ทุกคนในสหพันธ์ต่างหวาดเกรงพลังของชายหนุ่มที่แสดงออกมา เผ่าพันธุ์กูลูต้าขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทางร่างกายแต่ผู้นำเผ่าพันธุ์กลับไม่สามารถรับมือกับหมัดเพียงหมัดเดียวของโจได้
ตอนนี้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าชายหนุ่มแข็งแกร่งมากเพียงใด
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประกาศได้ดังขึ้นต่อเนื่องหลังจากผ่านไปเกือบสองอาทิตย์เสียงประกาศก็หายไป มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเพราะตอนนี้ระบบแลกเปลี่ยนได้ปรากฏเป็นครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
โจผู้ซึ่งกำลังนั่งคิดว่าควรจะเลือกอะไรดี? ควรจะเลือกยานพาหนะเพิ่มหรือเลือกอาวุธ? เขากำลังคิดอย่างถี่ถ้วน
“เลือกอาวุธก็แล้วกัน” ในที่สุดโจก็ตัดสินใจได้หลังจากคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน
เขาคิดว่าตอนนี้ยานพาหนะที่มีเพียงพอแล้ว หากคนของเขาติดอาวุธมันจะช่วยเพิ่มกำลังรบได้อย่างมหาศาล
หลังจากเลือกอาวุธ ใจกลางฐานทัพก็ปรากฏกล่องเหล็กขนาดใหญ่ มันสูงสามเมตรและกว้างสามเมตร การปรากฏตัวของมันดึงดูดความสนใจของทุกคนในฐาน
“มันคืออะไรเหรอครับหัวหน้า” ชายท่าทางกระตือรือร้นคนหนึ่งกล่าวถามหลังจากเห็นกล่องเหล็กที่ดูทันสมัย
“อาวุธน่ะ” โจตอบ จากนั้นเขาก็แตะไปที่ปุ่มเล็กๆบนกล่องเหล็ก ผนังกล่องด้านบนปลิวกระเด็นลอยออกไปจากนั้นผนังกล่องด้านข้างทั้งสี่ด้านค่อยๆกางออกเหมือนดอกบัว
ทุกคนจับจ้องไปที่สิ่งของรูปร่างแปลกๆกองสุมรวมกันตรงกลางกล่องเหล็ก พวกมันดูเหมือนอาวุธในยุคโบราณมีทั้งหน้าไม้และอาวุธจำพวกดาบและหอก ทว่าสิ่งที่ดูแตกต่างคือพวกมันมีลวดลายอักขระสีฟ้าทำให้มันดูขลังและไม่ธรรมดา
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้คืออาวุธประดิษฐ์ ในความจริงอาวุธประดิษฐ์มีค่าและหายากเพราะพวกมันต้องใช้แร่ไมนาลาสในการสร้างขึ้นมา นอกจากนี้ยังต้องปรับแต่งกลไกพลังงานให้อยู่ในรูปแบบแตกต่างกันไปในอาวุธแต่ละประเภทมันไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ และจะต้องสร้างด้วยมือเท่านั้นไม่สามารถใช้เครื่องมือสร้างมันขึ้นมาได้เนื่องจากตลอดทั้งวิธีการสร้างจะต้องใช้พลังงานในตัวบุคคลเพื่อปรับแต่งตลอดทั้งกระบวนการ
แต่ที่นี่ในโลกเสมือนการที่มีอาวุธประดิษฐ์มากมายกองกันเป็นภูเขาจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ
“เลือกตามความถนัดของตัวเอง” โจหันไปกล่าวกับทุกคน
ทุกคนพากันตื่นเต้นรีบเข้าไปหยิบอาวุธเหล่านั้น ถึงแม้จะไม่ใช่ของจริงแต่พวกเขาไม่เคยได้จับต้องอาวุธประดิษฐ์จริงๆเลยสักครั้งจึงทำให้พวกเขาตื่นเต้นกันจนลืมตัว
อาวุธประดิษฐ์ต่างจากอาวุธพลังงาน อาวุธประดิษฐ์แข็งแกร่งกว่าอาวุธพลังงานเพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานควบแน่นไว้ตลอดเวลาต่างจากอาวุธประดิษฐ์ที่เพียงถ่ายเทพลังงานเล็กน้อยก็สามารถระเบิดพลังโจมตีที่รุนแรงได้ ยิ่งอาวุธประดิษฐ์ระดับสูงมากเท่าใดก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น
เมื่อก่อนโจเองก็เคยมีอาวุธประดิษฐ์ที่เป็นดาบเช่นกันแต่มันถูกทำลายไปแล้วด้วยฝีมือของหัวหน้าหน่วยจากเผ่าพันธุ์ไฮแอนตินอส
