การต่อสู้ยังดำเนินต่ออีกระยะหนึ่ง เฟยลี่ได้เจอกับคู่ต่อสู่ที่สูสีอยู่เหมือนกัน แต่อาศัยกระบวนท่าที่ร้ายกาจและความคล่องแคล่วของตนเอง ก็กลับมาพลิกชนะได้อย่างน่าหวาดเสียว
เมื่อคู่สุดท้ายได้จบลง ก็ได้มีผู้โชคร้ายปรากฏตามมา ชายคนนี้ก็เป็นศิษย์ส่วนตัวคนหนึ่งของอาวุโสหลักเหมือนกัน ต่อให้ชายคนนั้นมีท่าทีไม่ยอมรับอย่างไร ก็ไม่อาจฝ่าฝืนกฎกติกาที่ทางนิกายตั้งไว้ได้ จึงได้แต่เดินหน้ามุ่ยจากไปด้วยการด่าทอโชคชะตาของตนเอง
เช้าวันใหม่เทียนฉินกับเซียวปิงหยวนเดินมาที่ลานประลองพร้อมกันเหมือนเช่นเคย เมื่ออาวุโสเหลียงประกาศจับคู่อย่างเป็นทางการแล้ว ก็เป็นเซียวปิงหยวนที่ได้ขึ้นต่อสู้เป็นคู่แรก
การต่อสู่เพิ่งเริ่มแต่ทั้งคู่ก็ลงมืออย่างเต็มกำลังแล้ว ชายคนนั้นทะยานขึ้นไปบนอากาศพร้อมกลับฟาดดาบลงมา เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มอยู่ที่ตัวดาบของเขา ปลดปล่อยความความร้อนออกมารอบๆรังสีฆ่าฟันของเขาตรึงเซียวปิงหยวนไม่จางหาย
เซียวปิงหยวนเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ด้วยความเร็วของเขาคิดจะหลบให้พ้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่เขากลับอยากรับดาบนี้ดูสักครั้ง
พลังปราณไหลเวียนในร่างเขาอย่างบ้าคลั่ง เซียวปิงหยวนกระทืบพื้นอย่างแรงพุ่งตัวออกไป เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากกระบี่ในมือขวาของเขาเข้าปะทะกับดาบนั้นอย่างไม่หวั่นเกรง
ตู้ม!
ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เซียวปิงหยวนถูกผลักถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่จะตั้งหลักได้ แต่เขาก็รีบหมุนเวียนพลังปราณของเขาเพื่อระงับความผันผวนของพลังปราณในทันที ดูเหมือนว่าพลังของเขายังด้อยกว่าของชายคนนั้นอยู่บ้าง
ชายคนนั้นถอยไปเพียงครึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ยิ้มเยาะเย้ยเซียวปิงหยวนในใจ ก่อนจะฟาดดาบพุ่งเข้าหาอีกครั้ง
เซียวปิงหยวนไม่อยากหยั่งเชิงฝีมืออีกแล้ว กระแสเปลวเพลิงหลายเส้นพวยพุ่งออกมาจากกระบี่อีกคราก่อนฟาดฟันเข้าใส่ดาบของชายคนนั้นสุดแรง
เปรี้ยง!
