เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 111 งานชุมนุมนักรบสวรรค์

     

     

    ในที่สุดก็มาถึงวันชุมนุมนักรบสวรรค์

     

    บรรยากาศในเมืองหลวงดูคึกคักเป็นพิเศษธงมังกรเงินสัญลักษณ์ของราชวงศ์เจียงโบกสะบัดไปทั่วเมืองหลวง

     

       ชายหนุ่มที่มีผ้าผูกตาก้าวออกมานอกปราสาทตระกูลเกรตอนนี้เขาตัดสินใจจะผูกผ้านี้ไว้ตามเดิม ตามที่หลงหลินเล่า
    อากิโกะไม่ใช่สมาชิกของตระกูลเนตรคนเดียวที่เหลืออยู่ ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งตัวเองในระดับนี้หากตระกูลเนตรพบตาซ้ายของเขาเข้าเกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ได้

     

       หลังจากฝึกไร้ลักษณ์สำเร็จปัจจุบันเขาไม่ต้องเปิดภาพนิมิตแล้วสิ่งที่ต้องทำมีเพียงลืมภายใต้ผ้าสีแดงมองออกไปตามปกติก็พอ

     

       เมื่อมาถึงทางออกเขาก็ต้องอึ้งผู้ฝึกตนหลายร้อยคนในเกราะเหล็กมีผ้าคลุมสีเทาด้านหลังตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบบางคนยืนตรงบางคนนั่งบนหลังม้ามังกร รอบข้างธงผ้าสีขาวประดับด้วยสัญลักษณ์ลาสีเทาโบกไสว

     

    "นี่มันกองทัพชัดๆ" ชายหนุ่มพึมพำ

     

    ประวัติตระกูลเกรนั้นไม่ธรรมดาเพราะเป็นถึงตระกูลนักรบเก่าแก่ที่ตั้งรกรากในเมืองหลวงวู้ดส์แลนด์มานานนับพันปี

     

       เบื้องหน้ามีม้ามังกรสามตัวใส่เครื่องประดับราวกับม้าศึกบนหลังม้าตัวตรงกลางที่ไบรอันกับโอลิเวียร์ขนาบข้าง มีสตรีวัยกลางคนผมสีทองนั่งอยู่เธอผู้นี้มีนามว่า "ท่านหญิงอามีนา" เป็นผู้นำตระกูลเกรและเป็นมารดาของทั้งสอง

     

     

    จากระยะเวลาที่ลูคัสอาศัยอยู่ที่นี่ลูคัสก็ได้พบกับเธอไม่บ่อยนักเพราะท่านหญิงมีภารกิจมากมายต้องจัดการ

     

    "นักรบตระกูลเกรจงฟัง เคลื่อนตัวไปลานกลางเมือง"ท่านหญิงอามีนาออกคำสั่ง

     

    “รับทราบ”เสียงขานรับสั้นๆ ดังสนั่นก่อนที่เหล่านักรบตระกูลเกรจะก้าวออกไปอย่างพร้อมเพรียง

     

    หลังจากกองทัพตระกูลเกรเคลื่อนตัวออกไปแล้วชายหนุ่มก็เรียกรถม้าศึกออกมาก่อนนั่งตามทิ้งระยะออกไปห่างๆ

     

       ระหว่างเดินทางลูคัสเลิกม่านด้านข้างออก ทำให้เห็นว่าเมืองหลวงวู้ดส์แลนด์ในตอนนี้มีเหล่าผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายรถม้าเหล่าสำนัก กองคาราวานสินค้าต่างเคลื่อนตัวกันมาเป็นขบวน เหล่าพ่อค้าแม่ขายต่างตะโกนคอเป็นเอ็นเพื่อโฆษณาขายสินค้าของตนเด็กน้อยกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าวิ่งไล่ตามรถม้ากันอย่างสนุกสนาน

     

       ตัวเองตั้งแต่เล็กไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาก่อนชายหนุ่มจึงบังคับรถม้าให้ช้าลงผ่านไปสักระยะเนื่องจากการจราจรแออัดมากเขาจึงตัดสินใจเก็บรถม้าศึกแล้วเปลี่ยนมาเป็นการเดินเท้าแทน

