....
"หวังว่าการมาครั้งนี้ จะทำกำไรให้เราได้มากพอน่ะ...?"
ณ.ต่างโลก
ภาคินที่เพิ่งเดินทางมาถึงก็รีบเดินทางไปในเมือง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งสมาคม โดยไล่หาข้อมูลอยู่นานเกือบครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรมาเลย พอลองถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกัน
"สงสัยต้องไปถามพวกทหารดู เผื่อพวกเขาจะรู้อะไรบ้าง?" และแล้วภาคินก็เดินวนออกมาที่ ประตูทางเข้าเมืองอีกครั้ง
"โอ้เ้าหนูขายไก่ทอด... ก่อตั้งสมาคมเหรอ? เื่นี้ข้าก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันเ้าลองไปทีตึกท่านเ้าเมืองดูสิ..." เมื่อได้คำแนะนำ
จากหัวหน้าทหารยาม ภาคินจึงมุ่งหน้าไปยังทางทิศเหนือของเมืองนอริชอันเป็ที่ตั้งของตำหนักเ้าเมืองทันที
ภายในตำหนักท่านเ้าเมือง..
"ท่านลอร์ด มีคนมาติดต่อขอก่อตั้งสมาคมทำอาหารขอรับ" เสียงของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นมายังด้านหน้าห้องทำงานของ
เ้าเมืองผู้ปกครองเมืองนอริช
"ว่าไงนะ!!! สมาคมทำอาหาร..!!??" เมื่อสิ้นเสียงของพ่อบ้านวัยชรา เสียงของคนที่นั่งอยู่4kpในห้องก็พลันดังขึ้นมา พร้อมๆกับ
บานประตูถูกที่เปิดออกอย่างรวดเร็ว
"ไปเชิญเขามาที่ห้องรับแขกด่วนเลย++"
พ่อบ้านวัยชราที่ได้ยินแบบนั้น ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างจะพูดออกมา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูด นอกจากทำได้เพียงเดินออกไปเชิญแขกคนสำคัญที่ว่าทันที และหลังจากที่เ้าเมืองนอริชรออยู่นานในที่สุดแขกที่เขารอก็เดินเข้ามา ภาพที่เ้าเมืองนอริช
เห็นในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกสับสนและมึนงงเป็อย่างมาก เพราะตอนนี้เขากำลังรอแขกคนสำคัญอยู่
และแน่นอนว่าคนที่จะสามารถก่อตั้งสมาคมได้นั้น จะต้องร่ำรวยและเป็ชนชั้นสูงอย่างแน่นอน ดังนั้นเ้าเมืองจึงให้การ
ต้อนรับเป็อย่างดี แต่ว่าตอนนี้แขกที่เขาคิดว่าเป็คนใหญ่คนโต กลับเป็เพียงแค่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น
"เ้าพาใครเข้ามา!!?" นี้คือเสียงที่ดังออกมาจากปากของเ้าเมืองนอริช ทันทีที่เขามองเห็นภาคิน
"เอ่อนายท่าน คนนี้เหละขอรับที่มาขอยื่นเื่ขอก่อตั้งสมาคมทำอาหาร.." พ่อบ้านวัยชราเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังเป็
อย่างมาก เหมือนกับจะยืนยันว่าตัวเองนั้นไม่ได้พูดเล่น
"แล้วพวกทหารข้างนอกปล่อยให้เด็กคนนี้เข้ามาได้ยังไง? ทำงานกันยังไงหา!!!" เ้าเมืองนอริชะโออกมาอย่างอารมณ์เสีย เพราะคนของเขาดันปล่อยให้คนแปลกหน้า เดินเข้ามาในปราสาทเ้าเมืองได้อย่างง่ายๆแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังเป็เด็กอีกด้วย
"เอ่อ แล้วเื่ของผมละครับ..?" ภาคินที่เห็นเ้าเมืองทำท่าจะลุก จึงรีบพูดสวนขึ้นมาทันที
