ณ ยามราตรีคืนหนึ่ง มีแสงไฟส่องไปทั่วในสำนักแห่งหนึ่ง เสียงผู้คนมากมายมีเสียงร้อง เสียงตะโกนไปทั่ว แล้วมีเสียงบุรุษผู้หนึ่งกล่าวว่า '' ซีว่าง เจ้าคนเนรคุณไร้สำนึก สำนักภพจันทรา อุส่าให้ที่พักพิงสอนวิชาเจ้า เจ้ายังกล้าที่จะทำกับเราอย่างนี้ เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่รึไม่ '' น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดปนความคับแค้นใจ ของชายกลางคนผู้หนึ่ง
'' ไม่ใช่ข้า , ข้าไม่ได้ทำ เหตุใดข้าต้องยอมรับ กับสิ่งที่ข้าไม่ได้กระทำลงไป '' เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่ง หน้าตาเต็มไปด้วยคราบเลือด สภาพอิดโรยจากการโดนทารุณ อยู่ในสภาพคุกเข่ามัดมือไขว้หลัง ผมยาวลงมาปิดหน้าสายตามองกลับไปที่ชายผู้นั้น '' ท่านอาจารย์มีบุญคุณต่อ... ''
'' บังอาจ !! '' เสียงตะโกนผสมลมปราณที่ไม่ได้ยับยั้งไว้ผลักผู้คน บ้างล้มบ้างกลิ้งลงไปกองกับพื้น ทำให้เสียงจอแจรอบข้างเงียบลงทันใด '' เจ้ายังมีหน้าเรียก ท่านเจ้าสำนักว่าอาจารย์ได้อีก หลังจากสิ่งที่เจ้า ทำลงไป''
ชายหนุ่มเมื่อได้ยินบุรุษผู้นั้นกล่าว ได้จ้องหน้ากลับไป ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา กล่าวด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นว่า '' ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านอาจารย์วรยุทธสูงส่งแล้วยังมีญาณที่เฉียบคม ได้โปรดท่านรองเจ้าสำนัก ลองพินิจดูด้วยเถิด '' น้ำตาของ ซี ว่าง หยดลงพื้นหินทีละหยด
'' ต่อให้ข้าสามารถ ข้าก็ไม่มีวันคิดที่จะทำลงไป ท่านอาจารย์เก็บข้าเด็กกำพร้ามาเลี้ยงอบรมสั่งสอน เอ็นดูข้าปรานบุตรในไส้ คอยสอนวรยุทธส่งเสริมข้าจนเติบใหญ่ , แล้วข้าจะเนรคุณท่านได้อย่างไร '' บนใบหน้าเด็กหนุ่มปราศจากคราบน้ำตาแทนที่ด้วยเลือดสีแดงเข้ม ไหลออกมาจากดวงตาของตนเอง บ้างไหลลงพื้น บ้างไหลลงไปบนแผ่นอกที่ปราศจากเสื้อ
พอได้ยินเด็กหนุ่มกล่าวพลันเบนหน้าหนี ตอบเสียงเบา ๆ '' เพราะฮว่าเอ๋อร์ '' หลังจากรองเจ้าสำนักพูด เสียงกระซิบที่เงียบหายไปก็ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะทุกคนต่างรู้ว่า ฮว่าเอ๋อร์ที่พูดถึงคือ เยว่ ฮว่า คนรักของชายหนุ่ม '' เพราะท่านเจ้าสำนักไม่เห็นด้วยที่จะยก เหลียงเอ๋อร์ให้เจ้าตอนนี้ เจ้าจึงลอบวางยาท่าน แล้วสังหารท่านเจ้าสำนักด้วยมีดเล่มนี้ ที่ท่านเจ้าสำนักมอบให้แก่เจ้า '' หลังจากจบประโยค ก็ปรากฏมีดเล่มหนึ่งออกมาในมือแล้วโยนมาข้างหน้าชายหนุ่ม ด้ามจับเป็นหยกสีฟ้าอ่อนสันมีดประดับด้วยพลอยสีชมพูเข้ม ส่วนคมมีดมีเพรชสีดำฝังอยู่ข้างใน
พอทุกคนเห็นก็ยืนยันได้ว่าเป็นมีดของ ซีว่าง จึงเกิดเสียงด่าโกรธเกรี้ยวจากคนรอบข้าง ' ไอ้เนรคุณ ' ' ไอ้คนจันxx ' ' ท่านเจ้าสำนักดูคนผิดไป ' ' ไอ้เxxย ' ' ไม่ต้องมาบีบน้ำตาทำหน้าเศร้า ' เสียงด่ายิ่งมากยิ่งดังไปทั่ว
