แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามาในห้องนอนเล็กๆ หลินเสี่ยวเหยาค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา หญิงสาวจ้องมองไปยังร่างของคุณตัวร้าย ที่าเ็สาหัสจากการต่อสู้เมื่อวาน เขายังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนเก่าๆ เธอจึงจัดการเก็บเสื่อ หมอน และผ้าห่มไว้ในตู้ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เธอเดินออกไปยังห้องครัวเล็กๆ ที่อยู่ติดกับลานบ้าน
"เสี่ยวิคงหิวแล้ว" หลินเสี่ยวเหยาคิดในใจ เธอมองไปยังเตาถ่านที่ตั้งอยู่มุมห้อง หลินเสี่ยวิ น้องชายตัวน้อยของเธอ ตอนนี้เป็เด็กที่กำลังจะโต เด็กน้อยสมควรที่จะทานอาหารเยอะๆ หลินเสี่ยวเหยาจึงตั้งใจว่าจะทำอาหารเช้าให้น้องชายและคุณตัวร้ายให้อิ่มท้องก่อนออกไปข้างนอก
แต่แล้วเธอก็ต้องพบกับปัญหาใหญ่ เธอไม่รู้วิธีจุดเตาถ่าน! ในยุค 70 นี้ การทำอาหารด้วยเตาถ่านเป็เื่ปกติ แต่สำหรับหลินเสี่ยวเหยาที่เพิ่งย้อนเวลามา เธอไม่เคยมีประสบการณ์จุดเตาถ่านมาก่อนเลย
"จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย" เธอพึมพำกับตัวเอง พลางจ้องมองไปรอบๆ ห้องครัว หวังว่าจะพบอุปกรณ์บางอย่างที่พอจะช่วยเธอได้ แต่เธอก็ไม่พบอะไรเลย
ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงห้างสรรพสินค้าในมิติของเธอได้
หลินเสี่ยวเหยาเอามือบางลูบไล้รอยสักรูปดอกบัวสีเงินบนหลังมือ ภาพห้องครัวเล็กๆ ก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยห้างสรรพสินค้าที่สว่างไสวและทันสมัย เธอเดินตรงไปยังแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า มองหาอุปกรณ์ที่สามารถช่วยเธอจุดเตาถ่านได้
"เตาไฟฟ้า!" เธออุทานออกมาอย่างดีใจ เตาไฟฟ้าเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ เธอหยิบเตาไฟฟ้าขึ้นมาและเดินไปยังหาเครื่องใช้อย่างอื่นต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงัก
"ไม่ได้สิ" หญิงสาวครุ่นคิด "ถ้าฉันเอาเตาไฟฟ้าออกไปใช้ข้างนอก คนอื่นจะต้องสงสัยแน่ๆ และอีกอย่างข้างนอกก็ไม่มีไฟฟ้าด้วย"
หลินเสี่ยวเหยาเดินกลับไปยังแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เธอตั้งใจมองหาอุปกรณ์ที่สามารถใช้จุดเตาถ่านได้โดยไม่เป็ที่ผิดสังเกต เธอเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ จนในที่สุดสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่ง
"ที่จุดไฟแช็ก!" เสียงของหลินเสี่ยวเหยาดังขึ้นเบาๆ เธอหยิบที่จุดไฟแช็กขึ้นมาดูอย่างพิจารณา "นี่แหละ ใช่เลย!"
ที่จุดไฟแช็กเป็อุปกรณ์ธรรมดาๆ ที่ไม่เป็ที่น่าสงสัยสำหรับคนในยุคนี้ เสี่ยวเหยาหยิบไฟแช็ก และพัดก่อนจะออกจากห้างสรรพสินค้า เธอไล้รอยสักอีกครั้ง ตอนนี้เธอกลับมาที่ห้องครัวเล็กๆ ของเธออีกครั้ง
หญิงสาวหยิบที่จุดไฟแช็กออกมาและเริ่มจุดเตาถ่าน แม้จะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะจุดติด เธอค่อย ๆ พัดจนเปลวไฟลุกโชน แต่ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ หลินเสี่ยวเหยายิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ เธอเริ่มทำอาหารเช้าให้หลินเสี่ยวิด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นก่อนจะวางหม้อขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำลงไปเตรียมต้มข้าวต้ม
"วันนี้ฉันจะทำอะไรดีนะ" หลินเสี่ยวเหยาพึมพำกับตัวเอง เธอเปิดตู้กับข้าวออกมาสำรวจวัตถุดิบที่มีอยู่
"อ๊ะ! จริงด้วยมีหมูสามชั้นที่เอาแช่น้ำไว้เมื่อวานนี้" หลินเสี่ยวเหยาหยิบหมูสามชั้นออกมา เธอตัดสินใจที่จะทำหมูผัดพริกเผา เมนูโปรดของหลินเสี่ยวิ
