ภายในเมืองนาโอ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ในต้นไม้มีชาย 2 คน คือเร่ยา กับ นาโอ เร่ยาเป็นคนควบคุมต้นไม้ ส่วนนาโอเป็นคนเสริมรากฐานของต้นไม้ เวลาที่ต้นไม้เสียหายหรือได้รับบาดเจ็บ นาโอจะดึงเอาพลังธาตุดินและลมปราณมารักษาต้นไม้และป้องกันต้นไม้ ดูเหมือนว่าคู่หูที่ส่งเสริมกันและกันทำให้ต้นไม้อยู่ได้นานและตลอดเวลา แต่ข้อเสียมันมีอยู่ว่าจะแพ้ทางอาวุธหรือธาตุที่แหลมคม
ในตอนนี้ ชิเองยิงธนูไปนั้น พลังของธนูไม่ได้แรงมากแต่เสริมพลังของธาตุลมจำนวนมากทำให้พลังของลูกธนูนั้นเจาะต้นไม้เป็นรูได้แต่ว่ามันมีการรักษาจากธาตุดินและลมปราณของนาโออยู่จึงไม่เสียหายอะไรมากนัก ในระหว่างที่ต่อสู้ไป เร่ยากับนาโอได้คุยกัน
[เร่ยา เจ้าคิดว่าพวกมันพูดความจริงกันไหม]
ระหว่างที่ต่อสู้ไป นาโอได้ส่งเสียงลมปราณมาหา เร่ยา
[ฉันคิดว่ามันเป็นความจริง ไม่งั้นมันจะมาโจมตีเมืองของพวกเราทำไม อีกอย่างฝ่ายตรงข้ามมีจอมนักรบแค่ 2เท่านั้น]
นาโอ เห็นด้วยกับคำตอบของเร่ยามาก เพราะดูไปดูมาการต่อสู้ครั้งนี้พวกเราได้เปรียบกว่าเห็น ๆ ค่ายกลต้นไม้ธรรมชาติจะไม่หายไปถ้า นาโอและเร่ยาส่งพลังไปเพียงพอ นาโอได้พูดขึ้นมาแล้วดังไปทั่วเมืองว่า
“ในวันนี้มีใครเห็นคนแปลกหน้าบ้างไหม ขอความช่วยเหลือ แจ้งพวกทหารทั้งหมด”
ชาวเมืองได้มองหน้ากันก่อนหันไปถามคนอื่นหรือลูกที่อยู่ในบ้านว่าเจอคนแปลกหน้าไหมในวันนี้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นมาเพราะวันนี้มีคนเข้าเมืองมาประมาณ 100 กว่าคน บางเป็นพ่อค้า คนหนีจากเมืองอื่นและอาชญากรรม เมืองในนี้ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่ กลัวว่าโดนโจมตีเมืองและคนโจมตีมีพลังจอมนักรบด้วย นาโอเห็นดังนั้นจึงบอกไปว่า
“เงียบ จงอยู่เฉยๆ คนที่แปลกหน้าเข้ามาเมืองในวันนี้ให้ทหารแยกตัวออกไป”
………
ในซอยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ได้มีชายชราเคาะประตูร้านเหล้า
ปัง ปัง ปัง
“เปิดประตูหน่อยฉันจะมาซื้อเหล้าเจ้ารู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันดีที่ฉันจะกินเหล้าที่แพงที่สุดของร้านเจ้า”
“ออกไปตาแก่ ถ้าเมืองไม่ถูกทำลายฉันจะขายให้ กลับบ้านไปเจ้าเร็วเข้า”
เจ้าของร้านเหล้าเตือน ตาแก่คนนี้ด้วยความหวังดี แม้ว่าตาแก่คนนี้จะเป็นคนขอทานแต่เขาเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้
“อะไรกัน เจ้าเมืองนาโอสามารถป้องกันได้นี้ ไม่เห็นจะเป็นอะไรอีกเดียวเรื่องทุกอย่างได้จบลง เพราะฉะนั้นเอาเหล้ามาให้ฉันหน่อย”