'' ศิษย์พี่ ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น '' หลังจากมีเสียงของหญิงนางหนึ่งดังขึ้น ทุกคนต่างมองไปที่ต้นเสียง ก็พบหญิงสาวนางหนึ่งหน้าตาของนางงดงามราวกับภาพเขียน ที่ใบของนางหน้าอาบด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้า นางคือ เยว่ ฮว่า บุตรสาวของรองเจ้าสำนัก เยว่ ฮุ่ย
'' ศิษย์พี่ซี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น ท่านพ่อน่าจะรู้ , ศิษย์พี่รักท่านลุงดุจพ่อแท้ ๆ แล้วจะสังหารท่านได้อย่างไร '' เสียงของหญิงสาวปนด้วยความเศร้าผสมความโกรธเกรี้ยว
พอเยว่ฮุ่ย เห็นบุตรสาวของตนเอง ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงต่างจากตอนพูดกับซีว่าง ว่า '' ฮว่าเอ๋อร์พ่อบอกให้เจ้าอยู่ที่ห้องของเจ้าเอง ไยเจ้าไม่เชื่อคำพ่อ ''
หญิงสาวไม่สนใจคำพูดของบิดาพูดต่อว่า '' ศิษย์ไม่มีทางสังหารท่านลุงได้ , ท่านลุงเป็นนักเวทย์แถมด้วยวรยุทธสูงส่งและท่านมีญาณหยั่งรู้ เหตุใดท่านจะไม่ทราบว่าตน จะโดนสังหาร ''
พอได้ยินบุตรสาวตัวเองพูด เยว่ ฮุ่ย จึงกล่าวตอบเหตุผลว่า '' เรื่องนั้นพ่อก็ไม่รู้แจ้ง แต่หลักฐานต่าง ๆ บ่งบอกมาที่เจ้าคนเนรคุณพันธุ์นี้...'' หลังจากพูดจบ ก็หันกลับไปมองที่บุรุษที่อิดโรยด้วยสายตาดุดัน '' ข้าก็อยากรู้มันใช้ อุบายอะไร ถึงทำให้ ท่านลุงของเจ้าไม่รู้ตัว จึงเป็นเหตุให้ต้องตายจากไป ''
พอซีว่างได้ยิน ก็มองไปที่หญิงสาว พูดจาอ่อนโยน ตอบว่า '' ขอบคุณน้องหญิงที่เชื่อข้า '' แล้วหันมองคนรอบข้างด้วยสายตาอาฆาต จนมาหยุดที่รองเจ้าสำนัก พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว '' บาปที่ข้าไม่ได้ก่อ บาปที่ข้าไม่ได้ทำ บาปที่ข้าไม่คิดจะทำ , พวกเจ้าจำเอาไว้ถ้าพวกเจ้ารู้ว่าข้าไม่ผิด พวกเจ้าอย่าได้ดูถูกความแค้นของ... ''
'' หุปปาก '' เสียงนี้ดังมาจากหน้าประตูสำนัก ปรากฏบุรุษผู้หนึ่ง ผู้ที่พูดมานั้น คือชายวัยกลางคน หน้าตาสะอาด คิ้วหนาจนเกือบจะติดกัน สายตามีความเย่อหยิ่ง '' เรื่องถามว่ามันทำอย่างไรไว้ที่หลัง ตอนนี้ถามมันก่อนว่า ' ศิลาเงาจันทรา ' อยู่ที่ใด " พอจบประโยค ก็มีเสียงเห็นด้วยตามมา ' ใช่ศิลาสำคัญกว่าในตอนนี้ ' ' ไม่มีศิลาเราก็ไม่สามารถฝึกวิชาขั้นต่อไปได้ ' ' ไอ้เxxxย เอาศิลาคืนมา ' เสียงด่าดังขึ้นเรื่อยๆ ความโกรธแค้นของคนรอบข้างตอนนี้เหมือนเอาน้ำมันราดบนกองไฟ '' เงียบ '' เสียงของ เยว่ ฮุ่ย กล่าวน้ำเสียงแฝงด้วยแรงกดดันที่ตนเองเปล่งออกมาทำให้บรรยกาศกลับมาเงียบเรียบร้อยอีกครั้ง พอทุกอย่างเงียบแล้ว ตนเองจึงพูดต่อว่า '' ซีว่าง หากเจ้าคืนศิราเงาจันทรามาแล้วบอกข้า ว่าใครเป็นคนให้ความช่วยเหลือเจ้า ข้าจะทำลายวรยุทธเจ้าและปล่อยเจ้าไป " พอพูดจบ ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยของบันดาศิษย์ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พอเสียงต่าง