"ข้าไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับเด็ก เ้าทำอาหารเป็เหรอ? แล้วอีกอย่างเ้ารู้ไหมว่าการก่อตั้งสมาคมมันไม่ใช่เื่เล็กๆ"
เมื่อเ้าเมืองนอริชพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนและทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
"ให้ผมทำอาหารให้ท่านลองชิมก่อนได้ไหมท่านเ้าเมือง หากท่านว่ามันไม่อร่อยผมก็จะไม่กวนใจท่านอีก" เมื่อเ้าเมืองนอริชได้ยินแบบนั้นเขาก็หยุดเดิน และหันมามองหน้าภาคินอีกครั้ง แล้วจึงพูดออกมาว่า
"เ้าจะให้ข้าเชื่อคำพูดของเด็กแบบเ้าเหรอ? การก่อตั้งสมาคมมันต้องใช้ทั้งใบรับรองและเงินอีกจำนวนมาก ถึงแม้เ้าจะทำ
อาหารอร่อยแบบที่พูดจริง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้การก่อตั้งสมาคมมันง่ายขึ้นเหรอกนะ และที่สำคัญหากสมาคมของเ้าทำอะไร
ที่น่าขายหน้าขึ้นมา คนรับรองแบบข้านี้แหละที่จะซวยที่สุด"
เ้าเมืองนอริชเริ่มอธิบายออกมา และเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง
"แต่หากเ้า้าเปิดสมาคมทำอาหารจริงๆข้ามีเงื่อนไขให้ เ้าต้องเปิดร้านขายอาหารเพื่อให้เป็ที่รู้จักในเมืองนอริชก่อน และเมื่อร้านของเ้าเป็ที่รู้จัก และเป็ที่ยอมรับของคนในเมืองเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเ้าค่อยกลับมาหาข้าอีกครั้ง"
ทันทีที่เ้าเมืองนอริชพูดจบ เขาก็เดินออกไปจากห้องรับแขกทันที การแสดงออกของเ้าเมืองนอริชในวันนี้ หากคนอื่นมอง
ดูมันก็ไม่ต่างไปจากการแกล้งเด็กเลย แต่ภาคินกลับไม่คิดแบบนั้นเพราะคนที่จะสามารถปกครองเมืองๆหนึ่งได้ คนๆนั้นจะต้อง
มีความนึกคิดและรอบคอบอยู่แล้ว
ดังนั้นการที่เ้าเมืองทำแบบนี้กับเด็กตัวเล็กๆอย่างเขาก็ถือว่าอ่อนให้มากแล้ว หากคนระดับเ้าเมืองยอมเชื่อคำพูดของคนอื่น
ง่ายๆยิ่งเป็เด็กวัย10ขวบด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไม่คู่ควรกับตำแหน่งเ้าเมืองอีกต่อไป
อีกด้านหนึ่งในความคิดของเ้าเมืองนอริช เขานั้นดีใจมากและตั้งความหวังไว้กับภาคินมากเช่นกัน เพราะสมาคมทำอาหารนั้นมักจะไม่มีในเมืองใหญ่ระดับสาม แต่จะมีแค่ในเมืองใหญ่ระดับ1หรือ2เท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่า มีคนมาขอก่อตั้งสมาคมทำอาหารในเมืองของเขา เ้าเมืองนอริชจึงดีใจมากแต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวัง
เพราะคนที่มาขอก่อตั้งสมาคมกลับเป็เพียงแต่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่เ้าเมืองก็ไม่ได้ดูถูกเด็กคนนั้นเลย
เพราะทั้งสายตา แววตา การพูดจาและการแสดงออกของเขาล้วนน่าแปลกใจทั้งสิ้น ดังนั้นเ้าเมืองนอริชจึงลองตั้งเงื่อนไขให้
เด็กคนนั้นไป และได้แต่หวังว่าเด็กคนนั้นคงจะทำมันสำเร็จ
กลับมาที่ภาคินอีกครั้ง..
