ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 103 ความโกลาหลบนดาวเจที

    ตอนที่103 ความโกลาหลบนดาวเจที


    พรอคที่เจ็ดกระโดดจากอากาศลงมาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นในห้องบัญชาการหลักพลางเงยหน้าขึ้นสบตาเสิ่นอี้อย่างคาดไม่ถึงเขาตื่นเต้นยินดีที่เพื่อนต่างเผ่าสามารถทำลายล้างคลังแสงได้สมบูรณ์ อีกทั้งยังกลับมารับตนตามสัญญา


    “ถึงเวลาพวกเราออกไปไล่ล่าพวกมันให้หายไปจากดาวเจทีได้แล้ว”


    เสิ่นอี้พยักหน้าเป็นการทักทายเพื่อนอีกครั้งพร้อมทั้งเอ่ยออกมาอย่างห้าวหาญเขากระตือรือร้นในการเข้าร่วมกับเผ่าพรอคเพื่อกวาดล้างกองทัพเจอรัลให้สิ้นซากไปจากที่นี่เท่าที่เวลาจะมีเหลืออยู่อย่างจำกัด


    “ตกลงพวกเรานำอาวุธออกไปให้พี่น้องของข้ากันเถอะ”


    พรอคที่เจ็ดพยักหน้าทักทายกับเสิ่นอี้เช่นกันมันไม่คาดฝันว่าจะมีโอกาสสู้รบกับกองทัพจระเข้ได้จริง


    ในเวลานี้สายตาของพรอคที่เจ็ดจ้องมองเสิ่นอี้ด้วยความเทิดทูนดั่งเทพเจ้าซึ่งสถานะของเพื่อนต่างเผ่าได้กลายเป็นยิ่งกว่าสถานะของหัวหน้าเผ่าพรอคที่ตนเคารพเสียอีก


    จากนั้นเสิ่นอี้บัญชาการให้ยานรบส่งลำแสงดีวาสพุ่งออกทำลายล้างรอบฐานลับพร้อมกับลอยตัวสูงเพื่อขึ้นสู่พื้นดินด้านบนเขาไม่ต้องการให้ยานรบออกไปในเส้นทางปกติ ซึ่งเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้ดินที่ไปโผล่ยังนอกเขตพื้นที่ฐานลับ


    ทั้งนี้ชายหนุ่มต้องการทำภารกิจที่สิบสามด้วยการทำลายล้างฐานลับแห่งนี้ให้ราบคาบนั่นเองจึงต้องการทำลายแหล่งที่อยู่อันสำคัญในชั้นใต้ดินชั้นแรกเนื่องด้วยเป็นชั้นที่อยู่อาศัยตามคำบอกเล่าของพรอคที่เจ็ดให้หมดสิ้นทุกตัว


    ความโกลาหลเกิดขึ้นไปทั่วฐานลับของดาวเจอรัลทันทีเนื่องจากยานรบหลักถูกศัตรูปริศนาขโมยไปได้ อีกทั้งยังเกิดการต่อสู้และความวุ่นวายภายนอกฐานลับด้วย


    สักพักหนึ่งพรอคที่เจ็ดแจ้งข่าวต่อเสิ่นอี้ทันทีเหตุเพราะเขารับรู้สถานการณ์ล่าสุดมาจากทางเผ่าพรอคที่ยกพลขึ้นมาโจมตีและแย่งชิงอาวุธกับยานตรวจการณ์ของทหารจระเข้ได้หลายลำแล้วว่า


    “เสิ่นอี้ ตอนนี้ผู้นำเผ่าพาทหารทั้งหมดของเราแย่งชิงอาวุธจากทหารเดินตรวจตราได้จำนวนมาก แย่งยานตรวจการณ์มาได้แล้วแปดสิบลำกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กองทัพของเรากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่แล้ว”


    “เยี่ยมมากพรอคที่เจ็ด ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย นายลองมาสแกนเตรียมควบคุมยานรบนี้ทีฉันอาจไม่ได้อยู่ร่วมรบกับนายไปจนจบงานอาจได้ถึงแค่ส่งมอบอาวุธไว้ให้พวกนายไว้ต่อสู้”


    เสิ่นอี้รีบบอกกล่าวเพื่อนต่างเผ่าด้วยความเข้าใจเขาได้ยินเสียงสัญญาณของเวลาในระบบโกลาหลนับถอยหลังลงทุกขณะจึงตระหนักได้ว่าตนเหลือเวลาอยู่ร่วมรบกับเพื่อนในดาวเจทีน้อยลงแล้วเขาไม่ต้องการให้ยานรบลำใหญ่ที่อุตส่าห์ยึดครองมาได้ จะต้องกลายเป็นยานรบไร้ค่าไป


    “ตกลง!” พรอคที่เจ็ดเข้าใจความนัยจากเพื่อนที่สื่อสารออกมาทันที


    พรอคที่เจ็ดรู้ดีว่าเพื่อนต่างเผ่าอาจต้องจากไปกะทันหันโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุคล้ายกับการมาถึงยังดาวเจทีของชายหนุ่ม ฉะนั้นจึงรับรู้ได้ว่าตนจะต้องทำหน้าที่บัญชาการยานรบลำนี้ต่อไป


    พรอคที่เจ็ดทำตามขั้นตอนจากคำแนะนำของเพื่อนอย่างจริงจังเขาส่งเสียงตะโกนออกมาเมื่อเสิ่นอี้ปลดการควบคุมของตนเองแล้วว่า


    “ตรวจสอบตัวตน! เปิดการใช้งาน!เดี๋ยวนี้!”


