ตอนที่เจ็ดสิบเจ็ดก้าวสู่ขั้นปรับพื้นฐานลมปราณ FoundationEstablishment
หลังจากที่ผมลากถ่วงเวลามาสักพักก็ได้เจอกับของที่ผมเอาออกมาหลังจากที่โรเบิร์ตสำรวจของสิ่งนี้แล้ว
สรีระธาตุของพระพุทธเจ้า
ที่ทำให้ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ อดอาหารห้าร้อยวันไม่เป็นอะไร ร้อยพิษไม่กล้ำกราย
นับเป็นไอเท็มสำคัญที่ผมต้องคอยสักพักกว่าจะได้มาจนต้องจ่ายไปในราคาร้อยยี่สิบล้านหยวนและค่าสินน้ำใจรายทางอีกประมาณห้าสิบล้านหยวนแก่หอประมูลจึงได้ยกเลิกการประมูลไปได้และเอาของสิ่งนี้มา
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการที่ร้อยพิษไม่กล้ำกรายนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหนหากผมอยากจะไปสู้กับพวกสัตว์อสูรประเภทงูหรือประเภทมีพิษต่างๆ
อย่างที่บอกคนมีพลังหรือของวิเศษจะได้เปรียบคนที่ไม่มี
และอย่างที่ท่านประธานเนเทโร่กล่าวเอาไว้ว่าหากของอย่างหนึ่งสามารถเอาเงินซื้อได้ ระดับความยากที่จะได้มาคือ “ง่ายที่สุด”นั่นเอง
ขอเพียงเรามีเงินมากพอของสิ่งนั้นก็กลายเป็นของเราไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็น
ผมเริ่มทดลองไปในสองแนวที่จะรับมืองูจอมุงกันด์อย่างที่กล่าว
บางครั้งการต่อสู้ก็เป็นเรื่องของการเตรียมตัวมากกว่าการต่อสู้จริงๆ
“ถ้าไม่มั่นใจ ไม่ลงมือ”
ดั่งที่ท่านโกว้เล้งกล่าวเอาไว้นั่นเอง
“ไอได้ตรวจสอบแล้ว แก้วผลึก..สรีระธาตุไม่ไดมีตัวตนแค่ในมิติที่สามเท่านั้นแต่ยังเป็นเรื่องของมิติที่สูงขึ้นไปด้วยนี่คือลักษณะของมิติที่เหนือขึ้นไปที่ไอคำนวณได้”
โรเบิร์ตกดฉายภาพอธิบายมิติและพลังงานอย่างละเอียด
“มีวัสดุสี่มิติที่สามารถคืนรูปร่างเองได้เมื่อเวลาผ่านไปไอก็เพิ่มความรู้ที่พวกเรารู้มาเข้าไปมากกว่าเดิมทำให้ไอคิดว่าไอสามารถคำนวณมิติที่สรีระธาตุ..ผลึกนี้ได้แล้ว”
โรเบิร์ตฉายภาพหน้าจอให้ผมดูและผมก็กลืนสรีระธาตุลงท้อง
หลังจากที่ท้องน้อยของผมสะสมพลังมหาศาลมากกว่าที่คนที่ขั้นสะสมลมปราณธรรมดาจะมีได้
ผลจากการที่ฝึกการบ่มเพาะร่างกายด้วยโสมร้อยปีจำนวนมากจนถึงขั้นร่างเซียนและมโนมยิทธิพลังจักระของนามูกับพลังไฟหยิน-หยาง
หากกล่าวถึงที่สุด การบ่มเพาะปราณของผมนั้นด้อยที่สุดหากเทียบกับสายพลังอื่นๆของผมนั่นเอง
แต่เพราผมไม่ชอบความผิดพลาดเลยพยายามคำนวณทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อลดความผิดพลาดทั้งหมดที่อาจจะเกิดขชึ้นได้ในการทะลวงด่านพลังนั่นเอง
ว่าหากมีโอกาสที่ใช้โอสถหรือโสมเพิ่มพลังได้ก็ใช้ไปอย่าลังเลหากสามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงด่านได้มากกว่าร้อยเปอร์เซ็น
พลังปราณของผมค่อยๆกลั่นลงเป็นราวกับของเหลวและผมได้แนวคิดจากโรเบิร์ต
พยายามเคลื่อนไหวและปรับสภาพลมปราณว่าทำให้เหมือนของเหลวที่กลายเป็นของแข็งที่หยุดนิ่งหากอุณหภูมิต่ำพอ
ลมปราณก็เป็นหลักการเดียวกันว่าจะควบแน่นได้มากแค่ไหน
จุดรวบรวมลมปราณของผมราวกับจะกลั่นลมปราณที่มีอยู่ให้เปลี่ยนสถานะจากไอน้ำกลายเป็นของเหลวและของเหลวกลายเป็นของแข็งและจากของแข็งกลายเป็นวัตถุสี่มิติและสิบเอ็ดมิติตามลำดับ
การปรับพื้นฐานลมปราณ Foundation Establishment ของผมค่อยๆดำเนินไปอย่างช้าๆไม่รีบร้อน
ใช้เวลาค่อยๆปรับลมปราณในร่างกายให้กลายเป็นวัตตถุสิบเอ็ดมิติที่อยู่เหนือกว่าลมปราณธรรมดา
เวลาผ่านไปสิบสองชั่วโมงก็ทำให้ผมสามารถบรรลุขั้นปรับพื้นฐานลมปราณได้สูงอีกระดับหนึ่ง
สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
ทรงพลังมากกว่าเดิมการเคลื่อนไหวที่เคยรู้สึกว่ารวดเร็วแล้วกลับเทียบไม่ได้เมื่อเราบรรลุพลังขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นใหญ่
อ้าวป้าหม่า
บ่มเพาะพลังลมปราณ
ขั้นปรับพื้นฐานลมปราณ Foundation Establishment
พลังปราณของเขากลายเป็นวัตถุสิบเอ็ดมิติ