ชายคนนั้นร้องออกมาอย่างน่าสังเวชและร่างของเขาก็ลอยกระเด็นตกลงบนเวที เปลวเพลิงห่อหุ้มรอบตัวเขาราวกับกำลังเผาไหม้ให้ตกตายกันไปข้าง
บริเวณรอบข้างกลายเป็นใบ้โดยสมบูรณ์ รอบๆลานประลองที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงโหวกเหวก ตอนนี้เงียบสนิทแต่ละคนอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา
การประลองเพิ่งจะเริ่มขึ้นและพวกเขาทั้งสองประมือกันเพียงไม่กี่กระบวณท่า ในสายตาของเหล่าคนดู การประลองนี้ไม่น่าจะจบอย่างรวดเร็วนัก เพราะพลังของทั้งสองคนมีระดับเท่ากัน
"ที่แท้ศิษย์พี่เซียวก็เก็บซ่อนฝีมือเอาไว้เหมือนกันสินะ!"เทียนฉินที่ยืนมองอยู่เอ่ยออกมาอย่างไม่แปลกใจในชัยชนะของเซียวปิงหยวน
การประลองรอบต่อไปเป็นชายร่างท้วมคนหนึ่งที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยระกับพลังที่เหนือกว่า นี่คือคนที่สองที่เทียนฉินพบว่ามีพลังระดับผันแปรขั้นสูงนอกจากชิงต้าเหนียว
ระหว่างที่เทียนฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงประกาศหมายเลขของก็ดังแว่วเขามา
"ถึงรอบข้าแล้วหรือ?"เทียนฉินมองซ้ายมาขวา เมื่อดูจากสายตาที่มีคนมองมาก็รู้แล้วว่าตนเองไม่ได้ฟังผิดแน่ จึงรีบเดินขึ้นเวทีไปอย่างเร่งด่วน
เมื่อมาถึงบนเวทีเขาก็พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมายืนรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่อาวุโสแผนกคุมกฎประกาศเริ่มการแข่งขัน
ชายหนุ่มคนนั้นก็ใช้ความได้เปรียบชิงลงมือก่อน เปลวเพลิงก่อตัวรูปร่างคล้ายกระบี่ในมือของเขาก็พุ่งไปที่หน้าอกของเทียนฉิน เทียนฉนเห็นดังนั้นก็พริ้วตัวหลบอย่างว่องไว ก่อนดาบในมือจะจ้วงแทงเข้าใส่กระบี่เพลิงเล่มนั้น
เปรี้ยง!
คลื่นพลังพลุ่งพล่านไหลออกมากระจายไปทั่วทิศ พวกเขาโจมตีกันต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นยามเมื่อทั้งคู่เข้าปะทะกัน บรรยากาศปั่นป่วนฝุ่นควันกระจายไปทั่วจนอาวุโสคนนั้นต้องกางม่านพลังออกมา
สีหน้าของชายคนนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เป็นสีแดงระรื่นและยังคงมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่บนใบหน้าเช่นเดิม ทางด้านเทียนฉินก็ยังเห็นรอยยิ้มปรากฎอยู่บนหน้าของเขา เขามองไปยังชายคนนั้นด้วยท่าทางผ่อนคลายและยั่วยุเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้สู้กับคนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
ชายคนนั้นเห็นท่าทางยียวนของเทียนฉินก็เริ่มออกอาการโมโหขึ้นมา ก่อนจะสะบัดมือของเขาฟาดกระบี่ออกมาอีกครั้ง ตัวกระบี่มันวาวราวกับสายน้ำ กระแสพลังของชายคนนั้นเหมือนจะแปรเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่พอสมควร
กระแสพลังรุนแรงของเขากระจายไปทั่วบริเวณ แรงกดดันจากเจตนาแห่งกระบี่ปะทุออกมา ผสานกับเปลวเพลิงสีแดงที่ก่อตัวเป็นรูบกระบี่อยู่บนศรีษะ ทำให้ดูยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก
"หรือว่าเขาสำเร็จวิชากระบี่ถึงขั้นเชี่ยวชาญเหมือนอย่างข้ากัน?"เทียนฉินเอ่ยพึมพำออกมาในใจ แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ
ชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาอย่างดุดันพร้อมกับพลังกระบี่ผสานเปลวเพลิงฟาดฟันไปทางเทียนฉินอย่างรวดเร็ว
"มาลองดูหน่อยเถิดว่าความสำเร็จของกระบี่กับพลังดาบของข้าใครจะแข็งแรงกว่ากัน!"
"ทะลวงดารา!"
เทียนฉินพุ่งเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมขับเคลื่อนพลังออกมาอย่างเต็มที่ เปลวเพลิงลุกโชนออกจากตัวดาบเพลิงสุริยาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เขาจะจ้วงแทงออกไปสุดแรง
เปรี้ยง!
ดาบเพลิงสุริยาเข้ากระแทกกระบี่เล่มนั้นอย่างรุนแรง แต่เทียนฉินไม่สนใจผลลัพธ์อันใดเร่งใช้ท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราพริ้วตัวมาอีกด้านก่อนวาดออกด้วยกระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรอีกครั้ง
มังกรเพลิงสองตัวพุ่งทะยานเข้าหาชายคนนั้นทันที ชายคนนั้นก็ว่องไวไม่ใช่เล่นฟาดกระบี่ออกมาป้องกันไว้อย่างฉิวเฉียด มีเพียงคมดาบบางส่วนเท่านั้นที่ตัดปลายผมของเขาไปได้
เทียนฉินไม่คิดจะหยุดพักเลยสักนิด วาดกระบี่ออกมาด้วยกระบวนท่าตาข่ายฟ้าอย่างต่อเนื่อง ชายคนนั้นก็ไม่ยอมแพ้ขับเคลื่อนกระบวนท่ากระบี่สร้างเปลวเพลิงรูปดาบออกมาถึงสามเล่ม
จากนั้นกระบี่เพลิงสามเล่มนั้นก็พุ่งเข้าปะทะกับตาข่ายคมดาบอย่างรุนแรง เทียนฉินอาศัยจังหวะนี้ออกกระบวนท่าทะลวงดาราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาผสานแก่นแท้ธาตุน้ำรวมเข้าไปด้วย กระแสเพลิงสีส้มตัดสลับกับสีฟ้าพุ่งตรงเข้าหาชายคนนั้นอีกครั้ง
ตู้ม!
