เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 160 ชาวประมงผู้ได้ประโยชน์

              กลางอากาศ

              เงาร่างทั้งแปดทะลวงผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็คือคนของตระกูลมู่นั่นเอง

              ทว่าพวกเขาหาได้เป็นดั่งตอนที่เดินทางมาไม่ความหยิ่งทะนงทั้งหมดจางหายไปเหลือเพียงความสะบักสะบอมเท่านั้น

              รวมถึงผู้อาวุโสมู่เฉวียนด้วยยามนี้ร่างของเขาเปื้อนไปด้วยเลือดและเส้นแขนงปราณก็เสียหายไปไม่น้อยหากไม่ใช่เพราะอาศัยแรงเฮือกสุดท้ายก็คงจะสลบไปแล้ว!

              มู่หลงทะยานไปพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยความเดือดดาล“เหตุใดจึงมีเทพวานรโลกันตร์ปรากฏขึ้นมาได้? พวกเรานี้ช่างโชคร้ายเสียจริง...”

              “หุบปาก!”

              เขายังพูดไม่จบมู่เฉวียนก็ตวาดออกมาน้ำเสียงของเขานั้นแฝงไปด้วยความเดือดดาลทำให้มู่หลงตกใจจนชะงักงัน

              มู่เฉวียนกำหมัดแน่นเขากลืนเลือดลงคอแล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ดูเหมือนว่า...พวกเราคงจะถูกหลอกเสียแล้วเจ้าคนผู้นั้นรู้อยู่ก่อนแล้วว่าข้างหลังของตนเองคือเทพวานรโลกันตร์ จึงยอมยกผลเพลิงวิญญาณให้พวกเราอย่างง่ายดาย...นึกไม่ถึงว่าเหล่าฟูจะถูกเด็กน้อยหลอกจนติดกับ!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของผู้คนทั้งหลายก็เปลี่ยนไปสีหน้าคนของตระกูลมู่ล้วนแต่บ่งบอกถึงความโกรธแค้นและไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดบุรุษผู้นั้นถึงได้ยอมยกผลเพลิงวิญญาณให้อย่างง่ายดายเช่นนี้แท้จริงแล้วมันก็เป็นการปล่อยให้พวกเขาชักภัยเข้าหาตนนี่เอง

              เอือก !

              เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากของมู่หลงใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้นก่อนจะตวาดเสียงดัง “เจ้าคนสมควรตาย ข้าอยากจะหั่นมันนับหมื่นครั้งเสียจริง!”

              “หยุด!”

              มู่เฉวียนคว้ามู่หลงเอาไว้ จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“ยังไม่ถึงเวลาเจ้าเด็กคนนั้นอยู่ในขั้นเกลาวิญญาณแต่พวกเราตอนนี้บาดเจ็บสาหัสกันทั้งหมด หากกลับไปก็อาจจะต้องติดกับดักเขาอีกครั้งเอาเถอะ...เอาไว้ข้าหายดีเมื่อใดค่อยใช้คนของตระกูลออกตามล่าตัวเขา อิงตามศักยภาพของพวกเราแล้วนั้น ขอเพียงเขายังอยู่ในอาณาจักรต้าก้านย่อมต้องตามหาเจอเป็นแน่เมื่อถึงเวลานั้น...หึหึ!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นมู่หลงก็กัดฟันแน่นใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับตับสุกรก็ไม่ปาน พวกเขาทั้งหลายล้วนแต่เป็นศิษย์ของพรรควรยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรต้าก้านเป็นผู้ที่เรียกได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด มีทรัพยากรในการบำเพ็ญตนที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป

              ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนผู้นั้นพวกเขากลับถูกปั่นหัวคล้ายดั่งว่าเป็นคนที่โง่เขลาฉะนั้นแล้วจึงรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง!

              แต่พวกเขาทั้งหลายก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากรีบออกไปให้ไกลและเร็วที่สุด ยามนี้ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยเลือด หากกลิ่นคาวของมันโชยไปแตะจมูกของสัตว์อสูรตัวใดเข้าพวกเขาคงต้องตกที่นั่งลำบาก

              ......