ๆ ที่ไม่เห็นด้วยดังขึ้น ชายคิ้วหนาจึงผู้ผสมโรงเสียงดังว่า '' เป็นมันชงน้ำชาที่ใส่ยาพิษแล้วนำไปให้ท่านเจ้าสำนักดื่ม , มีแต่มันที่สามารถเข้าออกตำหนักเจ้าสำนักได้ตามใจตนเอง เปล่าประโยชน์ที่จะพูดดีกับมันฆ่ามันแล้วกักดวงวิญญาณมันไว้ เดี๋ยวข้าจะใช้วิชาสืบวิญญาณกับมันเอง '' ชายคิ้วหนากล่าวจบ พลันมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเหยียดปรานมองหมาจรจัดที่กำลังจะอดข้าวตายตัวหนึ่ง เสียงของคนรอบข้างกล่าววาจาเห็นด้วยตามด้วยคำหยายมากมายเพื่อกดดันท่านรองเจ้าสำนัก '' หั่ว อวิ๋น เจ้าลูกสำส่อน เป็นเจ้าที่หลอกใช้ข้า '' พอพูดจบ หั่วอวิ๋น พลันพุ่งเข้าหาซีว่าง ออกมือขวาไปที่คอหอยของชายหนุ่ม อีก 15 เมตร ก่อนจะถึงตัวชายหนุ่ม เยว่ฮุ่ยก็มาปรากฏตรงหน้า ขวางทางไว้ จับมือขวานั้นไว้ '' หั่ว อวิ๋น เจ้าคิดจะทำอะไร !! '' รองเจ้าสำนักถามด้วยความโกรธ เมื่อตนโดนขัดขวางก็ถลึงตาจ้องไปทางผู้ที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกล่าววาจาตอบไปว่า '' ปล่อยข้า เยว่ฮุ่ย ข้าจะ... '' '' คุกเข่า !! '' พอพูดจบ เยว่ฮุ่ย ก็ปล่อยแรงกดดันออกมา กดทับทำให้ คนที่อยู่ระยะ 10 เมตร คุกเข่าลงทันใด คนที่อยู่ใกล้สุด หั่วอวิ๋นได้แรงกดดันมากสุด คุกเขาลงไปอย่างแรงทำให้มีเลือดไหลออกมาจากเข่าของตนเอง '' เจ้าเป็นแค่หัวหน้าผู้คุมกฏ ไม่มีสิทธิ์เอ่ยชื่อข้า '' '' ข้าจะฆ่ามัน แล้วใช้วิชาสืบวิญาณ สืบเรื่องราวทั้งหมด '' ขณะที่บุรษตะกลูฮั่วคุกเข่าอยู่ก็ปล่อยปราณเสริมแรงเพื่อยันตนเองให้ลุกขึ้นแล้วกล่าวต่อว่า '' มันพยายามใส่ร้ายข้า ไยข้าต้องอยู่เฉยให้มันกล่าววาจาพล่อย ๆ '' พูดจบก็มีเสียงของศิษย์ทั่งหลายพันธ์พูดเสริมขึ้นมามากมาย ' ท่านรองเจ้าสำนักโปรดระงับโทสะ ' ' เป็นเจ้าชั่วนั่นผิดพูดพล่อยต่อผู้คุมกฏก่อน ' ' เข่าข้าจะแตกแล้ว ' ' โปรดระงับโทษะด้วย ' ' ไอ้ชั่วซีว่างยอมรับความผิดแล้วรีบสารภาพซะ ' ' ไอ้เนรคุณรีบยอมรับซะ ' ' อย่ามาปั่นหัวพวกเรา ไอ้เxxxย ' ' หัวxxx ' ยิ่งนานเข้า ยิ่งมีเสียงก่นด่าสาปแช่งมากขึ้น '' ไม่ใช่ข้า !! '' น้ำเสียงเด็กหนุ่มปนลมปราณระเบิดออกมาผลักคนที่ไม่ได้ตั้งตัวล้มลง ทำให้เสียงด่าทอเงียบลง '' ในเมื่อทุกคน ปักใจแล้วว่าคือข้า ข้าต้องตายอยู่แล้ว , ข้าไม่ขอตายด้วยมือคนอย่างพวกเจ้า '' พอสิ้นเสียง ร่างกายของ ซีว่าง ก็ระเบิดออก เป็นละอองเลือด ซี ว่างระเบิดลมปราณในร่างตนเอง สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ก่อนหน้าพันธ์หายไป . . ณ ความมืดมิด ' นี่ข้า ตายแล้ว ? , ท่านอาจารย์ข้าจะได้ไปหา ท่านอาจารย์แล้ว , รอข้าก่อนท่านอาจารย์ ข้ากำลังไปหาท่าน ' ชายหนุ่มปล่อยจิตล่องลอยไปตามทางที่มืดมิด ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ทรงพลังดังขึ้น ' เจ้าอยากตายหรือ อยากกู้ชื่อเสียงเจ้าคืนหนุ่มน้อยผู้โชคร้าย '