ข้าจะเป็นอวิ๋นซีนางร้ายผู้มั่งคั่ง

    คาเฟ่เออร์ซี

            ทั้งครอบครัวนั่งพร้อมเพรียงบนโต๊ะอาหาร แต่ยังไม่มีใครกล้าลงมือกินสักที อวิ๋นซีเห็นดังนั้นก็คีบไข่ดาวให้ พ่อ แม่ และลู่เซิงคนละฟอง 

            “นี่คือน้ำซุบ นี่คือแตงกวา หากเผ็ดก็กินนี่ได้เ๯้าค่ะ แต่ข้าไม่ได้ใส่พริกเยอะขนาดนั้นสักหน่อยไม่ค่อยเผ็ดหรอกเ๯้าค่ะ” ว่าแล้วนางก็เริ่มชิมคำแรกใช้ตนเองเป็๞หนูทดลอง 

            อ้ามมมม อร่อยแฮะ แต่ใส่พริกน้อยไปนิดก็นางชอบกินเผ็ดๆ แต่กลัวคนอื่นจะกินไม่ได้ ไว้รอบหน้าทำเพิ่มอีกกระทะเอาเผ็ดๆดีไหมกว่า

            เมื่อทั้งสามคนเห็นว่าอวิ๋นซีกินแล้วไม่ได้สำลักหรือไอ เพราะเผ็ดมากก็เริ่มขยับตะเกียบ

            อื้มมมม อร่อยจริง แต่ชาลิ้นอยู่บ้าง 

            โอ้ อร่อยรสชาติจัดจ้าน 

            อ้าา เผ็ด (// o //) ลู่เซิงที่กินเข้าไปคำแรกเริ่มเผ็ดแต่เพราะว่ารู้สึกอร่อยจึงคีบกับข้าวอีกครั้งแล้วคีบแตงกวาตามเข้าไป ตบท้ายด้วยน้ำซุบ 

            “ลู่เซิงเ๯้ากินไข่ดาวลงไปด้วย หยุดคีบกับข้าวได้แล้วเดี๋ยวครั้งหน้าจะทำแบบเผ็ดอนุบาลให้เ๯้านะ” อวิ๋นซีสงสารน้องชาย นางลืมไปว่าลู่เซิงยังเด็กอยู่กินเผ็ดมากไม่ได้ 

            “แต่ว่าข้ายังอยากกินอีก” ลู่เซิงงอแง

            “เด็กดี กินเผ็ดมากไปคืนนี้เ๯้าจะนอนปวดท้องนะ” ฮุ่ยเหนียงเตือนบุตรชาย

            “พรุ่งนี้ข้าทำให้เ๽้าใหม่ดีหรือไม่?” อวิ๋นซีเห็นว่าน้องชายไม่ยอมจึงหลอกล่อเขา

            “ขอรับ” ลู่เซิงคีบไข่ดาวที่อยู่ในจานและพุ้ยข้าวเข้าปากจนเต็มแก้มน้อยๆแล้วเคี้ยวจนแก้มเหมือนหนูแฮมเตอร์อย่างไรอย่างนั้น ทำเอาฮุ่ยเหนียงและอวิ๋นซียิ้มขำ

            ส่วนลู่เซียว๻ั้๹แ๻่ได้ชิมผัดกระเพราหมูสับเขาก็รู้สึกว่า อาหารจานนี้ช่างอร่อยเริศเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว จนไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ฮุ่ยเหนียงและอวิ๋นซีที่กำลังยิ้มขำลู่เซิง หันมองเขาแล้วได้แต่ยิ้มค้างบนใบหน้า

            ท่านพี่ ท่านอร่อยมากหรือไม่? (¯ _ ¯ *)

            อวิ๋นซีที่เห็นว่าบิดาเจริญอาหารก็ปลื้มใจ สงสัยจะต้องทำให้กินทุกวันแล้วล่ะ !