              ด้านข้างของถ้ำเมิ่งฝานเดินออกมาอย่างสบายใจเขามองไปยังเทพวานรโลกันตร์ด้วยนัยน์ตาที่เยือกเย็นพร้อมทั้งยกยิ้มอย่างร้ายกาจ

              แม้ว่าก่อนหน้านี้เทพวานรโลกันตร์จะสามารถไล่ล่าสังหารตนเองได้อย่างง่ายดายแต่ในเวลานี้เมิ่งฝานก็รู้ดีว่าบทบาทมันตาลปัตรกลับกันแล้วถึงเวลาที่เขาจะได้เปรียบแล้ว

              เห็นได้ชัดว่าหลังจากการต่อสู้กับคนของตระกูลมู่ทำให้เทพวานรโลกันตร์สูญเสียพลังไปจำนวนมากซึ่งในขณะนี้แม้จะเหลือศักยภาพในการต่อสู้อีกเล็กน้อยแต่ร่างกายขนาดใหญ่ของมันก็คงจะไม่ไหวแล้ว

              เมื่อเทพวานรโลกันตร์เห็นว่าเมิ่งฝานปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งก็ตวาดเสียงดังเพื่อเอ่ยเตือนแต่ถึงกระนั้นร่างกายของมันก็สั่นเทาเล็กน้อย!

              บ่งบอกว่าบุรุษหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งในเวลานี้ทำให้มันตระหนักถึงอันตรายใหญ่หลวง

              เทพวานรโลกันตร์ลุกขึ้นยืนนัยน์ตาเดือดดาลนั้นมองมายังเมิ่งฝานพร้อมกลับกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายแล้วใช้มือเพียงข้างเดียวถือผลเพลิงวิญญาณเอาไว้แน่น

              “ขออภัยด้วยข้าต้องการของสิ่งนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว....เจ้าจงตายไปเสียเถอะ!”

              เมื่อเมิ่งฝานขยับมือทั้งสองข้างพลันมีทวนหยินหยางปรากฏนัยน์ตาของเขาเยือกเย็นไร้ซึ่งความสงสารหรือเวทนาอีกฝ่าย

              เส้นทางแห่งการบำเพ็ญตนก็เช่นนี้หากเขาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เทพวานรโลกันตร์ย่อมไม่มีทางที่จะปล่อยให้เขารอดชีวิตได้เช่นกัน

              หากต้องการบำเพ็ญตนก็จะต้องทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆฉะนั้นแล้วจึงต้องสังหาร จึงต้องช่วงชิง!

              เพียงชั่วพริบตาพลันมีพลังปราณระเบิดออกมาจากแขนทั้งสองข้างของเมิ่งฝานดั่งคลื่นยักษ์ทวนหยินหยางที่อยู่ในมือทั้งสองข้างเปล่งประกายด้วยแสงเจิดจ้าจนแสบตา

              ทวนหยินหยางได้ยอมรับเมิ่งฝานเป็นนายแล้วฉะนั้นเมื่อใช้งานจึงสามารถกวัดแกว่งได้ตามใจนึกอานุภาพของมันระเบิดตัวแล้วเงาทวนอันแข็งแกร่งก็ทะลวงอากาศพุ่งตรงไปสังหารเทพวานรโลกันตร์

              “ทวนหยินหยาง...สังหาร!”

              เทพวานรโลกันตร์ร้องคำรามออกมาเสียงดังก่อนจะขยับร่างกายฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันตวัดออกมาพร้อมกับระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันยิ่งใหญ่แต่หากเทียบกับเมื่อก่อนก็นับว่าด้อยกว่าอย่างมาก

              ปัง!

              เงาทวนหยินหยางพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของมันอย่างดุดันพละกำลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านแม้ว่าเทพวานรโลกันตร์จะบาดเจ็บสาหัสแต่ความทรงพลังของมันก็ยังคงทำให้ลมปราณของเมิ่งฝานแปรปรวนมีรอยแผลปรากฏขึ้นที่ซอกนิ้วและคล้ายดั่งว่าไม่อาจควบคุมทวนหยินหยางในมือได้ก็ไม่ปาน!

              แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงจับทวนหยินหยางเอาไว้แน่นและไม่ได้หยุดพักพลังปราณในร่างกายถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ออมมือ ขณะเดียวกันก็ผสานทวนทั้งสองเข้าด้วยกันพร้อมทั้งตวาดเสียงดัง“ทวนหยินหยาง...ทะลวง!”

              ปัง!

              เงาของทวนพุ่งทะยานออกไปอีกครั้งแสงอันยิ่งใหญ่แข็งแกร่งทะลวงอากาศทำให้เกิดระลอกคลื่นแห่งพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านไปซึ่งแสงที่ออกมาจากทวนหยินหยางนั้นก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งอันสูงสุดเลยก็ว่าได้

              เมื่อปะทะกันอีกครั้งฝ่ามือของเทพวานรโลกันตร์ถูกแทงทะลุเลือดสีแดงสดหลั่งไหลแล้วสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณเทพวานรโลกันตร์ที่เจ็บปวดรวดร้าวร้องคำรามออกมาเสียงดังน้ำเสียงของมันแฝงไปด้วยความชั่วร้ายและเดือดดาล