"หลานชายหากเ้า้าจะเปิดร้านขายอาหาร เพื่อยอมรับเงื่อนไขของท่านลอร์ดจริงๆ ข้ามีเื่บางอย่างจะบอกกล่าวต่อเ้าว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในเมืองนอริชของเราจะมีการแข่งขันการต่อสู้ ทำไมเ้าไม่ลองจ้างพวกนักรบอิสระซักคนสองคนไปลงแข่งขันดูละ หากเ้าทำแบบนั้นเมื่อถึงเวลาการแข่งขัน พวกเขาก็จะปรากาศชื่อร้านของเ้าออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นร้าน
ของเ้าก็จะมีชื่อเสียงขึ้นมา ถึงมันจะเล็กน้อยแต่ก็ถือว่าเป็ก้าวแรกที่สำคัญ..."
ภาคินที่ได้รับคำแนะนำจากพ่อบ้านวัยชราก็รีบขอบคุณออกมา และเดินทางกลับไปยังบ้านเช่าหลังเล็กของตัวเองทันที
หลังจากที่เดินมาถึงบ้านเช่า หางตาเล็กๆของเขาก็พลันมองเห็นคนน่าสงสัยคนหนึ่ง กำลังด้อมๆมองๆรอบๆบ้านอยู่
"เ้ากำลังจะทำอะไร..!!" ภาคินใช้แรงทั้งหมดพุ่งเข้ามายืนที่ข้างๆของชายคนต้องสงสัยอย่างรวดเร็ว
"ไม่!!!!!อย่าตีข้า!!!"
ชายต้องสงสัยที่จู่ๆก็มองเห็นภาคินพุ่งพรวดเข้ามายืนใกล้ๆ ก็ะโออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เ้ามาทำอะไรที่บ้านของข้า!!!" ภาคินถามขึ้นมาและสังเกตดูชายคนนี้ดีๆอีกครั้ง
"อ่อ....พี่ชายร้านข้างๆที่กินเนื้อไก่ของข้าอย่างเอร็ดอร่อยนั่นเอง??"
เมื่อภาคินสังเกตดีๆเขาก็พบว่า ชายคนนี้คือพ่อค้าร่างอวบที่พยายามจะหลอกลวงเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นเอง
"ข้าเห็นเ้าตามหาคนงานข้าก็เลยจะมาสมัคร ข้าไม่ได้ตั้งใจมาขโมยของๆเ้านะ..." ชายร่างอวบพยายามอธิบายออกมา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกผิด
"พี่ชายมาก็ดีแล้วป่ะๆเก็บของ เราจะไปหาเช่าที่ใหม่ที่มันกว้างกว่านี้.."
เมื่อภาคินพูดจบเขาก็ลากลูกจ้างคนใหม่ที่ยังำทอะไรไม่ถูกเข้าไปในบ้าน และช่วยกันเก็บข้าวของจนหมด ส่วนโต๊ะเก้าอี้
เขาไม่ได้ขนพวกมันไปด้วย เพราะมันไม่เหมาะกับร้านที่กำลังจะเปิดเร็วๆนี้
หลังจากที่ทั้งคู่เดินมาเกือบ45นาทีในที่สุดก็มาถึงบ้านหลังใหญ่สองชั้น จากคำแนะนำของลูกจ้างคนใหม่ ดูเหมือนที่นี้จะเคย
เป็ร้านขายอาหารมาก่อน แต่ว่ามันก็นานมาแล้วเพราะตอนนี้เ้าของบ้านคนเดิมย้ายออกไปเปิดร้านใหม่ในเมืองใหญ่
ระดับ2แล้ว ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงถูกทิ้งร้างมานานส่วนค่าเช่าของมันก็ตกเดือนละ 8,000 เหรียญทองแดง ดังนั้นจึงทำให้เงินของ
ภาคินตอนนี้เหลือเพียง แค่ 4,800 ทองแดงเท่านั้น
หากเป็คนอื่นอาจจะมองว่าราคานี้แพงเกินไป แต่สำหรับภาคินเขากลับมองว่ามันไม่ได้แพงเลย เพราะบ้านสองชั้นนี้มีเนื้อที่ค่อนข้างเป็สัดส่วน และเหมาะที่จะเปิดเป็ร้านอาหารเป็อย่างมาก โดยที่เขาแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรมันเลย และที่สำคัญ
ด้านหลังบ้านยังมีเนื้อที่สำหรับปลูกผักอีกด้วย
"พี่เซนมาๆ ช่วยกันทำความสะอาดร้านเลยเดี๋ยวจะค่ำซะก่อน" และแล้วทั้งคู่ก็เริ่มทำความสะอาดบ้านหลังใหม่กันอย่างเมา
มันส์ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นอย่างรวดเร็ว
เวลา18.30น.
"อึกๆๆ อ่าาาสดชื่น!!"
หลังจากจัดร้านจนหมดแรงไปเยอะภาคินจึงหยิบเอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังออกมาดื่มอย่างอร่อย ก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นไปทำความสะอาดชั้นสองอีกครั้ง และแล้วหลังจากที่ทั้งคู่ทำความสะอาดอยู่นาน กลางคืนอันมืดมิดก็มาเยื่อนเมืองนอริชอีกครั้ง
"เห้อ เหนื่อยชะมัดเลยหวังว่าพรุ่งนี้คงจะเสร็จนะ? จะได้มีเวลาไปจ้างพวกนักรบอิสระ" ในขณะที่ภาคินกำลังบ่นออกมาลอยๆ
เขาก็เหมือนจะหลงลืมอะไรบางอย่างไป นั่นก็คือคนงานคนใหม่ของเขานั่นเอง
"พี่เซน อยู่ไหน พี่เซน.."
ภาคินที่เพิ่งะโเรียกหาและเดินลงมาที่ชั้นล่าง จู่ๆเขาก็เหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแววดังขึ้นมา
"ฉับ!!! ย๊ากกกกๆๆตัดๆๆๆๆ!!!"
ภาคินค่อยๆเดินไปตามเสียง จนมาถึงด้านหลังของบ้าน ก่อนจะเริ่มมองเห็นร่างของเซนที่กำลังใช้มีด ตัดหญ้าที่ขึ้นรกอยู่ด้าน
หลังบ้านพร้อมกับะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมันขัดกับนิสัยของเซนที่ภาคินรู้จักอย่างสิ้นเชิง
"ฮ่าๆ แรงของข้าไม่มีหมดเลยโว้ยยย!!! ทำไมข้าถึงรู้สึกแข็งแรงขนาดนี้ ฮ่าตัดๆๆๆๆ!!"
เมื่อภาคินเห็นแบบนั้นก็เริ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะหันหลังเดินมาเข้ามาในร้าน และ..หลือบมองไปยังขวดเครื่องดื่มที่เขาดื่มเหลือ
เอาไว้ครึ่งขวด แต่ทว่าตอนนี้น้ำในขวดนั้นกลับหายไปจนหมดแล้ว?
"หรือว่าอาการแปลกๆของพี่เซน จะเกิดจากเครื่องดื่มนี้....?"
ภาคินพึมพัมออกมาเบาๆเหมือนยังไม่อยากจะเชื่อ แต่เขาก็ต้องยอมรับในที่สุด เพราะนี้เป็เพียงเหตุผลเดียวที่อธิบายได้ในตอนนี้ และแล้วสายตาของภาคินก็สว่างจ้าเหมือนดวงดาว ก่อนจะบ่นพึมพัมออกมาเบาๆพร้อมกับรอยยิ้ม
"ดูเหมือนเราจะเจอช่องทางหาเงินแบบใหม่แล้ว....."
####
เครื่องดื่มบำรุงกำลังเผื่อบางคนไม่รู้จักและคิดไม่ออก เครื่องดื่มบำรุงกำลังก็คือพวก กระทิงแดง M-150 คาราบาว
ประมาณนี้ครับ...