เจ้าของร้านได้ยินก่อนส่ายหัวของเขา ตาแก่คนนี้เป็นคนเร่ร่อนจากที่อื่นดูเหมือนว่าจะหนีตายจากสงครามมาเห็นว่าอาศัยอยู่ในป่าก่อนที่คนในเมืองจะไปพบเจอและนำเข้ามาในเมืองนาโอ ตอนแรกมีคนหางานให้ทำแต่ตาแก่คนนี้ขี้เกียจเกินไป จึงเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้
“ในวันนี้มีใครเห็นคนแปลกหน้าบ้างไหม ขอความช่วยเหลือด้วยครับ”
ชายชราที่กำลังมีความสุขที่จะได้ลองเหล้าใหม่ แต่เสียงของเจ้าเมืองทำให้นึกถึง ชายลึกลับที่มาซื้อเรือจากเขาไป
[คงไม่ใช่หรอกนะ]
เจ้าของร้านมองชายชราเงียบจึงถามว่า
“ตาแก่ เจ้าเจอคนแปลกหน้าหรือวันนี้”
“ใช่”
เจ้าของร้างเหล้ากำลังคุยกับชายชราว่า ชายแปลกหน้าคนนั้นอยู่ที่ไหน ได้มีเสียงเจ้าเมืองดังขึ้นมาอีก
“เงียบ จงอยู่เฉยๆ คนที่แปลกหน้าเข้ามาเมืองในวันนี้ให้ทหารแยกตัวออกไป”
ชายชราเห็นว่าคนที่พวกเขาตามหานั้นไม่ได้อยู่ที่เมืองแล้ว เขากำลังจะตะโกนบอกไป
“ฉันพ.........”
ฟิ้ว บูม อ๊ากกกกกก
เกิดการระเบิดที่กำแพงเมือง ค่ายกลได้หายไป ทหารที่เฝ้าประตูเมืองได้โดนลูกหลงจากการระเบิดครั้งนี้ มีทหารล้มตายไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
..........
ชิเอง ได้กระตุ้นปราณเลือดในร่างกาย ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า ปราณเลือดของคนเรานั้นมีจำนวนจำกัด ปราณเลือดไม่เหมือนกับเลือดในร่างกาย ปราณเลือดเกิดมาพร้อมกับเราตอนที่ฝึกฝนเริ่มเข้าสู้เส้นทางฝึกตน พรสวรรค์และความแข็งแกร่งของร่างกาย เราสามารถหาปราณเลือดมาทดแทนได้โดยใช้สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ แต่โลกนี้คงไม่มีสมุนไพรระดับนี้ เท่ากับว่าชิเอง ยอมเสียการฝึกฝน พรสวรรค์และความแข็งแกร่งไป เพื่อให้ได้ฆ่าผู้นำพาแห่งความมืด
ชิเองหลังจากการกระตุ้นปราณเลือดแล้ว จากหัวไปถึงลำตัวได้รอยสักปรากฏขึ้นมา รอยสักอันนี้ถ้าดูดี ๆ เหมือนกับว่าเป็นรอยสักของภูตแห่งสายลมขึ้นมาตามตัวของชิเอง การกระตุ้นปราณเลือดของแต่ละคนไม่เหมือนกับ ชิเองฝึกฝนธาตุลมและดูเหมือนกับจะมีการติดต่อกับพวกภูต
ชิเองยิงธนูไป ลูกธนูคราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่ก่อน มันไม่มีสีแค่สีเขียวแต่มีสีแดงผสมอยู่ มันเหมือนว่าไม่ใช้การโจมตีของธนูแต่เป็นหอก ลูกธนูที่ยาวถึง 5 เมตร และสูง 3 เมตร เต็มไปด้วยพลังของลมและเลือดของจอมนักรบ ชิเองไม่ได้เล็งไปที่ต้นไม้แล้วแต่เป็นกำแพงเมืองแทนที่เป็นค่ายกล เพราะชิเองเห็นว่าทำร้ายต้นไม้ไปมันจะฟื้นตัวได้อีก มันเป็นการกระทำที่เสียเวลาเปล่า ทหารที่อยู่ในกำแพงเมืองนั้นได้กระตุ้นลมปราณและธาตุในตัวออกมาเสริมกำแพงเมือง