โจยังจำครั้งนั้นได้ดีว่าตัวเองอ่อนแอมากเพียงใดแม้ว่าตอนนี้เขาจะทะลุขีดจำกัดไปแล้วแต่หากเขาไปกาแลคซี่ที่มีระดับสูงกว่าเขาก็จะเป็นเพียงผู้อ่อนแอที่พบเห็นได้ทั่วไป
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้โจก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เขากังวลว่าพวกเผ่าพันธุ์ระดับไฮจะมาปรากฏตัวที่กาแลคซี่ทางช้างเผือกอีกครั้ง
เขาตัดสินใจที่จะเอาชนะพวกสเปคให้ได้เร็วๆ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกำจัดพวกสเปคให้หมดไปจากกาแลคซี่
“หัวหน้าคะ พวกเราเลือกอาวุธเสร็จแล้วค่ะ” เสียงของมายด์ดังขึ้นดึงสติของโจกลับมา
“พวกคุณพักผ่อนกันไปก่อนเดี๋ยวจะต้องเดินทางไกลอีก” โจกล่าวกับทุกคน หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ตอนนี้อยู่ในช่วงสุดท้ายของสงครามเสมือนแล้ว ตามการณ์ที่เขาคาดเอาไว้คงจะเหลือเผ่าพันธุ์ไม่เกิน 12 เผ่าพันธุ์ เพราะสงครามเสมือนครั้งก่อนก็เป็นเช่นนี้
ดาวทรัพยากรมีทั้งหมด 10 ดวง และแต่ละดวงก็มีขนาดไม่เท่ากันแถมจำนวนทรัพยากรบนดาวก็มีมากมีน้อยอีกด้วย
ช่วงสุดท้ายของสงครามจะนับแต้มเมื่อเอาชนะอีกฝ่ายได้ โดยสุดท้ายเผ่าพันธุ์ไหนที่มีคะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ดังนั้นหากใครเคลื่อนไหวก่อนก็ได้เปรียบ แต่ก็อาจเสียเปรียบเช่นกัน
……
ช่วงสุดท้ายของสงครามเสมือนมีคนมากมายกำลังเฝ้าดูอยู่ พวกเขาต่างพูดคุยกันและวิเคราะห์ถึงเผ่าพันธุ์ที่เหลือในโลกเสมือนถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของแต่ละเผ่าพันธุ์
“เหลือเผ่าพันธุ์ 10 เผ่าพันธุ์ในโลกเสมือนต่อให้เป็นลำดับสุดท้ายก็ยังได้รับดาวทรัพยากร” ใครบางคนกล่าวขึ้นมาด้วยความอิจฉา เผ่าพันธุ์ของเขาพ่ายแพ้ไปตั้งแต่รอบแรก
“แน่นอน เผ่าพันธุ์ที่เหลือพวกนั้นคงกำลังยิ้มกริ่มกันอยู่ล่ะมั้ง” อีกคนกล่าวขึ้น
ผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์ต่างๆที่เผ่าพันธุ์ตัวเองเป็นหนึ่งในสิบกำลังมีความสุขและหัวเราะพูดคุยอวดโอ่กับคนอื่นๆโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะกระโดดเข้ามาฉีกปากของตนหรือไม่
“ฮ่าๆ หลังจากจบสงครามเสมือน ข้าในฐานะผู้อาวุโสแห่งมิลนัยขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ดาวของพวกเรา”
“เผ่าพันธุ์ของผมเองก็ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานเลี้ยง…”
เผ่าพันธุ์ที่พ่ายแพ้ได้แต่กัดฟันด้วยความโมโหและอดใจไม่ให้กระโดดเตะเรียงตัวพวกที่กำลังเชิญคนอื่นเข้าร่วมงานเลี้ยง
สงครามเสมือนยังไม่ทันจบก็คิดจะจัดงานกันแล้ว ไม่ทำให้คนอื่นโมโหก็บ้าแล้ว
“ดูนั่นพวกมนุษย์เคลื่อนไหวแล้ว!!” เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นดึงความสนใจของทุกคนไปที่จอโฮโลแกรม พวกเขาเห็นมนุษย์กำลังออกเดินทาง
“พวกมนุษย์ทิ้งฐาน?” ใครบางคนกล่าวขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่ามนุษย์กำลังออกเดินทางโดยไม่ทิ้งใครไว้ที่ฐานแม้แต่คนเดียว
“คงตัดสินใจต่อสู้โดยไม่ถอยกลับ”
“อืม…มันก็ดีเพราะจะมีกำลังรบแข็งแกร่งแต่ถ้าแพ้ก็จะไม่เหลือใครอีก”
หากโจทิ้งคนไว้ที่ฐานและเมื่อคนที่บุกถูกฆ่าหมดก็ยังมีคนเหลืออยู่ อย่างน้อยอาจโชคดีที่เผ่าพันธุ์อื่นต่อสู้กันเองจนย่อยยับพวกเขาก็จะได้มีอันดับสูงโดยไม่ต้องทำอะไร