“ นาย..ท่านสี่...เป็นไปไม่ได้ นาย.. ท่านตายไปแล้วนี่?”
ฟงเลี่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว ถอยหลังไปหลายก้าว
ตอนนี้ราเชนเรียกวิญญาณของนายท่านสี่ มาอยู่ในร่างของเขาโดยใช้ยันต์เรียกวิญญาณทำให้ เขาสามารถดึงวิญญาณของนายท่านสี่มารวมในร่างของเขาได้
โดยที่เขาเองก็ยังคงมีสติครบถ้วน ร่างของราเชนก้าวเข้าไปหาฟงเลี่ย ด้วยรอยยิ้มมุมปากเหมือนที่นายท่านสี่เคยทำ ส่วนราเชนก็ใช้พลังจิตปราณของเขาที่ตอนนี้ ก้าวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10 แล้ว ทำการครอบงำสมองของฟงเลี่ย กับลูกน้องหลายคนที่ตอนนี้สติแตกไปแล้ว ทั้งหมดกลับคุกเข่าไปกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง แต่ประตูปิดถูกล็อคจากด้านใน ราเชนจึงใช้ยันต์ระเบิดเหวี่ยงเปิดทางออกไป
ตูม !!
ประตูห้อง ๔ โถงระเบิดกระจาย ทุกๆ คน หันมามองที่ประตูทางเข้าที่ตอนนี้มีแต่กลุ่มควันเต็มไปหมด
คุณหนูอี้หลันกำลังจะลงลายมือ ยกมอบทรัพย์สินที่เหลือมอบคืนให้กับตระกูลฟง ก็หยุดนิ่ง มองไปที่ประตูเช่นกัน แต่พอกลุ่มควันหายไป และเห็นร่างตุ้ยนุ้ยของนักพรตเดินส่ายอาดๆ เข้ามาก็ได้แต่หยุดนิ่ง ทุกสายตามองมาที่ราเชนเป็นจุดเดียว
“ อี้หลัน ห้ามมอบทรัพย์สินของเจ้าให้กับใครเป็นอันขาด”
เสียงที่เปล่งออกจากปากราเชนนั้น เป็นเสียงของนายท่านสี่ ทุกๆ คนต่างก็สงสัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้
“ บังอาจ เจ้าเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร ฟงเลี่ย เจ้าปล่อยมันเข้ามาได้ยังไง” เสียงตวาดดังออกมาจากนายท่านรองฟงเว่ย
“ พี่รอง นี่ท่านจำเสียงข้าไม่ได้จริงๆ รึ?”
ผีนายท่านสี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สีหน้าและแววตานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ นักพรตน้อยอัญเชิญวิญญาณนายท่านสี่มาช่วยคุณใหญ่แล้วขอรับ”
หัวหน้าหวังฉี ที่อยู่ข้างหลังรีบพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ ท่านพ่อ” คุณหนูใหญ่อี้หลัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจยิ่ง ทุกๆ คนต่างก็หัวเราะออกมา คล้ายกับว่านี่มันเป็นเรื่องตลกอย่างนั้น
“ เจ้ามีอะไรมายืนยัน ว่าเจ้าคือ น้องสี่ตัวจริง เสียงจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นายท่านรองฟงเว่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อแน่นอน
“ พี่รอง ท่านนำทองคำของร้านเราไปลงทุนที่หอเฟยฟ่ง แล้วก็ไม่ได้ผลกำไรมีแต่ขาดทุนทุกๆ ปี พี่ใหญ่บังคับให้ท่านคืนหุ้นของท่านให้กับตระกูล เพื่อชดใช้ แล้วท่านก็มาทำสัญญากู้ยืมเงินกับข้า ให้ช่วยใช้หนี้แทน ท่านจำเรื่องนี้ได้หรือไม่”
สีหน้าของนายท่านรองฟงเว่ย ถึงกับหน้าถอดสี มองหน้าพี่ใหญ่ฟงอี้ชวน