"พี่เสี่ยวเหยา ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้น หลินเสี่ยวิ น้องชายตัวน้อย เดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทางงัวเงีย หลินเสี่ยวเหยายิ้มให้ "อรุณสวัสดิ์จ้ะ น้องเล็ก"
"วันนี้พี่จะทำอะไรกินเหรอ" หลินเสี่ยวิถามด้วยความอยากรู้ หลินเสี่ยวเหยาขยิบตาให้ "วันนี้พี่มีเมนูพิเศษ" เธอพูดพลางชี้ให้เด็กน้อยดูหมูสามชั้นที่วางไว้บนโต๊ะ
"ว้าว หมูสามชั้น!" เสียงหลินเสี่ยวิร้องขึ้นอย่างดีใจ หลินเสี่ยวเหยาหัวเราะ "ใช่แล้ว วันนี้เราจะกินหมูผัดพริกเผา"
หลินเสี่ยวเหยาหั่นหมูเป็ชิ้นพอดีคำ เธอเตรียมเครื่องปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เธอรู้ว่าหลินเสี่ยวิชอบรสชาติจัดจ้าน เธอจึงเพิ่มพริกแห้งและกระเทียมลงไปในสูตรที่เธอเจอในหนังสือที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า
ระหว่างที่รอข้าวต้มเดือด หลินเสี่ยวเหยาเปิดตู้กับข้าว ภายในมีอาหารแช่แข็งที่หญิงสาวอุ่นไว้แล้ว เธอนำออกมาจากมิติ อาหารเหล่านี้จะช่วยเสริมมื้อเช้าให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
"พี่เสี่ยวเหยา ทำไมวันนี้กับข้าวเยอะจัง" หลินเสี่ยวิถามอย่างตื่นเต้น เสี่ยวเหยายิ้ม "วันนี้เรามีแขกพี่เลยต้องทำกับข้าวเยอะ"
หลินเสี่ยวิตาโตด้วยความตื่นเต้น "แขกเหรอครับ ใครเหรอครับ"
เสี่ยวเหยาขยิบตาให้น้องชาย "เดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
ในที่สุด หมูผัดพริกเผาก็เสร็จพร้อมข้าวต้มร้อน ๆ กลิ่นหอมของพริกและกระเทียมอบอวลไปทั่วบ้าน โชคดีที่บ้านเธออยู่หลังท้ายสุดของหมู่บ้านไม่อย่างนั้นจะมีคนสงสัยแน่ๆ ว่าเธอเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อ
หลินเสี่ยวิตักหมูผัดพริกเผาเข้าปากคำโต เคี้ยวตุ้ย ๆ แก้มตุ่ยด้วยความเอร็ดอร่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับหลินเสี่ยวเหยาที่กำลังเก็บครัวอยู่
"อร่อยมากเลยพี่เสี่ยวเหยา"
หลินเสี่ยวเหยายิ้มรับคำชมของน้องชาย 'กับข้าวจะไม่อร่อยได้ไง ก็เธอใช้ผงสำเร็จรูปทั้งนั้นเคล็ดลับความอร่อยของเธอ'
"เดี่ยวน้องทานข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปดูแขกก่อน"
หลินเสี่ยวิพยักหน้ารับรู้ พลางตักข้าวต้มและหมูผัดพริกเผาเข้าปากอีกคำ เธอจึงเดินไปยังห้องนอนของเธอที่คุณตัวร้ายนอนอยู่
หญิงสาวผลักประตูห้องเก่า ๆ เข้าไป เห็นร่างของคุณตัวร้ายที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ ของเธอ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวของชายหนุ่ม หลินเสี่ยวเหยาจึงสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเขาเบา ๆ
"ตัวเขายังคงร้อนอยู่เลย" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความเป็ห่วง
ััที่หน้าผากทำให้หยางเฟิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของหลินเสี่ยวเหยาอยู่ใกล้เพียงคืบ สัญชาตญาณทหารชั้นยอดสั่งการให้เขาคว้าข้อมือบาง พลิกตัวลุกขึ้นอย่าวรวดเร็วจนร่างบางของหลินเสี่ยวเหยาตามแรงเหวี่ยงลงไปนอนบนเตียง
ใบหน้าคมคายของหยางเฟิงอยู่เหนือหลินเสี่ยวเหยาเพียงคืบเดียว ริมฝีปากหยักลึกเม้มแน่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับพยายามเพ่งมองให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในแสงสลัวของห้องนอนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดใบหน้าของเธอ ทำให้หลินเสี่ยวเหยาถึงกับกลั้นหายใจ
"สหายหยางเฟิง! ใจเย็น ๆ นี่ฉันเอง!" หลินเสี่ยวเหยาอุทานออกมาด้วยความใ เธอไม่คอดว่าจะโดนคุณตัวร้ายจับพลิกลงด้านล่าง ทำให้หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว เธอพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่ม แต่หยางเฟิงกลับรัดเธอแน่นขึ้น ร่างกายกำยำของเขาสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกำลังพยายามสะกดอาการาเ็
"นี่คุณ....?" เสียงแหบพร่าของหยางเฟิงดังขึ้นข้างหูเธอ ทำให้หลินเสี่ยวเหยาขนลุกซู่
"ใช่แล้ว! ฉันเอง! คุณยังาเ็อยู่ เดี่ยวแผลก็ฉีกขาดหรอก เมื่อคืนฉันผ่าะุปืนออกให้คุณแล้วนะ " หลินเสี่ยวเหยาตอบกลับอย่างร้อนรน
หยางเฟิงค่อย ๆ คลายมือที่จับข้อมือของหลินเสี่ยวเหยาออก เขาลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน "ขอโทษที ผม...นึกว่าศัตรู"
หยางเฟิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณ กังวล และบางอย่างที่หลินเสี่ยวเหยายังไม่สามารถระบุได้
"ขอบคุณนะ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงแ่
หลินเสี่ยวเหยาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียงข้าง ๆ ชายหนุ่ม "ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ"
"ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ แล้วที่นี้ที่ไหน"
"ฉันชื่อหลินเสี่ยวเหยา ที่นี้คือ หมู่บ้านไป๋เหอ" หลินเสี่ยวเหยาตอบคุณตัวร้ายไปตามตรง
หยางเฟิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนล้า หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเป็ห่วง เธอรู้ว่าเขาคงจะเหนื่อยและเ็ปมาก
"เดี่ยวฉันจะไปต้มน้ำร้อนมาให้คุณล้างหน้าล้างตานะคะ"หลินเสี่ยวเหยาพูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที
"ขอบคุณครับ" หยางเฟิงตอบรับเสียงแ่เบา
หลินเสี่ยวเหยาส่งยิ้มให้เขา "ไม่เป็ไรค่ะ ฉันถือว่าช่วยคน ได้บุญยิ่งกว่าดีกว่าสร้างเจ็ดชั้น"
เมื่อต้มน้ำร้อนเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาจัดการผสมเป็น้ำอุ่น เธอหยิบผ้าขนหนูในมิติชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้หยางเฟิงอย่างเบามือหลังจากเช็ดหน้าคุณตัวเสร็จเธอก็หันหน้ามาคุยกับชายหนุ่ม
"สหายหยางเฟิง คุณพักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปยกเอากับข้าวมาให้"
หยางเฟิงพยักหน้ารับเบา ๆ เขาหลับตาลงอีกครั้ง หลินเสี่ยวเหยาจัดแจงผ้าห่มให้เขาเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
หยางเฟิงมองหลินเสี่ยวเหยาด้วยสายตาอ่อนโยน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครมาดูแลเขาอย่างดีเช่นนี้
หลินเสี่ยวเหยาเดินไปที่ห้องครัวเธอนำข้าวต้มและผัดผักใส่ไข่ และน้ำซุปร้อนๆ มาให้ชายหนุ่ม เธอรู้ว่าหยางเฟิงคงจะทานอะไรไม่ค่อยได้มากนัก เธอจึงเตรียมอาหารที่ย่อยง่ายให้เขา
หลินเสี่ยวิน้องชายของเธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะ มองพี่สาวอย่างสงสัย
"พี่สาว กับข้าวเยอะแยะแบบนี้ พี่จะยกไปให้ใครอีกเหรอครับ?" หลินเสี่ยวิเอ่ยถาม
หญิงสาวหันมายิ้มให้น้องชาย "เมื่อคืนพี่สาวไปเจอคนาเ็ พี่สาวเลยช่วยพาเขามาพักฟื้นที่บ้าน ตอนนี้เขานอนพักอยู่ในห้องพี่สาวน่ะ"
เสี่ยวิทำตาโตด้วยความประหลาดใจ "ว้าว! พี่สาวใจดีจัง"
หลินเสี่ยวเหยาเดินถือถาดอาหารไปที่ห้องนอนที่ชายหนุ่มพักอยู่ เธอเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะเปิดเข้าไป หยางเฟิงที่นอนอยู่บนเตียง เมื่อเห็นหญิงสาวถือถาดอาหารเข้ามา เขาก็พยายามลุกขึ้นนั่ง
"สหายหยางเฟิง ทานข้าวก่อนเถอะค่ะ ฉันทำข้าวต้มกับผัดผักและก็น้ำซุปร้อนๆ มาให้ เดี่ยวทานข้าวเสร็จจะได้ทานยากัน" หลินเสี่ยวเหยาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนให้คุณตัวร้าย‘ฉันช่วยเหลือคุณขนาดนี้ หวังว่าคุณจะตอบแทนฉันเหมือนคุณนางเอกบ้างล่ะคุณตัวร้าย ฉันจะต้องยึดขาของอย่างคุณไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยคุณไปให้หลินฮวาได้ง่ายๆ หรอกนะ’ เธอพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