธ์ฆ่าเวลา ครั้นฝึกจนเหนื่อยก็เอนกายพิงกำแพงลานฝึก หยิบป้ายหยกขาวของเสวี่ยสวินขึ้นมาพิศดูอย่างละเอียด
ั้แ่เขาเกิดมาแว่นแคว้นก็ล่มสลาย ครอบครัวพังทลาย ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน ไม่เคยได้รับความสงบสุข ทว่าการปรากฏตัวของเสวี่ยสวินทำให้ในหัวใจตนมีความใฝ่ฝันอันงดงาม
หญิงสาวเฉลียวฉลาดสง่างามเพียบพร้อมเช่นนาง ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็อุปสรรคยากลำบาก เมื่ออยู่เบื้องหน้านางล้วนหม่นหมองไร้สีสัน เซี่ยงอวี่นึกถึงรอยยิ้มบริสุทธิ์จริงใจของเสวี่ยสวินแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
จ้าวเสวี่ยสวินทางนี้เห็นเซี่ยงอวี่ถือป้ายหยกของตนไว้ในมือนั่งใจลอย จู่ๆ ก็นึกสนุกโผล่พรวดออกมาทางด้านหลังเขา “พี่ใหญ่เซี่ยง! ท่านทำอะไรอยู่หรือ”
เซี่ยงอวี่เห็นว่ามีคนมาก็รีบเก็บป้ายหยกอย่างรวดเร็ว สบกับคู่ดวงตาใสกระจ่างดุจสายน้ำของเสวี่ยสวินเข้าพอดี พลันเอ่ยอย่างลนลานอยู่ในที “ยายหนูสวิน...เ้ามาได้อย่างไร”
เสวี่ยสวินจ้องมองเขาไม่ละสายตา คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ “ข้ามาไม่ได้หรือ เป็ห่วงท่าน วางใจไม่ได้เลยมาดูสักหน่อย”
เซี่ยงอวี่ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ ั์ตาลึกล้ำขยับโค้งดุจจันทร์เสี้ยว “ข้าไม่เป็ไร กลับเป็เ้านี่สิมาคนเดียวกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้ อันตรายเกินไปแล้ว ไฉนสหายเอ่อร์ไม่มาด้วยเล่า”
“เขาดื่มสุราเมาแล้ว ข้าก็เลยให้เขาพักผ่อน ว่าแต่พี่ใหญ่เซี่ยง เหตุใดมาฝึกยุทธ์อยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ”
เขากำลังคิดจะอธิบาย จู่ๆ ในท้องกลับส่งเสียงดังประหลาด เสวี่ยสวินหลุดขำพรืดออกมา “ท่านหิวแล้วหรือ”
เซี่ยงอวี่เกาหัวอย่างกระดากอาย “คงเพราะมื้อเย็นกินไม่อิ่ม...”
“มา ข้าจะพาท่านไปกินของอร่อยๆ ที่ห้องเครื่องสักมื้อ” พูดจบนางก็ดึงแขนเสื้อเขาทำท่าจะเดินไป
เซี่ยงอวี่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยอย่างลังเลเล็กน้อย “นี่คงไม่ค่อยดีกระมัง”
เสวี่ยสวินเองก็ไม่เคยแอบไปห้องเครื่องมาก่อน เวลานี้นางะโโลดเต้นด้วยความยินดี กล่าวคำด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ข้าเป็ถึงญาติผู้น้องของคุณชายจางเอ่อร์เชียวนะ ไม่เป็ไรแน่นอน”
สองคนออกมาจากค่ายทหารเงียบๆ ระหว่างทางหัวหน้ากองทหารองครักษ์ได้ยินความเคลื่อนไหวผิดปกติบางอย่างก็ร้องถามเสียงดัง “ผู้ใด!”
ทว่าเซี่ยงอวี่วรยุทธ์เลิศล้ำ กระโจนตัวขึ้นเพียงครั้งเดียวก็พาเสวี่ยสวินวิ่งหนีมาได้ไกลแล้ว ทั้งสองแกล้งหัวหน้าทหารผู้นั้นเสียจนหัวหมุน
…
เซี่ยงอวี่พาเสวี่ยสวินมาถึงห้องเครื่องด้วยวิชาตัวเบาตลอดทาง ครั้นเห็นว่าตอนกลางคืนที่นี่ว่างเปล่าไร้ผู้คนก็ค่อยวางใจลง
ชั่วพริบตาเดียวเสวี่ยสวินก็นำอาหารเลิศรสมากมายหลายชนิดเข้ามาให้เซี่ยงอวี่ ไม่ว่าจะเป็ขนมโก๋หยกเขียว[1] หัตถ์พุทธะซิ่งเหริน[2] แป้งนึ่งผอหลัวเหมิน[3] สิ่งใดควรมีก็ล้วนมีครบทุกอย่าง
เห็นท่าทางเขากินประหนึ่งเสือประหนึ่งหมาป่ากลืนเขมือบ ริมฝีปากดุจกลีบบุปผาของเสวี่ยสวินพลันยกขึ้นแ่เบา อดยิ้มออกมาไม่ได้
คิดไม่ถึงว่าพี่ใหญ่เซี่ยงที่ปกติดูองอาจน่าเกรงขาม จะมีท่าทางเป็เด็กๆ เช่นนี้ด้วย!