“ ข้าไม่เคยบอกกับใครเรื่องนี้” ฟงอี้ชวนเอ่ยออกมาทันที
“ สัญญากู้เงิน ข้ายังคงเก็บเอาไว้ ในที่ปลอดภัย ท่านอยากจะให้ข้านำออกมาเปิดเผยให้ทุกคนดูหรือไม่”
ผีนายท่านสี่กล่าวยิ้มๆ
“ ไม่ ไม่ ไม่ต้อง ข้าเชื่อแล้ว เจ้าคือน้องสี่จริงๆ”
ฟงเว่ย ถึงกับยกมือไม้ปั่นป่วนเชื่อแล้วว่า เป็นวิญญาณของนายท่านสี่จริงๆ
“ แต่ข้าไม่เชื่อ หากเป็นเรื่องจริง นำสัญญากู้เงินฉบับนั้นออกมาให้พวกเราดูด้วย”
นายท่านสามฟงซาน ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ อย่านะ น้องสี่ เจ้ารับปากกับข้าแล้ว จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้”
“ นั่นมันตอนนั้น แต่ตอนนี้ท่านกำลังคิดจะแย่งสมบัติของลูกๆ ข้า คิดว่าข้าจะยอมหรือไง”
นายท่านรองถึงกับหน้าซีด ไม่กล้าพูดอะไรออกมา หัวหน้าตระกูลฟง ส่งสายตาไปที่ผู้อาวุโสผู้หนึ่ง ซึ่งก็พยักหน้า แล้วรีบถอยหลังออกไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว แล้วหันมาบอกว่า
“ น้องสี่ เจ้าตายไปแล้ว นี่มันเป็นเรื่องของทางโลก เจ้าไม่ควรมายุ่งเกี่ยวด้วย”
“ เฮอะ พวกท่านคิดจะยึดสมบัติของลูกๆ ข้า ทำเช่นนี้มันสมควรแล้วหรือเร๊อะ แม้นข้าตาย ข้าก็จะไม่ยอมเป็นอันขาด”
“ เจ้าก็รู้นี่ ว่านี่เป็นกฏหมาย และ เป็นกฏของตระกูล ที่พวกเราทำนั้นก็เป็นเพราะเป็นห่วงเสี่ยวตง สตรีแต่งงานไปแล้ว ก็เป็นคนของตระกูลอื่น เจ้าก็น่าจะเข้าใจในเรื่องเช่นนี้”
“ อี้หลันไม่เหมือนสตรีทั่วไป ข้าเลี้ยงนางมาข้ารู้จักนางดี นางจะยังคงขายทองคำให้กับตระกูลฟงของเรา เพื่อค้าขายเหมือนเดิม”
“ ไม่ได้ จะให้ตระกูลฟง ฝากอนาคตเอาไว้กับสตรีแต่เพียงผู้เดียวได้อย่างไร” ฟงอี้ชวนปฏิเสธเสียงแข็ง
“ พี่ใหญ่ คนที่ลอบสังหารข้าเป็นใคร ท่านน่าจะรู้ดีกว่าข้า นึกหรือว่า ข้าไม่รู้จุดประสงค์ของเขา”
“ เจ้า..เจ้าพูดเรื่องอะไร?”
“ ข้าเป็นผีไปแล้ว ข้ารู้เรื่องทุกอย่าง แต่ว่าท่านไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่า ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของข้า ดังนั้น ข้าไม่คิดจะทำอะไรท่าน แต่กับคนผู้นั้น มันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำขึ้น”
ฟงอี้ชวนตอนนี้ถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ตัวใหญ่ตรงกลาง ถอนหายใจออกมามองหน้าราเชนด้วยสายตาแปลกประหลาด
“ ไม่มีทาง เจ้าไม่ทางทำอะไรเขาได้ เพื่อความมั่นคงของตระกูลฟง ข้าไม่อาจเพิกเฉยในเรื่องนี้ น้องสี่เจ้าตายไปแล้ว ก็ขอให้ไปสู่สุขคติเถอะ”
“ เฮอะ อี้หลัน เสี่ยวตง ตามข้ามา”
อี้หลันรีบจูงมือเสี่ยงตง เข้ามาหาราเชน ทันที โดยที่นางมีเรื่องมากมายจะพูดแต่ไม่อยากถามในตอนนี้ ออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยไถ่ถามเรื่องราวให้แน่ๆ ชัด
