ตอนที่ 17: กรงเล็บในเงามืด
เมื่อค่ายกลเมฆามายาได้เริ่มทำงานอย่างสมบูรณ์ ตำหนักเมฆาคล้อยก็กลายเป็ป้อมปราการที่แท้จริง เฟิงหวงรู้ดีว่านี่เป็เพียงการป้องกันเท่านั้น หาก้าจะเป็ผู้เล่นในกระดานหมากแห่งอำนาจนี้ เขาจำเป็ต้องมี "กรงเล็บ" ที่สามารถยื่นออกไปนอกกำแพงวังได้
ในห้องลับใต้ดิน เฟิงหวงและลุงจงกำลังวางแผนขั้นต่อไป
"ลุงจง ข้า้าคน" เฟิงหวงกล่าวเรียบๆ "แต่ไม่ใช่ยอดฝีมือที่โดดเด่น เพราะนั่นจะล่อเป้าเกินไป ข้า้าคนที่มีความสามารถพิเศษ...คนที่ถูกมองข้าม ถูกกดขี่ หรือคนที่สิ้นหวังแต่ยังคงมีไฟแห่งความทะเยอทะยานซ่อนอยู่"
เขาได้แบ่ง "กรงเล็บ" ที่เขา้าออกเป็สองหน่วยอย่างชัดเจน:
* หน่วยเนตรทิพย์: ทำหน้าที่เป็หูเป็ตา รวบรวมและวิเคราะห์ข่าวสาร จัดการธุรกิจนอกวังเพื่อเป็ฉากบังหน้าและท่อน้ำเลี้ยง
* หน่วยเงาพิฆาต: ทำหน้าที่เป็เขี้ยวเล็บสำหรับปฏิบัติการลับ เช่น การสืบหาข้อมูลในที่อันตราย, การลอบสังหารเป้าหมาย, หรือการชิงตัวบุคคลและวัตถุสำคัญ
การจะหาคนเหล่านี้ในฐานะ "อ๋องสันติ" ที่ถูกจับตามองนั้นเป็ไปไม่ได้เลย เขาจึงต้องใช้วิธีการที่แยบยลที่สุด
เฟิงหวงมอบหมายให้ลุงจงใช้โรงเตี๊ยมและร้านขายสมุนไพรเป็ศูนย์กลางในการ "ประกาศรับสมัครงาน" ที่ดูธรรมดาแต่แฝงไว้ด้วยนัยสำคัญ เช่น "รับสมัครเสมียนที่มีความจำดีเลิศ" หรือ "้าคนคุ้มกันโกดังยามวิกาล ขอคนที่ฝีเท้าเบาเป็พิเศษ"
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน...ลุงจงก็ได้รายชื่อของผู้ที่น่าสนใจที่สุดสองคนแรกมาเสนอ
คนแรกคือ อาหยิน สตรีวัยยี่สิบต้นๆ ที่ทำงานเป็เด็กเสิร์ฟในโรงเตี๊ยมของพวกเขาเอง ในอดีตนางเคยเป็ผู้จัดการที่เก่งกาจของสมาคมพ่อค้าแห่งหนึ่ง แต่ถูกใส่ร้ายและขับไล่ออกมาจนสิ้นเนื้อประดาตัว ลุงจงสังเกตเห็นว่านางมีความจำที่เป็เลิศและสายตาที่เฉียบคม สามารถอ่านใจคนได้อย่างน่าทึ่ง
คนที่สองคือ เหลียง ชายหนุ่มร่างกำยำเงียบขรึม เขาเป็อดีตทหารพรานจากชายแดนเหนือ มีทักษะในการสะกดรอยและเคลื่อนไหวในเงามืดอย่างหาตัวจับยาก แต่ถูกปลดประจำการอย่างไม่เป็ธรรมหลังจากกลายเป็แพะรับบาปในภารกิจที่ล้มเหลว เขามาที่ร้านสมุนไพรเพื่อขายสมุนไพรหายากที่พบในป่าลึก
เฟิงหวงตัดสินใจที่จะ "สัมภาษณ์" พวกเขาด้วยตนเอง
เขานัดทั้งสองมาพบในเวลาที่ต่างกัน ณ ห้องส่วนตัวชั้นบนของโรงเตี๊ยม โดยตัวเขาเองได้ใช้ลมปราณปรับเปลี่ยนโครงหน้าเล็กน้อย สวมเสื้อผ้าธรรมดา และแนะนำตัวเองในฐานะ "นายท่าน" ผู้เป็เ้าของกิจการที่ลึกลับ