ขณะที่สองคนกำลังกินขนมกันพลางพูดคุยหัวเราะ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง ‘ปัง’ ประตูใหญ่ของห้องเครื่องได้ถูกปิดลงกลอน!
คาดว่าคงเป็หัวหน้านางกำนัลคิดว่าไม่มีคนอยู่ จึงเข้ามาลงกลอนประตูไว้ทันที
เซี่ยงอวี่คิดจะใช้แรงอันมหาศาลพังประตูห้องออกไป กลับถูกเสวี่ยสวินเข้ามาห้ามไว้ก่อน “ไม่ได้นะพี่ใหญ่เซี่ยง ทำเช่นนี้จะถูกคนจับได้! บุกรุกห้องเครื่องก็นับว่าละเมิดกฎวังหลวงเช่นกัน ถ้าตรวจสอบขึ้นมาจะไม่ดีต่อทั้งตัวข้าและท่าน”
เซี่ยงอวี่พลันสับสนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ “เช่นนั้นจะทำอย่างไรกันดี หากไม่ออกไปคงไม่ได้กระมัง”
เสวี่ยสวินครุ่นคิด จู่ๆ ก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “เราคุยเล่นกันไป รอถึงยามรุ่งสางจะมีคนเข้ามาเตรียมสำรับเช้าในห้องเครื่อง ถึงตอนนั้นค่อยถือโอกาสออกไป”
ใบหน้าหล่อเหลาของเซี่ยงอวี่แสดงร่องรอยกังวล ค่อนข้างปวดใจสงสารนาง “แต่เ้าเป็สตรีคนหนึ่ง ใช้ชีวิตข้ามคืนอยู่ที่นี่ ร่างกายจะทนรับไหวได้อย่างไร”
เสวี่ยสวินไม่อยากให้เขาเป็ห่วง จึงเอ่ยคำด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่เป็ไร ปกติก็อยากลองอดนอนดูสักคืนแต่ยังไม่มีโอกาส พี่ใหญ่เซี่ยงคงไม่ห้ามกระทั่งมอบอิสระเล็กๆ ให้ข้าหรอกกระมัง”
เซี่ยงอวี่ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ “เช่นนั้นก็ได้ กลางคืนหนาวเย็นจะเป็หวัดได้ง่าย ข้าช่วยปูพื้นให้เ้าก่อนสักที่หนึ่งดีกว่า”
พูดแล้วเซี่ยงอวี่ก็ใช้เสื้อผ้าตัวเองปูลงพื้น จากนั้นถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมลงให้เสวี่ยสวินอย่างระมัดระวัง กระทั่งมั่นใจแล้วว่านางจะไม่ต้องลมหนาวจนเป็หวัด
คิดไม่ถึงว่าเซี่ยงอวี่ที่ดูคล้ายหยาบกระด้างจะเอาใจใส่ถึงปานนี้ เสวี่ยสวินเฝ้าดูการกระทำทั้งหมดนี้ของเขาเงียบๆ ประทับใจเป็อย่างยิ่ง “ั้แ่เล็กจนโต ข้าไม่เคยได้รับการดูแลเช่นนี้มาก่อน…”
เซี่ยงอวี่ฟังแล้วสะท้อนใจ ยกมือขึ้นลูบเส้นผมดำขลับของเสวี่ยสวิน “ยายเด็กโง่ เพราะเช่นนั้น์ถึงได้ส่งข้ามาอยู่ข้างกายเ้า คอยดูแลเ้าอย่างไรเล่า!”
“เช่นนั้นพี่ใหญ่เซี่ยงเล่า ข้าดูท่านไม่เหมือนคนแคว้นจ้าว ครอบครัวของท่านล้วนอยู่ที่บ้านเกิดกันหมดหรือ”
เชิงอรรถ
^ ขนมซึ่งทำจากถั่วลันเตาบด^ ขนมทำจากผงเมล็ดแอพริคอต ลักษณะคล้ายรูปมือ^ ขนมโบราณชนิดหนึ่งใส่พิมพ์รูปจีบทรงสูง รับอิทธิพลมาจากอินเดีย