    พลันมีลำแสงสีขาวส่องบนหัวของพรอคที่เจ็ดแล้วระบบปัญญาประดิษฐ์ภายในยานรบหลักพลันเกิดแสงไฟกระพริบวาบเป็นระยะเพื่อทำการตรวจสอบพรอคที่เจ็ด


    ยานรบลอยตัวหยุดนิ่งอยู่ภายในโดมขนาดใหญ่โดยยังไม่ลอยตัวพุ่งออกไป เนื่องจากเกิดอาการขัดข้องจากการที่ผู้บัญชาการหลักในการทำงานของยานรบเกิดสุญญากาศกะทันหันยานรบปล่อยให้ทหารกองทัพเจอรัลยิงเข้าใส่อย่างไม่ยั้งมือด้วยความไร้กังวล


    เสิ่นอี้เหลือบมองตำแหน่งของแผงฮอโลแกรมที่เคยสร้างปัญหาให้กับตนเองเขาพบว่ามันพยายามซ่อมแซมตัวเองและส่องแสงกระพริบวาบเพื่อตรวจสอบพรอคที่เจ็ดให้ได้


    ขายหนุ่มตัดสินใจหยิบปืนลำแสงเอวาสยิงเข้าใส่แผงฮอโลแกรมที่ควบคุมการตรวจสอบตัวตนอีกครั้งเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับพรอคที่เจ็ดได้ในตอนนี้ รวมถึงอนาคตข้างหน้าด้วย


    พลันเกิดไฟสว่างวาบไปทั่วห้องบัญชาการพร้อมเสียงตอบรับจากยานรบซึ่งพร้อมรับการสั่งการจากผู้บัญชาการคนใหม่แต่โดยดีว่า


    “ตรวจสอบตัวตน! ระบบพร้อมเริ่มการทำงานภายใน ห้า! สี่!สาม! สอง!หนึ่ง! เริ่ม!”


    ทันใดนั้นพรอคที่เจ็ครับรู้ได้ทันทีว่าตนสามารถเข้าควบคุมยานรบลำนี้ได้สมบูรณ์แล้วร่วมกับลำแสงสแกนตรวจสอบตัวตนจางหายไปจากเหนือหัวตนเองในทันใด


    เขาเหลียวมองเสิ่นอี้แว่บหนึ่งเป็นการกล่าวขอบคุณในทีแล้วเริ่มบัญชาการยานรบด้วยการสั่งการให้ยานรบยิงกวาดล้างบรรดาทหารจระเข้ด้วยความเคียดแค้นที่มีมาช้านานว่า


    “ยิงทหารเจอรัล! ให้ราบคาบทั้งหมด! เว้นทหารของเผ่าพรอคไว้! เริ่ม!”


    ยานรบพลันส่งลำแสงดีวาสกระจายตัวจากยานออกไปทั่วทุกทิศทางจนเกิดแสงไฟสว่างจ้าเป็นสีเหลืองส้มซึ่งเป็นสีของลำแสงดีวาสกระจายไปทั่วทั้งอาคารโดมหลังใหญ่มหึมา


    หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีหลังคาโดมขนาดใหญ่พลันร่วงหล่นลงพื้นโดยส่วนใหญ่กลายเป็นเถ้าจากพลังทำลายล้างของลำแสงดีวาส


    ยานรบลอยตัวขึ้นเหนือตำแหน่งเคยมีฐานลับปรากฏอยู่พรอคที่เจ็ดทอดสายตามองแล้วเห็นยานตรวจการณ์ร่วมกับยานรบหลายลำของศัตรูกำลังบินมุ่งหน้ากลับมายังฐานลับเพื่อสังหารศัตรูตัวฉกาจ


    พรอคที่เจ็คยิ้มแสยะด้วยความพึงพอใจที่จะได้มีโอกาสสังหารศัตรูเสียทีเขาตะโกนสั่งการแทนการสั่งการด้วยความคิดเพื่อระบายความแค้นที่สั่งสมมานานว่า


    “ยิงมัน! ฆ่าพวกมัน!อย่าให้เหลือแม้แต่ลำเดียว ยิง!”