            เมื่อกินจนอิ่มทั้งทั้งครอบครัวก็พากันนั่งเล่นสักพักเพื่อย่อยอาหารแล้วแยกย้ายกันเข้านอนหลังจากที่ต่างเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน อวิ๋นซีคิดว่าพรุ่งนี้จะเริ่มทำขนมต่อ นางกับลู่เซิงจะเอาไปขายเอง ส่วนลู่เซียวเขายังยุ่งกับการตัดไม้มาทำรั้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันก็คงตัดได้มากพอทำรั้วแล้ว

    ท้องฟ้าข้างนอกยังคงมืดอยู่ อวิ๋นซีกับลู่เซิงสองพี่น้องก็เร่งเดินเท้าออกจากบ้านพร้อมกับตระกร้าใส่ขนมปลาร้อนๆในห่อกระดาษที่พึ่งทำ ท้องฟ้าพึ่งสว่างได้ไม่นานทั้งสองคนก็มาถึงที่ตลาด ตั้งแผงขายขนมไม่นานก็มีลูกค้าประจำมาซื้อไม่ขาดสาย จนขนมสี่ร้อยชิ้นที่ทำมาหมดอย่างรวดเร็ว อวิ๋นซีนับเงินและเก็บใส่ถุงอย่างหน้าระรื่น เมื่อเห็นว่าตอนนี้ยังไม่สายมากนักจึงชวนลู่เซิงเข้าไปในตัวตำบลสักหน่อย

            โรงน้ำชาจื่อซีไม่ใช่ว่าขายไม่ดีจนเจ๊งไปแล้วนะ แวะไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน

    บนถนนยังมากไปด้วยผู้คนเช่นเคยวันนี้อวิ๋นซียังไม่มีของที่ต้องซื้อจึงไม่ได้แวะร้านไหน นางจูงลู่เซิงเดินไปตามท้องถนนเพื่อมุ่งหน้าไปที่โรงน้ำชาจื่อซี เมื่อไปถึงก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

            โรงน้ำชาจื่อซีที่เคยเงียบเหงาเมื่อหลายวันก่อน เริ่มคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินเข้าออกไม่ขาดสาย แม้จะไม่มากเหมือนโรงน้ำชาใหญ่ที่อยู่อีกซอยถนนแต่นี่ก็ถือว่ามากกว่าเมื่อหลายวันก่อนแล้ว

            “โอะ คนเยอะกว่าวันก่อนอีกนะขอรับ ดูท่าไม่ต้องปิดโรงน้ำชาแล้ว” ลู่เซิงยิ้มพร้อมปรบมือเบาๆ

            “เหมือนจะดีกว่าที่คิดไว้นะ” อวิ๋นซีคิดว่าสูตรขนมที่เขียนให้เขาไปอาจจะช่วยเพิ่มลูกค้าได้บ้างนิดหน่อย แต่ตอนนี้เกินความคาดหมายอยู่บ้าง

            ทั้งสองพี่น้องเดินเข้าไปในโรงน้ำชา เมื่อเสี่ยวถงที่ช่วยคิดเงินอยู่ที่โต๊ะนายบัญชีเห็นพวกเขาจึงทิ้งลูกคิดแล้ววิ่งมาต้อนรับ

            “แม่นางน้อย พวกเ๯้าไม่มาซะหลายวันเลย ตอนนี้คุณชายข้ารอพวกเ๯้าจนแทบจะไม่ไหวแล้ว” ตอนพวกเขาตกลงแลกเปลี่ยนที่ห้องส่วนตัวชั้นสองวันนั้นเสี่ยวถงก็ไม่เคยคิดว่าโรงน้ำชาที่เงียบเหงาจะมีวันที่คึกคักแบบนี้ได้ ไม่ได้ถามแม้แต่ชื่อแซ่หรือที่อยู่พวกเขาด้วยซ้ำ พอโรงน้ำชาเริ่มมีลูกค้ามากอยากได้สูตรเพิ่มก็ไม่รู้จะไปตามกับใครแล้ว

            “พวกข้ามีธุระต้องทำที่บ้านเ๽้าคะ เลยไม่ได้เข้ามาที่ตำบลหลายวันเลย ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกค้าจะเยอะขึ้นนะเ๽้าคะ” อวิ๋นซียิ้มล้อเลียนเสี่ยวถง ก็ใครใช้ให้ตอนนั้นดูถูกนางกัน ถึงเห็นนางเป็๲เด็ก แต่จริงๆนางยี่สิบสามปีแล้วนะ ฮึ

            “แฮร่ๆ  เอาเถอะเ๯้ารีบขึ้นไปชั้นบนคุณชายรอเ๯้ามาหลายวันแล้ว” เสี่ยวถงรีบเชิญอวิ๋นซีเข้าไปในร้าน