ก่อนที่ทั้งหมดจะออกประตูห้องโถง ด้านหน้าก็มีนักพรตชุดเหลือง กับศิษย์อีกสิบคน ยืนอยู่ข้างหน้า มีผู้อาวุโสตระกูลฟงที่หลบออกไปยืนอยู่ด้านข้าง นักพรตชุดเหลืองเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า
“ คนตาย ก็อยู่โลกของคนตาย ไม่ควรเข้าสู่โลกของคนเป็น”
“ นักพรตจางจือเต้า” เสียงของทุกๆ คนเอ่ยออกมาพร้อมกัน
แล้วนักพรตจางจือเต้า ก็ควักเอากระจกแปดเหลี่ยมออกมาส่องออกมาที่ร่างของราเชน
“ คันฉ่องแสงจันทร์สำแดงเดช”
แสงจากกระจกแปดเหลี่ยมพุ่งออกมาเข้าใส่ร่างของราเชนเต็มๆ ยันต์เรียกวิญญาณที่แปะเอาไว้ในร่างของราเชนถูกไฟเผาสลายไป วิญญาณของนายท่านสี่ ถึงกับกระเด็นออกจากร่างของราเชน
ศิษย์ของนักพรตจางจือเต้า 10 คน กระโดดเข้ามาจับตัวราเชนเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว ส่วนนักพรตจางจือเต้า ก็ออกมายืนด้านหน้า แล้วนำป้ายวิญญาณชื่อของนายท่านสี่มาปักเอาไว้บนกระถางธูปสีดำ แล้วเอ่ยว่า
“ ที่นี่คือ โลกมนุษย์ ไม่ใช่โลกของเจ้า จงเข้ามาในกระถางธูปสะกดวิญญาณเดี๋ยวนี้"
วิญญาณของนายท่านสี่ไม่ทันอ้าปากพูด วิญญาณก็ถูกดูดเข้าไปในป้ายวิญญาณบนกระถางธูป โดยที่สายตามองไปที่ราเชนด้วยสายตาอ้อนวอน แต่ว่าราเชนเองก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะว่า นักพรตจางจือเต้าผู้นี้ น่าจะเป็นของจริง ไม่ใช่นักพรตสมัครเล่นอย่างเขา
“ เป็นไงบ้าง ท่านนักพรต” ฟงอี้ชวนหัวหน้าตระกูลฟง รีบเอ่ยขึ้นก่อนอย่างตื่นเต้น
“ ตอนนี้วิญญาณดวงนี้ถูกข้าสะกดเอาไว้ในกระถางธูปสะกดวิญญาณ แต่ก็คงได้แค่ชั่วคราว วิญญาณนี้มีพลังแรงกล้าต้องรีบนำศพไปกลบฝังเสียพร้อมกัน พลังปฐพีจะค่อยๆ สลายพลังวิญญาณดวงนี้"
“ แล้วน้องสี่จะได้ไปเกิดใหม่หรือไม่” นายท่านสามเอ่ยด้วยความกังวล
นักพรตจางจือเต้าส่ายหัว แล้วบอกว่า
“ ผู้ที่ถูกขังในกระถางธูปสะกดวิญญาณของข้าไม่มีวันได้ผุดได้เกิดตลอดกาล”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น คืนนี้ทำพิธี นำศพน้องสี่ไปกลบฝังที่สุสานของตระกูลทันที”
ฟงอี้ชวนประกาศออกไป ทุกๆ คนรีบดำเนินการทันที ไม่สนใจว่า คุณหนูใหญ่จะแสดงสีหน้าอย่างไร
“ ท่านลุงใหญ่ ช่วยปล่อยท่านพ่อไปเถิด ข้าขอร้อง ” อี้หลันเข้ามาคุกเข่าขอร้องทันที
“ อี้หลัน พ่อเจ้าตายไปแล้ว วิญญาณนั้นหาใช่น้องสี่ไม่ เขาคงถูกวิญญาณร้ายครอบงำ ต้องจัดการเยี่ยงนี้ ที่ข้าทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลฟงทั้งนั้น"
คุณหนูใหญ่เม้มปาก กำมือแน่น น้ำตาไหลออกมา
“ หากท่านปล่อยวิญญาณของท่านพ่อข้าจะยอมลงลายมือทันที”
ฟงอี้ชวนหันไปมองหน้าของ นักพรตจางจือเต้า เพื่อสอบถามความเห็น
“ ก็มีวิธี ข้าจะสวดส่งวิญญาณให้เขาไปกำเนิดใหม่ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อีกเล็กน้อย” นักพรตจางจือเต้าเอ่ยเสียงเรียบ