    เสิ่นอี้และอินทรีดำต่างจ้องมองพรอคที่เจ็ดทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการยานรบด้วยความเข้าใจชายหนุ่มแหงนหน้าสบตาอินทรีดำซึ่งมันเกาะอยู่บนไหล่ด้วยความเข้าใจระหว่างกัน ทั้งคู่กำลังรอคอยให้ยานรบหลักยิงทำลายยานรบเล็กและยานตรวจการณ์ของศัตรูให้มากพอ


    เมื่อเสิ่นอี้เห็นว่าพื้นที่โดยรอบฐานลับคงเหลือทหารจระเข้ร่วมกับยานรบไม่มากนักแล้วเขาเกรงว่าจะไม่ทันเวลาเพราะเวลาของระบบโกลาหลสำหรับภารกิจที่สิบสามใกล้หมดลงแล้วจึงรีบบอกกล่าวต่อพรอคที่เจ็ดทันทีว่า


    “พรอคที่เจ็ดบินไปหาสถานที่ปลอดภัยก่อนเถอะ ฉันจำเป็นต้องนำอาวุธและยานรบอื่นออกมาไว้ให้ก่อนเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา”


    พรอคที่เจ็ดชะงักการสั่งยิงบรรดาทหารและยานรบของศัตรูเขาหันหน้ามาสบตากับเสิ่นอี้แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียใจว่า “เจ้าจะไปแล้วหรือเพื่อนยาก”


    มันรับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนต่างเผ่ากำลังจะจากมันไปยังดาวเคราะห์ที่จากมาซึ่งมันไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าดาวเอิร์ทอยู่แห่งหนใดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล


    “ใช่.....ใกล้ถึงเวลาที่ฉันกับอินทรีดำต้องไปแล้ว”เสิ่นอี้ตอบเพื่อนตามจริง


    ชายหนุ่มรู้สึกใจหายเช่นกันที่ต้องลาจากการอยู่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของดาวเจทีใหม่โดยคิดว่านับจากนี้ดาวเจทีจะไม่มีกองทัพเจอรัลกล้าบุกเข้ามายึดครองอีกแน่นอน


    พรอคที่เจ็ดเดินเข้ามากอดตัวเสิ่นอี้ไว้เป็นการแสดงความเคารพและให้กำลังใจซึ่งกันและกันวิธีหนึ่งของเผ่าพรอค ทว่าเป็นท่าทางให้กำลังใจและทักทายคล้ายกับผู้คนบนโลกพอดี


    เสิ่นอี้กอดตอบด้วยความเข้าใจเขาไม่อยากเอ่ยคำกล่าวลากับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก ทว่าได้สร้างความผูกพันต่อกันในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันได้


    เมื่อพรอคที่เจ็ดผละจากตัวเสิ่นอี้แล้วมันบัญชาการให้ยานรบทำการสแกนตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ เมื่อพบตำแหน่งที่ตั้งอันปลอดภัยในการยิงตอบโต้เพื่อปกป้องอาวุธและยานรบทั้งหลายจากศัตรูได้มันจึงส่งสัญญาณแจ้งเสิ่นอี้ให้รับรู้ทันที


    “ตรงนี้แหละปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดแล้ว ขอให้เจ้าโชคดีเพื่อนยากพวกเราจะมีโอกาสได้พบกันอีกไหม” พรอคที่เจ็ดสอบถามเสิ่นอี้ด้วยความอยากรู้


    “หากว่ามีโอกาสนะแต่ฉันบอกไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง” เสิ่นอี้ตอบกลับตามจริง


    เขาสบตากับพรอคที่เจ็ดเป็นการกล่าวลาอีกครั้งก่อนที่ลำแสงสีขาวภายในห้องบัญชาการจะพาตัวเขาลงมาสู่พื้นดินด้านล่างยานรบ


    จากนั้นชายหนุ่มโบกมือนำอาวุธและยานรบทั้งหลายออกมากองไว้บนพื้นเขาโบกมือลาพรอคที่เจ็ดที่ยืนมองจากหน้าต่างห้องบัญชาการหลัก พร้อมด้วยเสียงจากระบบโกลาหลนับถอยหลังลงทุกขณะ


    “กลับบ้านเรากันเถอะอินทรีดำ”เสิ่นอี้เอ่ยเสียงแผ่วเบากับสัตว์เลี้ยงผู้เป็นยิ่งกว่าเพื่อนสนิท


    ทันใดนั้นร่างของเสิ่นอี้และอินทรีดำพลันเลือนหายไปจากพื้นดินด้านล่างอย่างไร้ร่องรอยพรอคที่เจ็ดคุกเข่าแสดงความเคารพต่อเสิ่นอี้อย่างจริงใจ


    จากนั้นมันลุกขึ้นมายืนพร้อมชูกำปั้นเหนือหัวพลางสั่งการยานรบหลักให้ทำการกวาดล้างฐานลับพร้อมทหารและยานรบของศัตรูที่ยังคงบินมายิงเข้าใส่ยานรบจากทุกทิศทางด้วยความฮึกเหิมว่า


    “ถึงเวลาเอาคืนให้พรรคพวกพี่น้องและเผ่าของฉันแล้ว ฆ่ามัน! ยิงพวกมันให้หมด! เดี๋ยวนี้!”


    ยานรบหลักของดาวเจอรัลกลายเป็นอาวุธเข้าห้ำหั่นพวกเดียวกันในทันใดเนื่องจากผู้บัญชาการเป็นเผ่าพรอคซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของดาวเจที พลันเกิดความโกลาหลไปทั่วพื้นที่ฐานลับของดาวเจอรัลทันใด

    คล้ายกับเรื่องผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด ที่คุณอ่าน