กำแพงเมืองที่ได้รับการเสริมจากทหารนั้นมันมีสีรุ้งจากธาตุและลมปราณหลายอันรวมกัน ออกมาป้องกันเมือง ต้นไม้ธรรมชาติก็ไม่ได้อยู่เฉย เร่ยาเห็นว่าศัตรูเขาได้ทุ่มสุดตัวแล้วดังนี้จึงบังคับต้นไม้โจมตีไปที่ ชิเอง กิ่งไม้ทั้งหมดได้มารวมกันโจมตี ชิเองหลังจากที่ได้ยิงธนูนั้นเข้าไปแล้ว แต่ชิละได้หยิบรถม้า ระดับเหนือมนุษย์ขึ้นมา แล้วกระตุ้นลมปราณและธาตุไฟในร่างกายทั้งหมด เพื่อป้องกันการโจมตีนี้
ปัง ตูม
ด้วยการเสียรถม้าไป ชิละได้รับบาดเจ็บอีกรอบหนึ่ง แต่ไม่ได้หนักมากนักเพราะรถม้ารับการโจมตีไปหมดแล้ว รถม้ามีรอยแตกออกมา5 รอยด้วยกัน แต่ชิเองปลอดภัยถือว่าการป้องกันได้สำเร็จดี
เร่ยา กับ นาโอป้องกันกำแพงเมืองได้ไม่ทัน ค่ายกลได้หายไป เร่ยาและนาโอมองหน้ากันก่อนออกไป ต่อสู้ที่นอกเมืองเพื่อไม่ให้ตัวเมืองได้รับความเสียหาย
“ทหาร! ปกป้องประชาชนและอย่าให้พวกมันเข้ามาให้เมืองได้”
ทหารในกำแพงเมืองได้ออกมาป้องกันเมือง ชักดาบหรือหอกออกมา ตั้งการป้องกันเอาไว้หน้าเมือง ส่วนนาโอและเร่ยาได้ไปหา ชิเองและชิละ
ชิเองตอนนี้สีหน้าบ้าคลั่งมาก ได้ยิงธนูไปทาง เร่ยา ส่วนชิละ ได้ใช้ดาบไฟโจมตีไปที่ นาโอ เร่ยาได้หยิบคทาขึ้นมา ก่อนจะร่ายเวทไป 1 วินาทีเท่านั้น มีต้นไม้ออกมาจากด้านหลังของเร่ยา เร่ยามองต้นไม้นั้นแล้วเศร้าหมองขึ้นมา แต่ไม่นานสีหน้าได้เป็นปกติ ต้นไม้นี้คือต้นแดงเดือดนั้นเอง ต้นแดงเดือดได้ฟาดกิ่งไม้ทั้งหมดของตัวเองไปทางลูกธนู
ฟิ้ว ปัง บูม
การปะทะกันของชิเองและเร่ยาทำให้ นาโอและชิละกระเด็น ชิละตกใจมากเพราะชิเองได้กระตุ้นปราณเลือดแล้วยังทำแค่เสมอกับ จอมเวทไม้คนนี้ นาโอเห็นอาการตกใจของชิละ จึงหัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า
“เร่ยานั้นคืออัจฉริยะจอมเวท เร่ยาได้จบการศึกษาจากอาณาจักรซาราโน และเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร ที่พวกฉันมาตั้งเมืองแห่งนี้เพื่อที่จะมีชีวิตที่สงบสุข แต่ว่าพวกนายเป็นคนทำลายความสงบสุขนี้ พวกนายจงรับรู้ถึงความน่ากลัวของเร่ยา ฮ่า ๆ”
ชิเองและชิละ ตกใจมาก จบจากเมืองหลวงของอาณาจักซาราโนนั้นมันแห่งรวมอัจฉริยะนักเวททั้งหมด ชิเองได้กระตุ้นปราณเลือดได้แค่เสมอทั้งนั้นเอง การกระตุ้นปราณเลือดนั้นเพิ่มพลังให้กับตนเองถึง 2 เท่ายังไม่สามารถชนะเร่ยาได้