     

       เมื่อพบว่ายังเป็นเวลาเช้าอยู่ลูคัสจึงไม่รีบร้อนนั่งจิบชาอยู่ตรงร้านค้าข้างถนนในครรลองสายตามีธงผืนใหญ่สีม่วงลวดลายมังกรดำโบกสะบัดอยู่ไกลๆ

     

    "ทุกท่านโปรดหลีกทาง" "ทุกท่านโปรดหลีกทาง"ชายสองคนในชุดสีม่วงประดับไปด้วยลายมังกรดำ เดินนำขบวนเกี้ยวสีแดงมาก่อนขอทางอย่างสุภาพ

     

       เหล่าคนที่พบเห็นเครื่องแบบสีม่วงนี้ล้วนรีบหลบให้ตามสัญชาตญาณ"ตระกูลหยาง"

     

       ลูคัสเพ่งออกไปเมื่อสำเร็จไร้ลักษณ์ตาขวาจึงสามารถมองทะลุสิ่งต่างๆได้ ภายในเกี้ยวแดงนั้นมีร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ ในเสี้ยวอึดใจขณะที่เขากำลังมองอย่างสนใจอีกฝ่ายก็ส่งสายตาแข็งกร้าวย้อนกลับมา ทำให้เขาต้องเบี่ยงสายตาออกตามสัญชาตญาณ

     

    "เกือบไปแล้ว" เขาถึงกับเหงื่อตก

     

       ภายในเกี้ยวแเดงนั้นเขาสัมผัสได้ว่ามีผู้เยี่ยมยุทธกำลังเข้าฌานและการที่เขาถือวิสาสะจ้องมองออกไปแบบนั้นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก

     

       ชายหนุ่มยืนขึ้นการโค้งอย่างสุภาพเป็นการขออภัยร่างในเกี้ยวแดงยิ้มก่อนหันหน้าไปทางอื่นเป็นเชิงว่าไม่ถือสาทำให้ตนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

     

       ถัดมาเขาก็เห็นขบวนธงขบวนของตระกูลหวู่ที่เป็นพระอาทิตย์สีทองนำมาด้วยผู้สืบทอดหวู่จางซ่งและธงคฑาม่วงที่ส่องประกายด้วยเวทมนตร์ของตระกูลบลูมเบิร์กตามลำดับ

     

       แต่เมื่อเห็นตระกูลยุนเขาก็รู้สึกแปลกใจธงของพวกเขาก็เป็นพระอาทิตย์กำลังฉายแสงคล้ายตระกูลหวู่เช่นกันแต่กลับเป็นสีเงิน

     

    "นั่นๆ ตระกูลวันเดอร์แลนด์มาแล้ว"เด็กน้อยที่ใช้เศษผ้ามาเย็บเป็นชุดสีดำกล่าวขึ้นเห็นชัดว่ากลุ่มเด็กพวกนี้เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่หลงใหลตระกูลวันเดอร์แลนด์

     

       ร่างชายชราในเกราะดำเข้มบนหลังม้าสีขาวเคียงคู่กับชายหนุ่มในเครื่องแบบเดียวกันชายหนุ่มผู้นั้นคือ อาเธอร์ ที่เขารู้จักดีส่วนอีกคนคือลอร์ดปีเตอร์แห่งวันเดอรแลนด์

     

       ชายชราผู้นั้นเป็นวีรชนผู้ปราบปรามสงครามกลางเมืองจึงได้รับบรรดาศักดิ์จากจักรพรรดิโยฮันผู้เป็นจักรพรรดิพระองค์ก่อนหลงหลินเองเพื่อเชิดชูคุณงามความดีอีกฝ่ายจึงยังคงบรรดาศักดิ์นี้เอาไว้จนกว่าปีเตอร์จะสิ้นอายุขัย

     

       ส่วนตระกูลอื่นล้วนมาจากอีกทิศทางหนึ่งเขาจึงไม่เห็นภาพเหล่านี้ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจ เพียงแค่กำลังพลของตระกูลใหญ่สักหนึ่งตระกูลก็ล้างบางสี่สถานศึกษาได้โดยไม่เหลือซาก