“ ไม่มีปัญหา ค่าใช้จ่ายเท่าไร บอกข้ามาได้เลย อี้หลัน ข้าทำตามที่เจ้าขอร้องแล้วนะ” ฟงอี้ชวนเอ่ยด้วยรอยยิ้มทันที
มีคนนำเอกสารฉบับใหม่มาให้ลงนามทันที แต่ทันใดนั้นเอง ราเชนที่ถูกล็อคตัวอยู่ ก็รู้สึกว่า หากเป็นเช่นนี้ เงิน 20 ล้านเหรียญของเขาต้องสูญเปล่าแน่ๆ จึงได้เอ่ยแทรกออกมาว่า
“ นายท่านสี่ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ คุณหนูใหญ่อย่าไปลงนามเป็นอันขาด”
ราเชนเอ่ยจบ คุณหนูใหญ่ก็ได้แต่ชะงักค้าง ยังไม่ลงนามในหนังสือสัญญา
“ เฮ้ย เจ้านักพรตอ้วนนี้เกี่ยวอะไรด้วยวะ” นายท่านรองฟงเว่ย รีบเอ่ยขึ้น แล้วยกมือให้จัดการ ศิษย์รับใช้ของนักพรตจางจือเต้า ก็ต่อยเข้าที่ท้องของราเชนไป หลายหมัด จนราเชน ถึงกับอ๊วก อาหารที่กินออกมา
“ หยุดได้แล้ว อย่างทำอะไรเขา” คุณหนูใหญ่อี้หลันเอ่ยเสียงดังออกมา ทุกคนเลยหยุดซ้อมราเชน
“ท่านนักพรต ท่านอย่ายุ่งเรื่องนี้เลย ข้าไม่สนสมบัติเหล่านี้ ข้าจะขอดูแลเสี่ยวตงเอง” อี้หลันเอ่ยกับ ราเชน ซึ่งราเชนเองก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงเปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่าง
“ ไม่ได้ ข้ารับปากบิดาท่านแล้ว ไม่มีวันคืนคำเป็นอันขาด”
ราเชนเอ่ยจบ ก็ร้องออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ โมโม่ ”
เจ้าหมาอ้วนไม่รู้โผล่มาจากไหน มายืนอยู่ต่อหน้าราเชน แล้วเห่าหางกระดิก ไปมา
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง !!!!
แต่ละคนก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ออกมากันคล้ายเห็นเจ้าโมโม่น่าตลก แต่ทว่า คนของคุณหนูอี้หลันกลับไม่มีใครกล้าหัวเราะแม้แต่คนเดียว หัวหน้าหวังอี้ กับคุณหนูอี้หลัน ถึงกับต้องถอยหลังห่างออกไป มีศิษย์นักพรตจางจือเต้า เดินเข้าไปและจะใช้ไม้พลองฟาดใส่เจ้าโมโม่ นักพรตจางจือเต้ารู้สึกผิดปกติ ยกมือห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างของเจ้าโมโม่เปลี่ยนเป็นอสูรมีเขาที่หัว มีเปลวเพลิงท่วมทั้งตัว อ้าปากพ่นไฟออกมา ร่างของศิษย์นักพรตที่จะฟาดกระบองใส่ ถึงกับกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
“ อสูรไฟ ทุกคนรีบถอยออกมาเร็ว” นักพรตจางจือเต้า ยกมือขึ้นปล่อยยันต์สีขาวนับร้อย ปล่อยเข้าใส่ร่างของเจ้าโมโม่ แต่ทว่า ยันต์เหล่านั้นถูกเผาผลาญไปจนหมด เจ้าโมโมอ้าปากปล่อยไฟออกไปใส่ราเชนกับคนที่จับตัวเขาอยู่สองคน
ซึ่งพวกมันต่างก็คิดว่า เจ้าโมโม่ไม่กล้าทำร้ายนายของมัน แต่มันคิดผิด !
ร่างสองคนที่จับ ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ราเชนกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
ราเชนหันไปมองนักพรตจางจือเต้า ด้วยแววตาเพชฌฆาต แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดว่า
“ ปล่อย...วิญญาณนายท่านสี่ออกมาซะ....”