แต่ทว่า ขณะที่คนทั้งหมดกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่บ้านและเื่ส่วนตัวอยู่นั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงสูงแหลมดังขึ้น โดยมันมาพร้อมกับร่างของสตรีในชุดสีขาวฟ้า ผมสีดำสยายลงปกปิดใบหน้าของเธอไว้พร้อมหยดน้ำที่หยดลงจากร่างลงพื้นตลอดเวลา
“ใครก็อยู่ที่นี้ไม่ได้!” สตรีผู้นั้นยกมือชี้มายังกลุ่มคนที่กำลังใกับการมาของเธอ “ถ้าพวกมึงไม่อยากตายก็ออกไปจากที่นี้ซะ!”
“ผีหลอกกกกก!” ดาวร้องสุดเสียง ก่อนจะหลบฉาดไปอยู่ด้านหลังปอย ประหนึ่งจะใช้เป็ที่กำบัง ขณะที่คนอื่นๆ ในที่นั้นก็ต่างใไปตามๆ กัน ซึ่งไม่รู้ว่าจากสตรีที่ปรากฏกายหรือเสียงของดาวกันแน่
“น้าเดือน….!” ปอยอุทานเสียงดัง ก่อนจะหันไปมองคนด้านหลังที่กำลังงงงวยกันอยู่ “ไม่ใช่ผีหรืออะไรหรอกค่ะ น้าเดือนแกเป็ญาติหนูเอง ตอนนี้แกน่าจะอยู่โรงบาล ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ได้ก็ไม่รู้”
“จะญาติโกโหติกาอะไรก็ช่าง” ภาคินณ์พูดเสียงดัง “คุณรีบๆ พาออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้เลยนะ หรือจะให้ผมเป็คนจัดการ”
“บ้านมึงเหรอ” น้าเดือนสวนกลับควัน ขณะที่ปอย วิษนุ ดาว และ คุน กำลังเดินเข้าไปหา “นี้มันบ้านกูโว๊ย บ้าน…ต้องสาป บ้าน…ของ…กู….กรี๊ดดดดดด!”
“บ้านต้องสาปเหรอ” บิดาของแพรวาถามขึ้นอย่างสงสัย ขณะที่หันไปมองสถาปนิกไพศาลอย่างคาดคั้น “มันหมายความว่ายังไงครับ”
“คงเป็เื่เข้าใจผิดกันนะครับ” สถาปนิกบอก “แค่คนบ้าพูดเพ้อเจ้อ อย่าไปถือสาเลยครับ เดี๋ยวผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ว่าพลางเขาก็รีบเดินตรงปรี่ไปหากลุ่มของปอยที่กำลังช่วยกันคนละไม้ละมือจับตัวน้าเดือนที่ดิ้นพราดๆ เพื่อจะพาตัวออกไป ขณะที่น้าเดือนก็ยิ่งดิ้นรนต่อสู้โหวกแหวกโวยวายขัดขืนสุดชีวิตเช่นกัน
“เห้อ…สงสัยวันนี้จะฤกษ์ไม่ค่อยดีละ” ธานิน บิดาของภาคินณ์เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไปทางซินแสหวัง ก่อนจะมองไปบิดาของแพรวาที่มีเธอยืนอยู่ข้างๆ รวมทั้งลูกชายของตนเอง “งั้นวันนี้เรากลับกันดีกว่า หรือว่าพวกเราจะไปออกรอบพักผ่อนกันดีไหม ผมรู้จักสนามกอล์ฟสวยๆ อยู่ที่หนึ่ง” ก่อนจะมองไปทางลูกศิษย์ของซินแสหวัง “ช่วยบอกท่านอาจารย์หน่อยว่าเอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยมาดูไหม วันนี้ผมขอพาท่านอาจารย์ไปเที่ยวที่นี่สักหน่อยในฐานะลูกศิษย์และเ้าบ้านที่ดี”
ลูกศิษย์แปลคำพูดของธานินให้อาจารย์ของตนฟัง ก่อนที่จะหันกลับมายังเขาอีกครั้ง