ชิเองไม่มีเวลามาตกใจมากนัก ต้นไม้แดงเดือดได้โจมตีมาโดยการแทงกิ่งไม้ ส่วนเร่ยาได้หยิบเมล็ดพืชขึ้นมา ก่อนโยนลงไปในพื้นดิน ต่อมาเร่ยาร่ายเวทมนตร์ก่อนที่เมล็ดต้นไม้โตขึ้นมาเป็นนักรบต้นไม้ที่สูงแค่ 1เมตรแม้ว่ามันจะตัวเล็กแต่พลังมันอยู่ในระดับ ปรมาจารย์นักรบ พวกนักรบต้นไม้เดินเข้าไปหา พวกที่เหลือของตระกูลชิ พวกปรมาจารย์นักรบของตระกูลชิ ได้รับการบาดเจ็บจากการโจมตีของต้นไม้ธรรมชาติก่อนหน้านี้แล้ว ยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเอง ต้องเจอกับนักรบต้นไม้มีระดับพลังเยอะกว่าถึง 2 เท่า
พวกปรมาจารย์ของตระกูลชิ มองหน้ากัน พวกข้าจะต้องมาตายโดยไม่ได้ทำอะไรหรือเห็นผู้นำพาแห่งความมืด แล้วนี่การต่อสู้ที่มีโอกาสแพ้มากกว่าชนะเสียอีก ชิเองได้ตะโกนออกไปว่า
“สู้-----!!!!! เจ้าพวกโง่ ถ้าพวกเจ้าหนีข้าจะฆ่าพวกเจ้า”
ชิเอง ได้หันไปทางอื่น เร่ยาได้โอกาส เทเลพอร์ตไปอยู่หลังของชิเอง เร่ยาใช้ไม้คทาฟาดไปที่ลำตัวของชิเองตามต่อเป็นแทงด้วยปลายของคทาก่อนในระหว่างแทงนั้นมีหยดน้ำสีเขียวสยองได้ไหลออกจากปลายคทาเข้าไปในตัวของชิเอง
ตูม
ชิเองกระเด็นพร้อมกับกระอักเลือดคำโต แม้ว่าจะใช้ปราณเลือดแต่ยังสู้เร่ยาไม่ได้ ความต่างชั้นมันน่ากลัวมากระหว่างอัจฉริยะจอมเวทกับชิเอง ชิละเห็นชิเองพลาดท่าจะเข้าไปช่วย แต่โดนขัดขวางโดยนาโอ ในมือของนาโอตอนนี้ มีค้อนขนาดใหญ่ถึง 2 เมตร ตัวค้อนมีสีน้ำตาลเข็ม หัวค้อนมีที่ทุบ 2 ด้านเหมือนกับว่าค้อนของช่างตีเหล็กมากกว่า
ชิละและนาโอโจมตีพร้อมกัน แต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะเสมอกันเท่านั้น ชิละเริ่มร้อนใจเป็นอย่างมาก ถ้าชิเอง แพ้หรือปราณเลือดเวลาหมด ถึงตอนนั้นได้เป็นเวลาตายของพวกเขาแน่เลย นาโอได้ถอยหลังก่อนจะใช้ท่าโจมตีไป
“ค้อนดินแรงโน้มถ่วง 100 เท่า”
อยู่ ๆ พื้นที่บริเวณทั้งหมด อากาศได้แตกกระจาย แรงกดดันมันมหาศาลพุ่งเข้าหาชิละราวกับว่ามีมือของยักษ์จากฟ้ากดทับลงมายังพวกชิละและปรมาจารย์นักรบที่ต่อสู้กับนักรบต้นไม้ได้คุกเข่าไปกับพื้น เสียงกรีดร้องของพวกปรมาจารย์นักรบของตระกูล ชิ ได้ร้องเสียงอย่างน่าเวทนาและโดนนักรบต้นไม้ฆ่าด้วยระหว่างที่คุกเข่าลงไป เหมือนว่านักรบต้นไม้จะไม่ได้รับผลของแรงโน้มถ่วง เพราะเหตุผลนี้ทหารในเมืองถึงไม่ต้องเข้ามาสู้แค่เฝ้าเมืองพอ ปรมาจารย์นักรบคนหนึ่งทำท่าจะไม่ไหวจึงล้มลงนอนกับพื้นก่อนจะส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นมา
อ๊าก------------!