              ในวินาทีต่อมาเทพวานรโลกันตร์ก็ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวพลังปราณทั้งหมดในร่างกายถูกใช้ออกมาทั้งหมด มันมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความรู้สึกที่เกลียดเข้ากระดูกดำขณะเดียวกันฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ฟันออกไป แล้วฝ่ามือใหญ่ซึ่งมีอานุภาพของวิชายุทธ์ระดับอักษรหงก็ดิ่งลงมาจากฟากฟ้า

              พลังฝ่ามือนั้นนับเป็นพลังเฮือกสุดท้ายก่อนตายของเทพวานรโลกันตร์ฉะนั้นแล้วจึงแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก

              แม้แต่เมิ่งฝานก็ยังมองด้วยความตกใจจนรูม่านตาหดเล็กลงจากนั้นจึงตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “กายามหาธาตุ!”

              น้ำเสียงของเขาคล้ายดั่งพลังของสายฟ้าก็ไม่ปานแล้วในวินาทีต่อมาพลังลมปราณอันยิ่งใหญ่ก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเมิ่งฝานกล้ามเนื้อบนตัวปูดนูน กลิ่นอายพลังของเมิ่งฝานพลันร้ายกาจขึ้นมาอย่างไร้เทียมทาน และแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย!

              แม้จะเป็นเพียงพลังในขั้นต้นของกายามหาธาตุแต่ก็ยังสามารถทำให้พลังของเมิ่งฝานเพิ่มพูนขึ้นมาได้มหาศาลเมื่อฝ่ามือของเขาขยับทวนหยินหยางในมือที่คล้ายดั่งสุริยันและจันทราก็ไขว้เป็นกากบาทก่อนจะแทงตรงไปยังเทพวานรโลกันตร์

              “ทวนคู่...แทง!”

              วิชาทวนหยินหยางนั้นยิ่งอยู่ในขั้นหลังก็ยิ่งแข็งแกร่ง ภายใต้พลังที่สอดผสานก็ทำให้คล้ายดั่งว่ามีอุกกาบาตสองลูกปรากฏขึ้นมาในอากาศเมื่อเงาทวนทั้งสองพุ่งปะทะกับฝ่ามือยักษ์จึงสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าพลังฝ่ามือยักษ์ของเทพวานรโลกันตร์ค่อยๆแตกร้าว สุดท้ายจึงสลายหายไป!

              ตู้ม!

              เพียงชั่วพริบตาทะเลทรายผืนใหญ่พลันระเบิดหลุมขนาดยักษ์นับสิบเมตรปรากฏขึ้นบนพื้นดุจดั่งมีพายุทรายเกิดขึ้นมาก็ไม่ปานท่ามกลางทะเลทรายสีเหลืองนั้นคือร่างของเมิ่งฝานที่ล่าถอยไปด้านหลังอย่างรุนแรงก่อนจะกระอักเลือด

              กล้ามเนื้อบนร่างยุบตัวลงบ่งบอกว่าพลังกายามหาธาตุนั้นหายไปแล้วเมื่อเขากุมหน้าอกตนเองก็พบว่ากระดูกซี่โครงหักไปถึงสามซี่

              เขานึกไม่ถึงเลยว่าพลังเฮือกสุดท้ายของเทพวานรโลกันตร์จะทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บเพียงนี้พลังของขั้นจวนปราณทะลวงมันช่างแข็งแกร่งเสียจริง!

              เขากระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเมิ่งฝานทอดสายตามองออกไปก่อนจะพบว่าร่างกายขนาดยักษ์ของเทพวานรโลกันตร์ได้นอนอยู่บนพื้นเลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาดั่งสายธารก็ไม่ปาน

              หลังจากที่โดนทวนหยินหยางจู่โจมเข้าอย่างจังเทพวานรโลกันตร์ก็ไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับเมิ่งฝานก็รู้ว่าเทพวานรโลกันตร์นั้นตายไปแล้ว!

              ในเวลาต่อมานั้น เมิ่งฝานกระโดดไปเบื้องหน้าแล้วใช้พลังของทวนผ่าที่หน้าหน้าผากของเทพวานรโลกันตร์

              ที่กลางหน้าผากของมันก็คือจุดที่มีโลหิตบริสุทธ์อยู่ซึ่งเทียบได้กับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าเลยทีเดียว!

              การเดินทางมายังดินแดนแห่งเปลวเพลิงในครั้งนี้ช่างนับว่า...ได้ของล้ำค่ามามากมาย!