“ตกลงครับ “ลูกศิษย์บอก ขณะที่อาจารย์หวังเองก็ยิ้มแย้มอยู่ข้างๆ “อาจารย์บอกว่าก็ดีเหมือนกัน นานๆ ทีจะได้เที่ยวบ้าง แต่ว่าเื่ค่าดูฮวงจุ้ยก็ต้องจ่ายเพิ่มตามวันด้วยนะครับ”
“เื่นั้นไม่มีปัญหาเลยครับ” ธานินกางมือทั้งสองข้างออก “ช่วยบอกอาจารย์ว่า เื่เงินไม่เคยเป็ปัญหาของผมสำหรับอาจารย์ครับ ถ้าอาจารย์้าอะไรอีกบอกผมได้เลยครับ”
“ก็ดีเหมือนกัน” บิดาของแพรวาตอบรับด้วยใบ้หน้ายิ้มแย้มเช่นกัน “เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยมาดูใหม่ก็ได้”
“ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปจากที่นี่!” จู่ๆ สถาปนิกไพศาลก็ะโเสียงดังมาจากประตูหน้าห้อง มือข้างซ้ายกระชากแขนของน้าเดือนให้ออกมาจากการจับของปอยและดาว ส่วนมือข้างขวาก็ยกมือถือขึ้นมา และ ในทันทีที่เขาเลื่อนนิ้วผ่านหน้าจอ ฉับพลันนั้นเอง ก็เกิดเสียงครืดหนักๆ ดังขึ้นทั่วห้อง พร้อมๆ กันกับที่แท่งเหล็กผุดขึ้นบนแทงลงล่างจากทั้งตรงประตูและหน้าต่างทุกบานของห้อง จนทำให้ห้องได้แปรเปลี่ยนสภาพไปเปรียบประหนึ่งสถานที่คุมขังไปในทันที “เพราะว่าพวกมึงทั้งหมดจะต้องตายอยู่ที่นี้ยังไงละฮาๆๆๆๆ!”
นอกจากสถาปนิกไพศาลแล้ว บัดนี้ดูเหมือนว่าคนที่ถูกขังในห้องทั้งหมดจะทั้งใและประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันนี้
“นี่แกคิดจะทำอะไร” ขณะที่ปอยดาววิษณุและคุนที่อยู่ด้านหน้าสุดตรงประตูกำลังใอยู่นั้นเอง ภาคินณ์พุ่งตัวแหวกทั้งสี่ไปด้านหน้า พร้อมกับยืนมือออกไปนอกกรงเหล็กเหมือนจะพยายามคว้าตัวไพศาลที่บัดนี้กำลังหัวเราะร่าอยู่ ส่วนน้าเดือนบัดนี้ก็พลันเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะเธอเอาแต่ยืนจ้องไพศาลแน่นิ่งราวกับรูปปั้น “พวกฉันไปทำอะไรให้แก!”
“ถึงคุณจะไม่ได้ทำ แต่ว่าพ่อพวกคุณเป็คนทำ” ทันใดนั้นดวงตาของสถาปนิกไพศาลก็วาวโร่เดือดดาล พลางมองเลยผ่านภาคินณ์ไปยังบุรุษาุโทั้งสองคน โดยในตอนนี้ซินแสหวังก็เดินผละจากบุรุษชราทั้งสองตามภาคินณ์มาอยู่ด้านหน้าประตูระหว่างสถาปนิกไพศาลอีกคน “พวกแกยังจำคนที่ชื่อ อนันต์ พรหมประสาทได้ไหม”
สิ้นคำพูดนั้นดูเหมือนว่าบุรุษชราทั้งสองจะดูตกตะลึงไปในทันที โดยที่บิดาของแพรวาเอ่ยคำพูดตะกุกตะกักออกมา
“แกเป็ใคร….ทำไมถึงได้รู้จักชื่อนั้น” นัยต์ตากลอกกลิ้งไปมาอย่างหวาดกลัว “เื่นั้นมันเป็อุบัติเหตุ…ฉัน…พวกฉัน ไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจเหรอ” สถาปนิกไพศาลแสยะยิ้มด้วยท่าทีเศร้าสร้อย “งั้นแกลองถามเพื่อนแกข้างๆ ดูซิ ว่าตั้งใจรึเปล่า ที่สร้างบ้านหลังนั้นให้กับคนที่พวกแกเรียกว่าเพื่อนรักนะ!”