ปรมาจารย์นักรบคนที่นอนลงกับพื้น กล้ามเนื้อ เลือด อวัยวะภายในและกระดูก ได้แตกละเอียด กลายเป็นบ่อเลือดในเวลาต่อมา พวกปรมาจารย์นักรบคนอื่น ๆ ได้เห็นความสยองขวัญของพลังแรงโน้มถ่วงจึงใช้ลมปราณและธาตุในตัวเพื่อไม่ใช้ตกลงในพื้นที่มีแรงดึงดูด ชิละเห็นว่าถ้าปล่อยไว้พวกปรมาจารย์นักรบได้ตายหมดแน่ จึงใช้ธาตุในตัวและลมปราณทั้งหมดในการโจมตีครั้งนี้ ข้างหลังของชิละได้เกิดปรากฏการณ์ลูกไฟมหึมา ดิน หญ้า ต้นไม้และนักรบต้นไม้หลอมละลายหายไปด้วยความร้อนระดับ นี้ ชิละใช้ดาบแทงไปที่ลูกไฟดวงนั้น ดาบไม่ได้หลอมละลายแต่ลูกไฟได้ละลายเข้ากับตัวดาบแทน กลายเป็นดาบไฟขนาดเล็กแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวออกมา แม้แต่อากาศยังเผาไหม้ ชิละฟาดดาบไปทาง นาโออย่างเต็มที่
“ดาบอุกกาบาต”
การโจมตีนั้นรุนแรงและเร็วมาก เห็นแค่แสงสีแดงผ่านหน้าไป พวกปรมาจารย์ยังมองไม่เห็น นาโอเห็นว่าเป็นการทุ่มสุดตัวของ ชิละ
การโจมตีนี้มีเร็วและแรงมาก สัญชาตญาณของนาโอบอกว่าถ้าถูกโจมตีนี้แล้วอาจบาดเจ็บสาหัส ดาบอุกกาบาตบล็อกพื้นดินทั้งหมดของนาโอ นาโอคิดว่าหลบไม่ทันแน่จึงใช้ท่านี้ขึ้น
“การป้องกันของพระแม่ปฐพี”
ดินรอบตัวและในร่างกายของนาโอมีการก่อตัวของดินขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันให้กับนาโอ และป้องกันดาบอุกกาบาตที่กำลังจะมาถึงนี้ เสียงระเบิดที่การจากการปะทะกันของดาบและเกราะดังขึ้นมา แม้แต่คนในเมืองยังได้ยินเสียงระเบิดแห่งนี้
เคร้ง ตูม
ดาบอุกกาบาตของชิละได้มาถึงการป้องกันของ นาโอแต่การป้องกันของนาโอ นั้นเหมือนว่าไม่ใช้การป้องกัน การโจมตีของชิละ ได้ทำลายอวัยวะภายในของ นาโอ ผิวหนังไหม้ มีกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อไหม้นาโอลอยไปทั่วบริเวณ ชิละดีใจมาก ทว่าไม่นานพบว่าดินรอบตัวของนาโอไม่ได้แตกหายไป แสงสีน้ำตาลได้สว่างขึ้นมาเรื่อย ๆ และ
ปัง
การป้องกันพระแม่ปฐพีไม่ใช้การป้องกันแต่เป็นการสะท้านการโจมตีกลับไป แม้ว่าจะ 50% ของทั้งหมด แต่ชิละโดนทั้งต้นไม้ธรรมชาติและการโจมตีของตนเองอีก สภาพของชิละไม่ได้แตกต่างกับ นาโอเลย อวัยวะภายในเกิดความเสียหาย แต่ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นไหม้แค่นี้
สภาพของทั้ง 2 คนไม่ตายกันแต่สภาพไม่ต่างจากการตายสักเท่าไร เร่ยาได้วิ่งมาหา นาโอแล้วพูดว่า
“ไม่เป็นอะไรใช้ไหม”
ส่วนสภาพร่างกายของชิเอง ดูไม่ได้เลย มีรอยแทงของคทาและต้นไม้แดงเดือด และปราณเลือดได้หมดลงแล้ว แค่ยืนทำไม่ได้
ชิเองได้คิดในใจที่เต็มไปด้วยความแค้นอันบ้าคลั่งขึ้นมา
“บดซัด บดซัด ทำไม ทำไม ฉันยังไม่เห็นผู้นำพาแห่งความมืดเลย ฉันจะล้มลงตรงนี้ไม่ได้ ลูกฉันในสวรรค์กำลังรอให้ฉันฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดอยู่ อ๊ากกกกกกกกกก”
ชิเองคิดว่าคงมีทางเลือกเดียวเท่านั้น ทางเลือกคือ เผาอายุขัยของตนเองเพื่อแลกกับพลัง ชิเองกำลังจะเผาอายุขัยไป ได้มีเสียงดังออกมาจากประตูเมือง
“หยุด ลูกของนายตกมาในมือของฉันแล้ว”
มีคนเดินมาพร้อมกับปิดปาก เร่นาเอาไว้ เร่ยา เห็นแล้วช็อกมาก
“เร่นา--------------------------!”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….