              เมิ่งฝานยกยิ้มที่มุมปากนัยน์ตาของเขามากไปด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่จัดการทุกอย่างรอบกายเรียบร้อยเขาจึงออกมาจากสถานที่นั้นทันทีในครั้งนี้เขาเป็นดั่งชาวประมงที่ได้ผลประโยชน์จากการต่อสู้ของนกกระสาและตะพาบน้ำซึ่งเมิ่งฝานก็พอใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวแม้จะเป็นการล่วงเกินตระกูลมู่แห่งอาณาจักรต้าก้านแต่เมิ่งฝานก็หาได้หวาดกลัวต่อสิ่งใดไม่

              แม้แต่พรรคเหมันต์สวรรค์และตระกูลเมิ่งเขาก็ยังล่วงเกินอย่างไม่อาจให้อภัยนับประสาใดกับตระกูลมู่!

              เมิ่งฝานออกมาจากสถานที่แห่งนั้นมาอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นจึงตามหาเนินทรายที่ค่อนข้างลับตาคน ยามนี้เขาบาดเจ็บสาหัสฉะนั้นแล้วไม่เหมาะที่จะเร่งรีบเดินทางเป็นแน่ทว่า...มันกลับเป็นโอกาสอันดีที่จะบรระลุระดับพลัง

              ยามนี้เมิ่งฝานได้ผลเพลิงวิญญาณมาครอบครองแล้วซึ่งหากเด็ดของเช่นนี้มาจากต้นแล้วไม่รีบใช้ก็จะทำให้สรรพคุณของมันสูญสิ้นไป

              เขายกยิ้มก่อนจะนำของที่ว่าออกมาแล้วอ้าปากกัดกินมันลงไป

              หากผู้อื่นมาเห็นจะต้องตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งแน่นอนเพราะหากมีผู้ใดได้รับของล้ำค่าเช่นนี้ก็คงไม่กล้าที่จะกินมันให้หมดในคราวเดียวเพราะฤทธิ์ยาอันมหาศาลของมันอาจทำให้พลังการบำเพ็ญต้องสูญสิ้น

              ทว่าเมื่อมันเข้าไปในร่างกายของเมิ่งฝานผู้ที่เป็นดั่งหลุมดำนั้นเขาก็ทำการดูดกลืนสรรพคุณของมันเข้าไปในสมุทรปราณในทันใด

              ฤทธิ์ยาถาโถม เวลานี้เมิ่งฝานรู้สึกดั่งถูกเปลวเพลิงแผดเผาไปทั้งร่างแต่ถึงกระนั้นเขากลับรู้สึกราวกับว่ากำลังเสพสุขก็ไม่ปาน เพราะตราผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพที่ไม่ได้ขยับมานาน....ในที่สุดมันก็ขยับแล้ว!

              เพียงชั่วพริบตาพลันมีแสงเปล่งประกายออกมาจากผนึกนั้นแล้วทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานกลายเป็นดั่งเครื่องจักรสำหรับดูดกลืนพลังแห่งฟ้าดินก็ไม่ปานอากาศรอบกายเขาบิดเบี้ยวไปชั่วครู่ทว่าผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพนั้นกลับเป็นดั่งเด็กน้อยที่โลภมากและไม่รู้จักพอก็ไม่ปาน!

              ผนึกนี้...มันคือสิ่งใดกันแน่!

              เมิ่งฝานสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายแล้วรู้สึกหมดคำพูดไปชั่วครู่ดูเหมือนว่าต่อให้มีพลังมากมายเพียงใดก็ยังไม่พอต่อการกลืนกินของมันก็ไม่ปานต่อให้เป็นพลังของผลเพลิงวิญญาณก็ยังสูญสิ้นไปในเวลาเพียงชั่วพริบตาเพียงไม่กี่อึดใจก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง

              แม้ว่าผนึกโบราณนั้นจะไม่ได้ขยับไปที่ใดแต่พลังปราณภายในร่างกายของเมิ่งฝานกลับหลั่งไหลดั่งสายธารหลากก็ไม่ปานเพียงชั่วพริบตามันก็สอดผสานเข้าด้วยกันแล้วพุ่งทะลวงไปยังอุปสรรคกายาของเขา

              ตู้ม!

              ลมปราณสั่นสะท้านเมิ่งฝานยังคงนั่งอยู่กับที่แต่รู้สึกคล้ายดั่งตนเองมีพลังที่สามารถฉีกมิติได้ก็ไม่ปานลมปราณของเขาแข็งแกร่งราวกับว่าเป็นสัตว์อสูรตัวหนึ่งก็ไม่ปาน มันมากมายไม่ดับสูญไหลเวียนอย่างไม่หยุดยั้ง

              แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างเส้นแขนงปราณในร่างกายขยายตัว มันแตกตัวจนทำให้เลือดไหล พละกำลังเพิ่มพูนอย่างบ้าคลั่งซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า...เขาได้อยู่ในขั้นเกลาวิญญาณระดับห้าแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน