เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 72 ดินแดนใต้พิภพ

    “ เราขอขอบคุณท่านหมอเทียน ที่ได้ช่วยพวกเราชาวเมืองโลเนีย ให้ปลอดภัยจากเคราะห์ภัยในครั้งนี้ “ ราชินีทำท่าเคารพ เทียนต้องรีบห้าม

    “ อย่าได้คิดอะไรเช่นนั้น ข้าเป็นหมอ เรื่องช่วยชีวิตคนเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างท่านแม่ของท่านก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับข้า ยังไรก็ต้องช่วยอยู่แล้ว”  

    “ ท่านแม่ของเรา มิใช่ชาวมนุษย์แบบท่าน ท่านแม่เป็นชาวดินแดนใต้พิภพ " ราชินีเอ่ยเสียงเรียบ

    “ ฮ้า ดินแดนใต้พิภพ” เทียนตกใจ

    “ ใช่แล้ว ครั้งนั้นท่านแม่หนีภัยสงคราม มาจากดินแดนใต้พิภพ แล้วเข้ามาในดินแดนลับแลแห่งนี้ ถึงได้พบเจอกับท่านพ่อ” ราชินีกล่าว

    “ หรือว่าที่นี่มีประตูเชื่อมไปที่ดินแดนใต้พิภพ” เทียนถามตรงตรง

    “ เราไม่ทราบ ท่านแม่ไม่ยอมบอก เพราะที่นั่นอันตรายสำหรับ เรา ท่านไม่ยอมให้เราไป” ราชินีกล่าว

    “ แล้วท่านรู้เรื่องดินแดนใต้พิภพ บ้างหรือไม่ " เทียนถาม

    “ เรารู้ไม่มากหรอก ท่านแม่เคยบอกแค่ว่า ดินแดนที่ท่านแม่เคยอยู่นั้น ผู้คนต่างอยู่กันอย่างสงบสุข ไม่คิดร้ายกัน ช่วยเหลือกัน ไม่หลอกลวงกัน มีแต่ความจริงใจ แต่ละวัน ผู้คนได้แต่ฝึกตน ทำสมาธิ ฝึกจิต 

    แต่มาวันหนึ่ง มีสงครามเกิดขึ้นจากผู้เข้มแข็งจากแดนไกล ได้ทำลายประชาชน บ้านเรือน ผู้คนต่างสูญเสียญาติ พี่น้อง มากมาย ท่านแม่ ถูกท่าน ตา และท่านยาย ใช้พลังส่งมาที่แห่งนี้ ที่เรารู้ ก็มีเท่านี้ “ ราชินีบรรยายให้ฟังอย่างละเอียด

    “ ต่อไปนี้ข้าจะทำประตูมิติ เข้าและออกให้พวกท่านใหม่ ทางเข้าและออกที่พวกภายนอกเข้าออกเป็นว่าเล่นนั้น ข้าจะยกเลิก แล้วจะทำกุญแจให้เฉพาะท่านเท่านั้น ส่วนของเมืองหิรัญนคร ข้าจะปิดตาย ห้ามเข้าและออกจาก มิติแห่งนี้

    ต่อไป ก็มีเพียงราชินี เท่านั้นที่จะให้ใคร เข้า หรือออกที่แห่งนี้ “ เทียนอาสาจะทำให้เพื่อความสงบสุข

    “ ท่านทำได้ด้วยหรือ "  ราชินีตกใจ ไม่คิดว่าเทียนจะทำได้

    “ อย่าว่าแต่แค่ประตูเลย ข้าจะวางค่ายกลอาวุธไว้ด้วย ถ้ามีใครนำอาวุธอันตราย

    เข้ามาในดินแดนแห่งนี้ ไม่ว่าเป็นใคร ข้าจะสร้างให้ฟ้าผ่ามันผู้นั้นให้ตายสิ้น” เทียนคุยทับไปอีกที

    ราชินีได้ฟังก็ตะลึงหนักเข้าไปอีก ยิ่งคิดไปถึงเทพวายุภักษ์ ที่ท่านบรรพบุรุษ เคยว่าไว้ว่า หมอเทียนต้องเป็น เทพวายุภักษ์ แปลงร่างมาแน่เลย

    “ ต้องขอขอบคุณท่านเทพวายุภักษ์ ที่ช่วยเหลือ” ราชินีลุกขึ้นทำความเคารพ

    เทียนส่ายหน้า แล้วรีบบอก

    “ ราชินีไม่ต้องคิดมาก ขอเวลาข้าทำประตูทางเข้าและออกให้ท่านใหม่ เสร็จแล้วข้าจะวางค่ายกลไปพร้อมทีเดียวเลย “ เทียนพูดเสร็จ ก็รีบไปทำประตูทางเข้า และออก และวางค่ายกลสายฟ้า ไม่นานก็เสร็จ จึงได้บอกลา องค์ราชินี

    “ ท่านเทพวายุภักษ์ ท่านต้องการทองคำในเหมืองของเราหรือไม่ พวกเราพร้อมจะยกให้ท่านทั้งหมด” องค์ราชินีถาม

    “ ข้าไม่ต้องการ พวกท่านเก็บไว้เถอะ ไว้ข้ามีเวลามาแถวนี้ แล้วข้าจะมาเยิ่ยมพวกท่าน “ เทียนกล่าวจบก็เดินจากไป

    “ ถ้าเป็นปุถุชน ทั่วไปพอพูดถึงทองคำ ทุกคนจะต้องอยากได้ แต่ท่านเทพไม่สนใจเลยแม้ซักนิดเดียว แล้วไม่เรียกร้องอะไรเลย ท่านเป็นท่านเทพวายุจริงๆด้วย” ราชินีพูดกับตัวเองเบาเบา

    เทียนเดินออกมาจากมิติ แห่งนี้ ออกมาก็เจอผู้พันธานี รออยู่ไม่ยอมไปไหน

    “ หมอเทียน ออกมาแล้ว” ผู้พันธานีรีบเข้ามาทัก

    “ ผู้พันธานี นี่ยังรอผมอยู่อีกหรือ” เทียนทักไป

    “ ต้องรออยู่แล้ว ข้างในนี้มหัศจรรย์มาก ผมต้องเขียนรายงาน เลยอยากจะถามหมอเทียน สอบถามพวกที่ออกมา บอกแต่เพียงว่า ต้องให้หมอเทียนเป็นคนพูดดีกว่า” ผู้พันธานี ถามด้วยความอยากรู้

    “ ผู้พัน รู้จัก ผู้พันเฟียต ไหม” เทียนถาม

    “ พวกทหารรับจ้าง เขามาเกี่ยวข้องด้วยหรือ” ผู้พันธานีตกใจ

    “ ข้างในนั้นเป็นมิติ ที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่างพวกเราจะเข้าไปได้ โดยเฉพาะตอนนี้

    มิติด้านในล้วนถูกปิดตายแล้ว เหตุเพราะมีพวกทหารรับจ้าง เข้าไปร่วมก่อสงครามภายในของพวกเขา ทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ตอนนี้พวกเขาได้บทเรียนแล้ว ต่อไปคงไม่กล้าอีก ส่วน 5 คนนั่นไม่รู้เรื่องอะไร เพียงแต่ตามพวกทหารรับจ้างเข้าไปเท่านั้น ผู้พันเขียนรายงานเท่านี้ก็พอ” เทียนสรุปให้

    “ แล้วข้างในที่ว่ามีแต่ผู้หญิงนั่นจริงหรือไม่” ผู้พันยังถามต่ออีก

    “ ไม่หรอกก็มีทั้งหญิงและชายเหมือนกับบ้านเรานี่แหละ” เทียนพูดยิ้มยิ้มเห็นผู้พันอยากรู้จริงๆ

    เทียนกลับถึงบ้านได้ไม่นาน ก็มีสัญญานเสียง เข้ามาในหัวของเทียน เป็นเสียงของเจ้าสำนักเทพโอสถ ให้เทียนรีบกลับสำนัก มีเรื่องด่วน

    เทียนเลยต้องลาแม่กับน้อง แล้วใช้หยกเคลื่อนย้ายกลับสำนักไปทันที

    “ ศิษย์น้องเล็ก มาเลยตอนนี้มีคนจากแดนเทพ มาตามหาเจ้าหลายคน ไม่รู้เรื่องอะไร กำลังคุยกับท่านอาจารย์อยู่ เจ้ารีบไปเลย” ศิษย์พี่ห้าบอกอย่างเร็วเทียนพยักหน้า แล้วเดินตาม

    “ ท่านอาจารย์” เทียนคำนับท่านเทพโอสถ

    “ อาเทียน คำนับ ท่านผู้บังคับบัญชาป้องกัน จากวังหลวง ท่านซันเทีย และผู้ช่วยทั้ง4”

    อาจารย์เทพโอสถกล่าว

    “ ท่านซันเทีย “ เทียนคำนับทุกคนทันที

    “ ท่านหมอเทียน ที่พวกเรามาวันนี้ อยากเชิญหมอเทียนเข้าไปที่วังหลวงพร้อมกับเรา เพื่อช่วยเรื่องปราบปีศาจ” ท่านผบ. ซันเทีย ยังกล่าวต่ออีก

    “ ท่านคงจะสงสัย ว่าทำไมต้องมาหาท่านถึงที่นี่ เพราะว่าพวกเราสามารถฆ่าพวกมันได้แล้ว แต่พวกมันกลับฟื้นกลับขึ้นมาอีก

    พวกเราพยายามยังไงมันก็ไม่ตาย กลายเป็นกลุ่มควันหนีไป ซึ่งเราทราบข่าว ท่านหมอเทียน ได้ใช้มุกปราบวิญญาน แล้วสังหารปีศาสจเหล่านี้ไปแล้ว 4 ตนพวกเราถึงได้มารบกวนท่าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านถึงที่นี่ “ ผบ.ซันเทียกล่าวด้วยความหดหู่ เทียนมองไปที่ท่านอาจารย์ เห็น อาจารย์ พยักหน้า

    “ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” เทียนถาม

    “ ครั้งล่าสุด เราได้ร่วมมือกันกำจัดปีศาจตนหนึ่ง เป็นปีศาจค้างคาวดูดเลือด

    มันเข่นฆ่าคนไปแล้ว กว่าพันคน สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เราร่วมมือกันนับร้อย

    แต่ก็สกัดมันไม่อยู่มันหลบหนีไปจนได้ แล้วตอนนี้พวกเราใช้เครื่องมือตามหา

    แต่พวกมันก็หลบไปก่อนได้ทุกครั้ง นี่คือตัวแรกที่เราพบ” ผบ.ซันเทียนกล่าวต่ออีก

    “ แล้วยังมีอีกหลายตัว แต่ก็ไม่สามารถจับได้เช่นกัน” ผบ.ซันเทียมองหน้าไปที่เทียนเหมือนขอความเห็นใจ

    “ อาเทียนเจ้าไปกับท่านผบ.ซันเทียเถอะ เจ้ามีไข่มุกปราบวิญญาน ปีศาจล้วนเกรงกลัว ดังนั้นเจ้าของมุกวิญญานเท่านั้น ถึงจะใช้พลังของไข่มุกปราบวิญญานนี้ได้

    พอเสร็จเรื่องนี้เจ้าค่อยกลับมาเรียนที่สำนักจิตวิญญานต่อ “ อาจารย์กล่าว

    “ ครับ ท่านอาจารย์” เทียนทำตามที่อาจารย์บอกทันที

    “ ขอบคุณท่านเทพโอสถ” ท่านผบ. ซันเทียหันคำนับท่านเทพโอสถ

    เทียนจึงเดินทางไปกับ ท่านผบ.ซันเทีย เพื่อไปแดนเทพอีกครั้ง

    ระหว่างเดินทางเทียนถามรายละเอียดเกี่ยวกับพวกปีศาจ

    “ ท่านหมอเทียน ตอนนี้เราได้รับรายงานมาว่า ทางใต้ของเมืองหลวง มีศพคนตายโดนดูดเลือดไปอีก 20 คน พวกเราไปดูที่เกิดเหตุก่อน แล้วค่อยตามหามัน”

    ท่านผบ. อธิบายแจ้งให้เทียนเตรียมตัว

    ระหว่างทางเทียนใช้จิตสัมผัสไปที่ไข่มุก เพื่อดูความเกี่ยวข้องของปีศาจอัคคี ปีศาจกระทิงไฟ และปีศาจค้างคาวดูดเลือด

    ที่เกิดเหตุ ที่แห่งนี้เป็นโรงเรียนผู้ถูกฆ่าล้วนเป็นนักศึกษาทั้งชายและหญิงที่ประชุมกันทำงานโรงเรียนเลยกลับบ้านดึก ร่างศพทุกคน ถูกดูดเลือดจนแห้งเหลือแต่เนื้อหุ้มกระดูก

    ท่านผบ. หยิบ เข็มทิศอันใหญ่ออกมา แล้วถ่ายจิตวิญญานเข้าไป แล้วปล่อยให้วนไปวนมาที่บริเวณศพ ไม่นานมันก็ส่องเป็นแสงสีแดง พุ่งออกไปทางทิศเหนือ

    “ ตง ฟาง หนัน เป่ย เจ้าทั้งสี่รีบตามลำแสงไป “ ผบ. รีบสั่งมือปราบทั้งสี่ทันที

    “ ท่านหมอเทียน ไปกันเถอะ “ ผบ.ซันเทีย บอกเทียนให้รีบตามไป

    ทั้งหมดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตามเส้นสีแดงไป ไม่นานก็มาถึงบริเวณ บ้านใหญ่หลังหนึ่ง สี่มือปราบ ดันประตูเข้าไป แล้วรีบตรวจค้นภายในตัวบ้าน

    เทียนรีบส่งจิตไปตรวจสอบตัวบ้าน ไม่พบปีศาจ มีเสียงทั้งสี่ตะโกนออกมา

    “ ไม่พบ” ผบ. ซันเทียน ยืนนิ่ง

    “ เข็มทิศจับปีศาจ ไม่เคยพลาด ลองหากลไกอาจอยู่ชั้นใต้ดิน” ผบ.ซันเทียสั่งอีกรอบ

    ตอนนี้ท้องฟ้ายังมืดมิด อีก 3 ชั่วโมงถึงจะสว่าง บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ

    สายลมพัดความหนาวเย็น มาปะทะที่ร่างของเทียน ทำให้เทียนรู้สึกว่ามีกลิ่นอายของปีศาจระดับเทพขั้นสูง กำลังอยู่ในบริเวณนี้ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากบอก

    “ ท่านหมอเทียน ปีศาจตัวนี้ผ่านการฝึกตนไปที่ เทพขึ้นสูงได้แล้ว ระวังตัวด้วย”

    ผบ. ซันเทียแจ้งเทียนให้ระวัง แสดงว่าผบ. ต้องมีพลังขั้นเทพระดับสูงเหมือนกันหรือนี่ ถึงได้สัมผัสพลังนี้ได้ เทียนคิดได้ก็ตะลึง แต่ก็ดีใจขึ้นมาเยอะ จะได้ไม่ต้องกลัวปีศาจตนนี้มากนัก

    ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิด ตูม บ้านพักหลังใหญ่เกิดระเบิด มือปราบทั้ง 4 กระเด็นตัวลอยออกมา มีตัวประหลาดค่อยๆ โผล่ขึ้นจากพื้นดิน ร่างใหญ่โตกว่ามนุษย์ 3 เท่า มีหัวคล้ายหนู แต่ลำตัวคล้ายคน ปีกเหมือนค้างคาว ตัวดำไปหมดทั้งร่าง พออ้าปากมีเขี้ยวใหญ่

    ส่งเสียงร้อง วี๊ดดดด ค้างคาวนับหมื่นตัวบินมาทั้งฝูงแล้วพุ่งเข้าโจมตีเทียน กับ ผบ. และมือปราบทั้ง 4 ที่กำลังนอนเจ็บกันอยู่...