ทุกคนนั่งฟังหลี่เยว่ซินพูด เมื่อเธอพูดจบทุกคนก็เงียบและทำท่าทางคิด หลี่เยว่ซินจึงให้เวลาพวกเขาคิดก่อน และเริ่มเล่าถึงความต้องการของมู่ชงเช่นกัน
“พ่อคะ นอกจากนี้ มู่ชงยังอยากสอบถามถึงอาคารที่พักอาศัยฝั่งตรงข้ามด้วยค่ะ” หลี่เยว่ซินบอกกับพ่อของเธอ
“เธอต้องการซื้อห้องพักของตัวเองหรือ พ่อเห็นด้วยนะ อีกไม่กี่ปีเธอก็จะเรียนจบ มีที่พักอาศัยไว้ก่อนก็จะดี” พ่อหลี่กล่าวกับมู่ชง
“ผมก็คิดอย่างนั้นครับ อีกอย่างหนึ่ง ผมเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ เขาเขียนไว้ว่าต่อไปผู้คนจะเริ่มมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ผมเกรงว่าหากถึงเวลานั้นราคาจะยิ่งสูงขึ้นน่ะครับ” มู่ชงเล่าต่อ
หลี่เยว่ซินตกใจ เธอคิดในใจว่าเธอลืมเรื่องสำคัญนี้ไปได้อย่างไร มันเป็นเรื่องจริงที่เมื่อมีการปฏิรูปเศรษฐกิจแล้ว ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีราคาสูงขึ้นมาก สูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว จะมีผู้ประกอบกิจการเยอะขึ้นอีกมากเช่นกัน ขณะที่เธอกำลังคิดเรื่องต่างๆ อยู่ในใจ แม่หลี่ก็พูดขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้
“แม่นึกขึ้นได้ว่าป้าเจียงที่ทำงานที่ร้านค้าข้างบ้านเราเคยพูดกับแม่ว่า เถ้าแก่ร้านเขาต้องการจะขายร้านค้าและห้องพักที่อาคารฝั่งตรงข้าม เพราะเถ้าแก่เขาจะย้ายไปอยู่กับลูกและทำการค้าที่เซี่ยงไฮ้ ป้าเจียงกับสามี กลัวว่าจะไม่มีงานทำ เพราะลูกชายและลูกสะใภ้ก็เพิ่งโดนปลดจากโรงงาน แกก็เลยมานั่งปรับทุกข์กับแม่”
“แม่คะ ร้านค้าข้างบ้านเราเป็นร้านสองคูหาเลยนะคะ ทำเลก็ดีมากๆ หนูคิดว่ามันน่าสนใจมากเลยค่ะ” หลี่เยว่ซินสอบถามอย่างสนใจ เธอต้องการให้แม่ของเธอซื้อไว้ เพราะอย่างไรพี่ชายกับน้องชายของเธอก็ควรจะมีบ้านสำหรับตัวเอง
“ผมก็คิดว่ามันน่าสนใจนะครับพ่อ ผมกับน้องเล็กเคยพูดกันไว้อยู่เหมือนกันว่าอยากจะขยายร้านของเรา” หลี่หยุนบอกกับทุกคน
“ผมกับพี่ใหญ่ตระเวนซื้อของกันไปจนทั่วแล้วครับ และพบว่าในมณฑลมีสินค้าที่น่าสนใจหลายอย่าง หากเราซื้อร้านค้าติดกันนี้ได้ก็ยิ่งดีครับ เพราะผมกับพี่ใหญ่จะได้ดูแลช่วยกันได้ พวกผมคิดว่าจะเปิดเป็นร้านผลไม้สดและผลไม้ตากแห้งหรือผลไม้แปรรูปน่ะครับ” หลี่เฉินพูดถึงความคิดของเขาเช่นกัน
“เวลานี้ร้านของเราขายสินค้าทั้งผลไม้และอาหารสดรวมกัน ผมคิดว่าหากแยกผลไม้ออกไปอีกร้านหนึ่ง ร้านเดิมก็จะได้ขายเฉพาะสินค้าประเภทอาหารและเราจะได้เอาอาหารทะเลตากแห้งมาขายเพิ่มได้ด้วยครับ” หลี่หยุนพูดเสริมน้องชาย
หลี่เยว่ซินนึกตกใจในใจอีกครั้ง เธอไม่คิดว่าระยะเวลาเพียงไม่นาน พี่ชายและน้องชายของเธอจะมีหัวคิดด้านการค้าที่ดีขนาดนี้
“พี่ใหญ่ น้องเล็ก ฉันคิดว่าเป็นความคิดที่ดีเลยล่ะค่ะ” เธอกล่าวชื่นชมความคิดของพี่น้องของเธอ “แล้วเรื่องราคา ป้าเจียงได้เล่าให้แม่ฟังบ้างไหมคะ”
“เคยได้ยินว่าร้านค้าจะขายที่ 12,000 หยวน และห้องพัก 5,000 หยวน” แม่หลี่รีบบอก
“เป็นเงินจำนวนมากอยู่นะคะ” หลี่เยว่ซินทำท่าคิดหนัก
“ลูกไม่ต้องเป็นกังวล ครอบครัวเรามีเงินเก็บจากการค้าขายที่ผ่านมามากพอสมควร อีกทั้งยังมีเงินจากขายที่ดินและบ้านเดิมก่อนที่เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยจำนวนหนึ่ง” พ่อหลี่ยิ้มตอบ หากราคาเป็นไปตามที่ภรรยาเขาบอก เขาก็มีเงินพอซื้อ
“ส่วนของฉันเธอก็ไม่ต้องเป็นห่วง ธุระของฉันก็ได้เงินมาไม่น้อยเหมือนกัน เพียงแต่ฉันยังต้องการดูขนาดและรายละเอียดของห้องพักที่เขาจะขายด้วย หากฉันถูกใจฉันก็จะซื้อ” มู่ชงกล่าวส่วนของตนเอง
ทุกคนตกลงกันว่าจะให้พ่อหลี่ หลี่หยุน และมู่ชงไปเจรจากับเถ้าแก่ร้านข้างบ้านเรื่องการซื้อร้านค้าและห้องพักในวันรุ่งขึ้น พวกเขาพูดคุยกันต่อสักพัก จางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินก็ขอตัวกลับบ้าน มู่ชงจะนอนกับหลี่เฉิน เพราะทั้งสองสนิทกันตั้งแต่ช่วงที่มู่ชงมาช่วยก่อนที่พวกเขาจะเปิดร้าน โดยพ่อหลี่บอกกับหลี่เยว่ซินว่าจะช่วยสอบถามเรื่องผู้ช่วยที่ลูกสาวเขาต้องการให้อย่างแน่นอน
วันรุ่งขึ้นในช่วงสาย พ่อหลี่ หลี่หยุน และมู่ชงก็เดินไปพบกับเถ้าแก่ที่ร้านค้าข้างบ้าน
“สวัสดีครับเถ้าแก่ ผมกับพ่อได้ยินว่าเถ้าแก่ต้องการขายร้านกับห้องพักที่อาคารฝั่งตรงข้ามหรือครับ” หลี่หยุนทักทายและสอบถามเรื่องร้านค้า
“เถ้าแก่หลี่เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนครับ” เถ้าแก่รีบเชิญพวกเขาเข้าไปด้านใน “ลูกชายผมย้ายไปทำการค้าที่เซี่ยงไฮ้กันทั้งคู่เลยครับ พวกเขาจะแต่งงานที่โน่นกันด้วย ก็เลยอยากให้ผมกับภรรยาย้ายไปอยู่กับพวกเขาน่ะครับ”
“เถ้าแก่ตั้งราคาไว้ที่เท่าไหร่หรือครับ” พ่อหลี่ถาม
“ร้านค้า 12,000 หยวน และห้องพัก 5,000 หยวนครับ” เถ้าแก่รีบบอกต่อ “ราคานี้ถือว่าไม่สูงแล้วล่ะครับ ผมกับเถ้าแก่ก็ถือว่าเป็นคนกันเอง ในส่วนของร้าน ตู้ ชั้นวางของ โต๊ะเก็บเงิน และเครื่องเรือนด้านหลัง ผมยกให้ครับ และห้องพักที่ฝั่งตรงข้ามเครื่องเรือนผมก็ยกให้ทั้งหมดเช่นกัน”
“ห้องพักมีขนาดเท่าไหร่ครับ” มู่ชงถามขึ้น
“60 ตารางเมตรครับ อย่างที่คุณทราบ อาคารที่พักอาศัยเพิ่งจะก่อสร้างเสร็จ พวกผมยังไม่มีใครย้ายเข้าไปอยู่เลยครับ ส่วนเครื่องเรือนนี้ก็เป็นของใหม่ทั้งหมดเหมือนกัน” เถ้าแก่เล่าต่อ “ราคานี้ผมให้แค่เถ้าหลี่คนเดียวเท่านั้นล่ะครับ หากเป็นคนอื่นพวกเครื่องเรือนนี้ผมไม่ให้อย่างแน่นอน”
พูดคุยกันสักพัก พ่อหลี่และหลี่หยุนบอกว่าพวกเขาจะกลับร้านก่อน ขอเวลาไปปรึกษากับครอบครัว ส่วนเถ้าแก่ก็พามู่ชงไปดูห้องพัก
มู่ชงพอใจกับห้องพักของเถ้าแก่มาก เขากลับมาบอกกับครอบครัวหลี่ว่าเขาตกลงที่จะซื้อห้องพักนั้น ทางฝั่งครอบครัวหลี่ก็ตกลงซื้อร้านค้าเช่นเดียวกัน หลี่หยุนจึงเป็นตัวแทนไปแจ้งแก่เถ้าแก่และนัดวันเพื่อไปทำสัญญาซื้อขายและชำระเงิน