จากความว่องไวที่ชายคนนั้นมี เมื่อมาเจอกับเทียนฉินที่ออกกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง พลังปราณในร่างกายก็เริ่มร่อยหรอลงไปอยู่แล้ว ยิ่งเทียนฉินผสานแก่นแท้ทั้งสองธาตุเข้าไปในการโจมตีครั้งนี้ด้วย ก็ทำให้ชายคนนั้นมิอาจยืนหยัดได้อีกต่อไป
ร่างชายคนนั้นร่วงลงมาราวกับว่าวสายป่านขาด ความเงียบงันเข้าปลุกคลุมรอบเวทีประลองอีกครั้ง เทียนฉินยืนเหนื่อยหอบโดยมีดาบค้ำที่พื้นไว้ไม่ให้ล้มลง
เมื่อมองไปอีกด้านชายคนนั้นนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนลานประลอง อาวุโสที่ควบคุมรีบเข้ามาตรวจร่างกายอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่พบอันตรายใดๆจึงประกาศผมออกมาว่าเทียนฉินเป็นฝ่ายชนะในที่สุด
เทียนฉินยืนแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าก่อนสูดหายใจเข้าเต็มปอด เป็นอีกครั้งที่เขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง แม้จะเหนื่อยขนาดไหนก็ตามแต่ในใจกลับมีความสุขอย่างประหลาด
"ถ้าข้าได้สู้แบบนี้อีกสักสองสามครั้ง ข้าอาจเข้าถึงความสำเร็จขั้นผสานกายเป็นแน่!"เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจก่อนจะเดินลงจากเวทีเพื่อไปหาที่เงียบสงบฟื้นฟูพลังต่อไป
"ยินดีด้วยศิษย์น้องเทียนที่ผ่านเข้ารอบสิบสองคนสุดท้ายมาได้!"ลงจากเวทีไม่ทันไรเซียงปิงหยวนก็เข้ามาทักทายอย่างอารมณ์ดี
"ข้าก็ยินดีกับศิษย์พี่เซียวด้วยเช่นกัน!"
เทียนฉินกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ข้าว่าท่านอาจารย์ต้องดีใจแน่ๆที่รู้ว่าพวกเราสองคนผ่านเข้ารอบมาได้!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกพร้อมกับพาเทียนฉินไปหาที่พักผ่อน
"เห้!ศิษย์น้องเทียน!"แต่ยังไม่ทันไปไหนก็มีอีกเสียงหนึ่งตระโกนทักออกมา
"อ้าว!เป็นศิษย์พี่เฉาเองหรอกรึ?"เทียนฉินหันกลับมามองก็พบว่าเป็นเฉาจิ้งหงนี่เอง
"นี่เจ้าไปรู้จักกับคนอย่างเฉาจิ้งหงได้อย่างไรกัน?"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"โถ่! ศิษย์พี่เซียวทำไมถึงพูดกับข้าแบบนั้นกันเล่า!"เฉาจิ้งหงที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ
"อย่างเจ้านอกจากการพนันแล้ว จะมีอะไรให้สนใจอีกอย่างนั้นรึ?"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงถากถาง
"ไม่เอาหน่าศิษย์พี่เซียว! ข้ากับศิษย์น้องเทียนกำลังทำธุรกิจร่วมกันอยู่นะ"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาพร้อมกับหันมาทางเทียนฉินเพื่อหาตัวช่วย
เทียนฉินหันมาพยักหน้าให้กับเซียวปิงหยวนคล้ายกับยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เซียวปิงหยวนเห็นดังนั้นก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกก่อนจะเดินไปรออยู่ด้านข้างอย่างสงบ
จบตอนที่ 66