            “เ๽้าค่ะ” อวิ๋นซีตอบรับแล้วพาลู่เซิงเดินเข้าไป 

            เสี่ยวถงเดินนำสองพี่น้องอวิ๋นซีขึ้นไปชั้นสองเพื่อพบคุณชายหลิวจื่อซี  ชั้นสองนี้อวิ๋นซีกับลูเซิงเคยขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งก่อน แต่ห้องส่วนตัวของหลิวจื่อซีอยู่อีกฝั่งของชั้นสองเมื่อมาถึงหน้าห้องเสี่ยวถงก็เคาะประตูเบาๆ

            “คุณชายขอรับ เสี่ยงถงพาแม่นางน้อยมาแล้วขอรับ” เสี่ยวถงร้องเรียกจื่อซีเบาๆ

            “เข้ามาได้” 

            หลิวจื่อซีง่วนอยู่กับการคิดบัญชีของโรงน้ำชาในหลายวันมานี้ หลังจากตรวจดูอยู่หลายรอบเขาก็ตกตะลึงอย่างมาก รายได้ของหลายวันมานี้ดูเหมือนจะมากกว่ารายได้ที่ขายมาตั้งหลายเดือนนี่สิ 

            เมื่อเห็นอวิ๋นซีกับลู่เซิงเข้ามาเขาก็มองพวกนางอย่างรู้สึกขอบคุณ หากไม่ได้สูตรอาหารของนาง โรงน้ำชาจื่อซีคงไม่มีลูกค้าแล้ว

            อวิ๋นซีเดินเข้ามาก็เห็นหลิวจื่อซีนั่งอยู่ที่โต๊ะเล็กกลางห้อง นางจึงเดินเข้าไปพร้อมกับกล่าวทักทาย

            “คุณชายข้าลืมแนะนำตัวไป ข้าชื่อลู่อวิ๋นซี ส่วนนี่ลู่เซิงน้องชายของข้า” หลิวจื่อซียิ้มตอบ

            “แม่นางอวิ๋นซีข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ‘ไข่กะทะ’ ของเ๽้าจะช่วยโรงน้ำชาน้อยๆของข้าไว้ได้” จื่อซีปิดสมุดบัญชีตรงหน้าแล้วกล่าวกับอวิ๋นซีอย่างตื่นเต้น

            “ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันเ๯้าค่ะ” คนยุคโบราณก็ชอบของอร่อยเหมือนกันนี่นา

            “ข้อตกลงที่เ๽้าเสนอมาเมื่อครั้งก่อน ยังเหมือนเดิมหรือไม่” 

            “แน่นอนสิเ๯้าคะ อาหาร ของว่าง ทั้งหมดข้าจะคิดขึ้นมาเอง ข้อแลกเปลี่ยนคือกำไรห้าส่วน”

            “ได้แน่นอน แต่ว่าเ๽้าจะให้สูตรของว่างเยอะสักหน่อยได้หรือไม่ เ๽้าก็รู้ว่าตอนนี้โรงน้ำชาของข้า…” จื่อซีมองอวิ๋นซีด้วยสีหน้าเกรงใจ

            “เ๹ื่๪๫นั้นไม่ต้องเป็๞ห่วงหรอกเ๯้าค่ะ ปล่อยให้เป็๞หน้าที่ข้า”ฮุฮุฮุ 

            อวิ๋นซีคิดถึงก้อนเงินขึ้นมาก็เริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “คุณชายจื่อซี ท่านว่าเราปรับปรุงร้านสักหน่อยดีหรือไม่?”

            ความคิดที่จะสร้างคาเฟ่เกิดขึ้นในหัวอวิ๋นซี หากทำได้แบบนั้นจริงๆจะดีสักแค่ไหนกันนะ แต่นี่มันยุคโบราณหากจะทำจริงๆก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ง่ายแน่นอน อวิ๋นซีมองคุณชายจื่อซีที่นิ่งไป

    เขาได้ยินที่นางกล่าวอย่างชัดเจน ‘ปรับปรุงร้านหรือ?’ หลิวจื่อซีคิดอย่างลังเล

            เขาจะมีมั่นใจกับนางได้สักแค่ไหน?

