ผลการตรวจร่างกายของเด็กชายน้องโฟร๊ค ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เป็นปกติดีทุกอย่าง จะมีฟกช้ำก็ตรงจุดที่แขนเล็กๆ ป้อมๆ ที่อิสรีย์จับฉุดดึงกระชากอย่างแรงนั่นแหละ ซึ่งก็คงจะบีบและฉุดดึงแรงมิใช่น้อยเลย ถึงได้มีร่องรอยให้เลยอย่างนนี้ หมอผู้ที่ตรวจรักษาเด็กชายน้องโฟร๊คจึงให้ยามาทา
“เฮื่อออ!!!!......”
วรารัตน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ยื่นมือลูบแขนเล็กๆ ป้อมๆ เบาๆ มองดูเด็กชายน้องโฟร๊คที่นั่งอยู่บนตักนุ่น ด้วยสายตาที่สงสารจับใจ เด็กตัวแค่นี้ แถมยังพูดยังไม่ได้อะนะ จึงยังไม่สามารถร้องบอกใครต่อใครได้ว่า อย่าดึง... เจ็บ... ได้แต่ร้องไห้งอแงออกมาให้เห็นเพียงเท่านั้น แต่คนเป็นแม่แท้ๆ ก็ไม่ฟังและไม่รับรู้เลยจริงๆ
“หนูเป็นลูกของแม่ ต่อไปแม่จะปกป้องหนูเองนะลูก”
กิตติภพซึ่งเดินกลับมาตรงที่วรารัตน์ นั่งรอรับยาสำหรับเด็กชายน้องโฟร๊ค หลังจากที่เขาลุกออกไปคุยโทรศัพท์ ได้ยินสิ่งที่วรารัตน์พูด ทั้งเห็นสายตาแห่งความสงสาร รักและเอ็นดู และความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง เขาจึงยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก และคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่จดทะเบียนสมรส และจะแต่งงานกับผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าคนนี้
“ไงครับไอ้เสือ มองโน้นมองนี้ใหญ่เลย”
กิตติภพนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ หญิงสาวตัวเล็ก ยื่นมือใหญ่ไปจับศีรษะเล็กๆ ทุยๆ ของเด็กชายน้องโฟร๊ค พร้อมกับกล่าวไปด้วย เมื่อเห็นว่าเด็กชายน้องโฟร๊ค สอดส่ายสายตามองดูนั้นมองดูนี่ มองดูผู้คนด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจ
“ขอเชิญผู้ปกครองเด็กชายอดิภัทร วรบวรไกร รับยาค่ะ”
วรารัตน์มองหน้าหล่อเหลาคมเข้ม เหมือนกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่เสียงของพยาบาล ที่อยู่ที่เคาน์เตอร์รับยาก็ดังขึ้นมาซะก่อน วรารัตน์จึงทำเพียงแต่คลี่ยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มตัวโต ก่อนที่เขาจะลุกเดินไปรับยาให้กับเด็กชายน้องโฟร๊ค
‘หากเขาอยากจะพูดให้ฟัง เขาคงจะพูดเองนั่นแหละ เราอย่าไปทู้ซี้เขาเลย’
วรารัตน์มองตามแผ่นหลังกว้างบึกบึน พลางคิดตามไปด้วย ซึ่งตอนแรกเธอตั้งใจจะถามเขา เรื่องของอิสรีย์ ที่บอกว่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลังนั้น เพราะเห็นเขานิ่งเงียบไปเลยตั้งแต่กล่าวประโยคนั้น ทั้งตอนที่นั่งรถมาที่โรงพยาบาล เขาก็ไม่เปิดปากเล่าให้ฟังสักที จนกระทั่งถึงตอนนี้ เธอจึงคิดว่าควรจะย้ำถามเขาดีกว่าไหมนะ แต่แล้วก็ตัดสินใจไม่ถาม
“เสร็จแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่า”
กิตติภพรับยาของเด็กชายน้องโฟร๊ค จากพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินถือถุงยามาใกล้ตรงที่วรารัตน์และเด็กชายน้องโฟร๊คนั่ง แล้วพูดเชิญชวนวรารัตน์กลับบ้านกัน โดยที่เขายื่นถุงยาส่งให้วรารัตน์ มือเรียวเล็กจึงรับถุงยามาถือ
จากนั้นกิตติภพจึงยื่นมือใหญ่ช้อนร่างเล็กๆ ป้อมๆ ของเด็กชายน้องโฟร๊คขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง แล้วเดินห่างออกไปจากเก้าอี้เล็กน้อย วรารัตน์จึงลุกขึ้นเดินไปพร้อมๆ กับกิตติภพ โดยที่มือใหญ่ที่ว่างข้างหนึ่งของเขา ยื่นมาสวมกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ จึงทำให้สำรวยและพนักงานขับรถ ที่ลุกเดินตามหลัง ต่างพากันอมยิ้มไปตามๆ กัน
ในระหว่างนั่งรถกลับบ้าน กิตติภพก็ยังคงไม่พูดถึงเรื่องอิสรีย์ และวรารัตน์ก็ไม่คิดจะถามอะไรอีกแล้ว คงพูดคุยกับเด็กชายน้องโฟร๊คไปตลอดทาง จนกระทั่งเด็กชายน้องโฟร๊คพล่อยหลับไป และจนกระทั่งรถยนต์คันหรูวิ่งเข้ามาจอดลงที่หน้าบ้าน
วรารัตน์อุ้มเด็กชายตัวน้อยออกจากรถยนต์ พาเข้าไปในบ้าน และขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของเด็กชายน้องโฟร๊ค พอมาถึงเปลนอนเด็ก เธอก็ค่อยๆ วางร่างเล็กๆ ป้อมๆ ลงบนเปลนอนเด็กอย่างเบามือ
วางร่างเล็กๆ ป้อมๆ ลงบนเปลนอนเด็กเรียบร้อยแล้ว จังหวะที่วรารัตน์ผละตัวขึ้น ก็รับรู้ถึงมือใหญ่สอดเข้ามาโอบกอดรอบเอวบาง และแถมปลายคางของใครบางคน ยังโน้มมาวางลงที่ไหล่บอบบางของเธอด้วย ซึ่งคนที่ทำอย่างนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้หรอก นอกจากกิตติภพ
“เดี๋ยวเราไปคุยกันที่ห้องของเรานะ”
กิตติภพกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ก่อนจะยื่นจมูกมากดหอมแก้มนวลเนียนใสเบาๆ หนึ่งที่ แล้วค่อยผละใบหน้าคมเข้มออกจากไหล่บอบบาง ปล่อยมือจากการสวมกอดเอวบาง มาจับมือเรียวเล็ก พาเดินออกจากห้องของเด็กชายน้องโฟร๊คไปยังห้องนอนของเขากับหญิงสาวตัวเล็ก
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕
คุณภพจะคุยอะไรกับนุ่นน่าาาาา มาติดตามอ่านต่อในตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่าาาาาา.....................^_^