     

       หมดขบวนของเหล่าตระกูลใหญ่จบไปก็เป็นขบวนจากสำนักหรือขุมกำลังจากภูมิภาคต่างๆตามลำดับแม้แต่สถานศึกษาภาคกลางอย่างสถานศึกษาจิวหลิงเองก็พาเหล่าศิษย์มาเพื่อเข้างานชุมนุมนักรบสวรรค์เช่นกัน

     

    เมื่อสมควรแก่เวลาเขาจึงตรงออกตรงไปยังลานกลางเมืองเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมนักรบสวรรค์

     

    ณลานกลางเมือง

     

       ลานประลองนี้ถูกสร้างด้วยหินสีเงินเป็นลานสี่เหลี่ยมโล่งๆกินรัศมีกว้างขวางอย่างมาก ส่วนใหญ่ตึกสูงย่านนี้จะเป็นร้านอาหารชื่อดังต่างๆหอไป๋ชางเองก็เป็นหนึ่งในนั้นทำให้มีเหล่าผู้คนเนืองแน่น

     

       เมื่อชายหนุ่มมาถึงก็เลือกที่จะยืนปะปนอยู่กับฝูงชนเขาพบว่าแปดตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงล้วนอยู่ตรงนี้หมดแล้ว
    ธงที่มีดอกซากุระสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลโคะโนะเอะ

     

    "องค์จักรพรรดิเสด็จแล้ว" เสียงประกาศดังขึ้น

     

      ประชาชนทุกคนล้วนคุกเข่า มีเพียงแปดตระกูลใหญ่ที่ทำเพียงชันเข่าเท่านั้นครั้งนี้ลูคัสก็เลือกชันเข่าลงเช่นกันเพื่อไม่เป็นที่สะดุดตาเพราะใจเขาเองก็เริ่มนับถือหลงหลินอยู่บ้างที่สละตัวเองเพื่อประชาชน

     

       หลงหลินในชุดคลุมมังกรทองก้าวอย่างเชื่องช้าก่อนนั่งบนบัลลังก์วันนี้เขายังเล่นละครเป็นชายผู้อ่อนแอเช่นเคย เมื่อเห็นจักรพรรดินั่งลง ชายชราที่ยืนทั้งซ้ายและขวาต่างนั่งลงตามลำดับพวกเขาคือเสนาซ้ายโม่หยินกวงในชุดสีขาวกับชายชราชุดม่วงลวดลายมังกรดำเสนาขวาหยางจี้เขาเป็นปู่ของหยางเฉินนั่นเอง

     

    "เอาล่ะทุกท่านไม่ต้องมากพิธี..." จากนั้นหลงหลินก็กล่าวเล็กน้อย ระหว่างที่พูดไปก็มีการทำท่าทางกระแอมไอราวกับคนป่วย

     

       ตั้งแต่ต้นจนจบลูคัสไม่ได้สนใจเลยว่าหลงหลินจะพูดอะไรชายหนุ่มเพียงจดจำสีหน้าอากัปกิริยาชายบนบัลลังก์ทองนั้นอย่างสนใจ จุดนี้ยอมรับจริงๆว่าทักษะการแสดงของจักรพรรดิองค์นี้เหนือชั้นเป็นอย่างมาก

     

       จากนั้นก็มีหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดคลุมสีครามตัวหลวมใหญ่เธอเป็นพิธีกรในงานครั้งนี้ไม่นานพิธีกรก็เริ่มกล่าวอธิบายเนื้อหาของงานชุมนุมนักรบสวรรค์

     

       งานชุมนุมนี้จะใช้เวลาสองวันเป็นงานประลองเพื่อจัดอันดับรุ่นเหล่ารุ่นเยาว์ที่มีความสามารถมากที่สุดในทวีปวู้ดส์แลนด์มีผู้ฝึกตนเข้าร่วมต่อสู้ทั้งหมดหกพันคน จำนวนนี้ได้ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากทางราชวงศ์แล้วดังนั้นทุกคนย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา

     