กับอาหยิน...เฟิงหวงยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายที่ซับซ้อนของคู่แข่งให้นางดู "หาความผิดปกติในนี้ให้ข้า"
อาหยินใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ก็ชี้ให้เห็นถึงการยักยอกเงินและเส้นทางหนีภาษีที่ซ่อนอยู่ในบัญชีได้อย่างแม่นยำ "ยอดเยี่ยม" เฟิงหวงกล่าว "ต่อไปนี้เ้าคือ 'ผู้ดูแล' ของข้า จัดการธุรกิจทั้งหมดและสร้างเครือข่ายข่าวสารขึ้นมา"
กับเหลียง...เฟิงหวงทดสอบเขาในโกดังที่มืดสนิท "ไปหยิบป้ายหยกที่วางอยู่บนถังไม้ใบในสุดมา...โดยห้ามให้ยามสองคนที่เฝ้าอยู่รู้ตัว"
เหลียงหายเข้าไปในความมืดราวกับควัน เขาเคลื่อนไหวไร้เสียงและหลบหลีก "ยาม" (ซึ่งเป็เพียงหุ่นไม้ที่เฟิงหวงใช้เส้นด้ายลมปราณควบคุม) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมป้ายหยกในมือ "ดีมาก" เฟิงหวงพยักหน้า "เ้าคือ 'หัวหน้าหน่วยเงา' ของข้า"
ทั้งอาหยินและเหลียงต่างมอง "นายท่าน" ลึกลับผู้นี้ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เพียงแต่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่ยังมอบโอกาสและตำแหน่งที่พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มันกลับคืนมาอีก
"ข้าให้ได้ทั้งเงินทองและโอกาสในการแก้แค้น แต่ข้า้าความภักดีอย่างที่สุดจากพวกเ้า" เฟิงหวงกล่าวเรียบๆ เขาหยิบเม็ดยาสีดำสองเม็ดออกมา "นี่คือ 'โอสถสัตย์สาบาน' มันจะไม่มีผลใดๆ ตราบใดที่พวกเ้ายังภักดี แต่หากคิดทรยศ พิษจะกำเริบในสามวัน...และยาถอนพิษมีเพียงข้าผู้เดียวที่ปรุงได้"
มันคือการผูกมัดที่เด็ดขาดแต่ก็ได้ผลชะงัด ทั้งสองรับโอสถมากินโดยไม่ลังเล พวกเขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว และนี่คือโอกาสเดียวที่จะได้ทวงคืนทุกสิ่งที่ถูกพรากไป
"ขอสาบานว่าจะภักดีต่อนายท่านไปชั่วชีวิต!" ทั้งสองคุกเข่าลงพร้อมกัน
กรงเล็บคู่แรกของเฟิงหวง...ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
เมื่อการคัดเลือกเสร็จสิ้น เฟิงหวงในฐานะ "นายท่าน" ก็ได้มอบภารกิจแรกให้แก่พวกเขา
"อาหยิน...ข้า้าข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวกับตระกูลเว่ยของพระจักรพรรดินี"
"เหลียง...มีขุนนางระดับรองในกระทรวงการคลังชื่อ 'เฉินกวง' เขาเป็คนของพี่รองเฟิงหลง และเป็หนอนบ่อนไส้ตัวใหญ่...ข้า้า 'บัญชีลับ' ที่เขาซ่อนไว้ในจวน"
ดวงตาของทั้งสองทอประกายแห่งความมุ่งมั่น
เกมหมากรุกที่เคยเล่นเพียงฝ่ายตั้งรับ บัดนี้ได้ถึงเวลาที่ฝ่ายของอ๋องสันติ...จะเริ่มรุกฆาตกลับไปบ้างแล้ว