            หากเขาเดิมพันกับนางครั้งนี้ .. จะได้หรือไม่

            หลิวจื่อซีหันมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามดูเหมือนว่านางจะมีความมั่นใจอย่างมากว่าจะทำออกมาได้ดี ไม่เหมือนเขาที่ลังเลไปเสียทุกอย่าง จนทิ้งโอกาสดีๆไปตั้งหลายครั้ง ทั้งๆที่นางยังเด็กกว่าเขาอยู่มาก 

            “คุณชายท่านว่าดีหรือไม่?”อวิ๋นซีถามซ้ำเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบ (¬‿¬)

            เสี่ยวถงที่เงียบฟังมาแต่ต้น เอ่ยปากถาม “หากจะปิดร้านปรับปรุงนี้ยังจะมีลูกค้าเหลืออยู่หรือไม่”

            พึ่งจะเริ่มมีลูกค้าเองนะหากปิดร้านไปจริงๆ ยังจะเหลือคนมาซื้ออีกหรือ?

            “เ๹ื่๪๫นี้ไม่ยาก แค่เปลี่ยนจากนั่งกินในร้านเป็๞ซื้อกลับบ้านไปก่อนก็ได้แล้ว” อันที่จริงอวิ๋นซีไม่ได้คิดจะปรับปรุงอะไรมาก นางแค่อยากรีโนเวทร้านให้ดูดีขึ้น น่านั่งมากขึ้นเท่านั้น คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่

            “ง่ายถึงเพียงนั้นเลยหรือ?” หลิวจื่อซีที่ได้ฟังความคิดของนางก็แปลกใจ วิธีการถึงจะแปลกไปบ้างไม่เคยมีร้านไหนทำมาก่อน แต่เขาก็คิดว่ามันใช้ได้

            “แน่นอนสิ ใช้เวลาเพียง7วันข้าคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหา” อวิ๋นซีพูดอย่างมั่นใจ

            “อื้อ” (o ^ ^ o) / ลู่เซิงที่นั่งฟังอยู่ข้างๆนานแล้วอยากมีส่วนร่วมบ้าง 

            หลังจากถกเถียงข้อสงสัยกันสักพักก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า จะปิดเพียงส่วนที่เป็๞โถง ห้องส่วนตัว และห้องครัวเล็กน้อยเพื่อปรับปรุง ตกแต่ง และต่อเติม โดยใช้เวลาไม่เกิน7วันอย่างที่อวิ๋นซีคาดการณ์ไว้ โดยอวิ๋นซีจะเป็๞ผู้ออกแบบการปรับเปลี่ยนแล้วค่อยให้หลิวจื่อซีตรวจสอบอีกครั้ง แล้วค่อยเปิดร้านอีกครั้งพร้อมกับของว่างเมนูใหม่

            หลิวจื่อซีมองสองพี่น้องอวิ๋นซีแล้วเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา “ในเมื่อเ๽้าก็เป็๲หุ้นส่วนของโรงน้ำชานี้ถ้าหากว่าข้าจะเปลี่ยนชื่อโรงน้ำชานี้ เ๽้าเห็นว่าอย่างไร”

            ถึงนางจะเป็๞แค่เด็กแต่เขาก็ไม่อยากเอาเปรียบนาง อีกอย่างตอนนี้เหมือนกับว่าเขาได้เริ่มต้นเปิดร้านใหม่โดยมีนางที่เป็๞ผู้ดูแลส่วนหนึ่งด้วย

            “เปลี่ยนชื่อหรือ เปลี่ยนเป็๲อะไรล่ะเ๽้าค่ะ” ต้องเปลี่ยนชื่อเลยหรือ ชื่อเก่าก็ดีอยู่แล้วนี่

            “เหล่าเออร์ซี” หลิวจื่อซีมองอวิ๋นซีว่านางจะเห็นด้วยหรือไม่

            “เหล่าเออร์ซี?” อวิ๋นซีทำหน้าสงสัยมองหน้าเขา มัน..แปลว่าอะไรหรือ? ไม่ใช่ว่า เออร์ที่แปลว่าสอง ซีคือชื่อของเขา ‘หลิวจื่อซี’ กับชื่อของนาง ‘อวิ๋นซี’ เท่ากับ สองซี ฮ่า ฮ่า ฮ่า

            คาเฟ่เออร์ซี …. คาเฟ่สองซี ฮ่า ฮ่า ฮ่า