       เมื่อมีผู้เข้าร่วมหกพันคนก็แบ่งลานประลองออกเป็นสามพันเวทีมีเวลาต่อสู้กันสามชั่วโมง ใครสละสิทธิ์หรือยอมแพ้อีกฝ่ายก็ชนะผ่านแล้วรอไปรอบต่อไป

     

       หากตัดสินไม่ได้ภายในสามชั่วโมงเหล่ากรรมการกิตติมศักดิ์ทั้งห้าสิบคนจะเป็นคนลงมติเองโดยการนับคะแนนอย่างละเอียดจากจำนวนการโจมตีหรือองค์ประกอบอื่น หรือหากกินกันไม่ลงจริงๆก็จะให้ทั้งคู่เสมอแล้วสลับไปประลองกับคนอื่นในรอบหน้า

     

    ส่วนการประลองรอบต่อไปจะเริ่มในหนึ่งชั่วโมงถัดไปหลังจากการประลองรอบแรกจบ

     

       เพียงวันแรกจะมีทำการประลองถึงสี่รอบส่วนสถานที่ประลองนั้นเพียงสัมผัส"อุปกรณ์เวทเคลื่อนย้าย"ก็จะเข้าสู่เวทจำลองสถานที่

     

       ตอนแรกชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า"อุปกรณ์เวทเคลื่อนย้ายคือสิ่งใด" แต่ไบรอันก็อธิบายให้ฟังว่า"ลูกแก้วใส"ที่เขาได้รับมาจากอาจารย์ใหญ่สถานศึกษาอีเดนนั่นล่ะคืออุปกรณ์เวทเคลื่อนย้าย

     

       เมื่อสัมผัสมันและขานรหัสลับเสียงก็จะถูกย้ายร่างกายเข้าไปยังมิติจำลองสถานที่อัตโนมัติโดยลูกแก้วได้จดจำเจ้าของไว้แต่แรกแล้วทำให้ไม่สามารถสวมรอยได้

     

       ส่วนเหล่าผู้ชมที่เป็นผู้ฝึกตนก็สามารถมองภาพฉายแบบเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาทำให้ร้านอาหารใหญ่ๆเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเพราะมีบริการถ่ายทอดสดจอภาพฉาย พร้อมผู้บรรยายส่วนตัวให้กับเหล่าประชาชนคนธรรมดานั่นเอง

     

    "เหล่าผู้รับคัดเลือกโปรดสัมผัสลูกแก้วเคลื่อนย้ายในมือของท่านแล้วเอ่ยชื่อ สกุล เชิญ" พิธีกรสาวกวาดสายตาแล้วประกาศขึ้น

     

    "ลูคัส เรน"

     

       สิ้นเสียงเกิดประกายแสงจ้าขึ้นมาทันทีเมื่อลืมตาขึ้นเขาพบว่าตนเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวโพลนก่อนสัมผัสถึงพลังปราณที่อัดแน่นไปทั่วบริเวณ

     

    "ลูคัส เรนผู้ประลองหมายเลข 98 เรามีเวลาให้คุณเตรียมตัวสามสิบนาทีหากพร้อมต่อสู้จงพูดว่า พร้อมเริ่มประลอง" มีเสียงประกาศก้องในห้องนี้

     

    "พร้อมเริ่มประลอง" ชายหนุ่มตอบออกไปในความว่างเปล่า

     

    ผ่านไปสามอึดใจมีเสียงตอบกลับมา

     

    "โปรดรอสักครู่คู่ต่อสู้ของท่านยังไม่พร้อม"

     

       เมื่อต้องรอชายหนุ่มจึงสำรวจไปรอบๆอย่างสนใจเขาสัมผัสได้เลยว่าหากมีอาการบาดเจ็บเมื่อนั่งเฉยๆอยู่ในห้องนี้บาดแผลก็จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตนลองนำมือขวายกขึ้นเคาะผนังดูปรากฏว่าราวกับมีม่านน้ำนุ่มนิ่มไม่สามารถทำลายได้

     

    "ขณะนี้คู่ประลองของคุณพร้อมแล้ว เราจะส่งท่านไปใน สาม สอง หนึ่ง"


    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน