บทที่ 52 มังกรทองตัวน้อยชอบแย่งเงินกงเต๊ก
เจ้าก้อนแป้งใช้เวลาทั้งวันอยู่ข้างนอก จนใกล้เวลาเข้านอนแล้วจึงไปพบฉีสือเยี่ยน
แม้ว่าหมอฟางจะดูมีสีหน้าสงบ แต่เขาก็โทษเด็กน้อยที่ทำให้ฝ่าบาทน้อยของเขานอนเป็นตายมิอาจรู้ได้
แต่เขาก็ยังรู้สึกโล่งใจ ด้วยเพราะแบบนี้ ตนเองจึงได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนฝ่าบาทบ้าง
ในสภาพจิตใจที่ขัดแย้งกันนี้ หมอฟางครุ่นคิดอย่างระมัดระวัง
เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยไหนเลยจะรู้ว่าชายชราผู้นี้กำลังคิดอะไร นางคว้ามือของฉีสือเยี่ยนขึ้นมาแล้วยิ้มให้ “พรุ่งนี้พี่เยี่ยนก็ตื่นแย้ว”
หมอฟางดีใจมากในตอนแรก ชายชราทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย พลางสูดจมูกรับคำ
หน่วนเป่าแน่ใจว่าฉีสือเยี่ยนจะไม่เป็นอะไร นางมีความสุขมากเดินกระโดดกระย่องกระแย่งออกไป ทิ้งหมอฟางไว้ในห้องเพียงลำพัง
ตกกลางคืน เงาร่างผอมแห้งก็ปีนข้ามกำแพงบ้านสกุลเซียวหลังเก่าอีกครั้ง
เจ้าก้อนแป้งเตะหมาป่าขาว “น่ารำคาญจริง จะไม่หยุดเลยสินะ เจ้าไปกัดนางสักทีสิ”
ต้าไป๋อยากคุกเข่าให้นางจริง ๆ นางเป็นเทพก็พูดได้สิ ไม่ใช่หมาป่าสักหน่อย
หมาป่าขาวตอนนี้เป็นผู้ติดตามเทพแล้ว ไม่อาจฆ่าสัตว์ตามอำเภอใจได้อีกต่อไป
เจ้าก้อนแป้งขัดใจนัก จึงปัดป่ายแขนขา พลิกตัวกลับไปมาไม่หยุดราวกับแผ่นแป้งปิ้ง
เสี่ยวลิ่วซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เกือบจะถูกปลุกโดยเสียงพี่สาวของเขา
หมาป่าพาดหางทับตัวของเสี่ยวลิ่ว แล้วขยับตบลงบนอกเล็กเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอกล่อมเด็กชายให้หลับใหลไปอีกครั้ง
“เสี่ยวเหยาซื่อช่างไร้ความสามารถเสียจริง ครอบครัวตนเองกำลังจะแตกแยกอยู่แล้ว กลางดึกแล้วก็ยังจะมาเดินสำรวจ โง่จริง ๆ” หน่วนเป่าพึมพำแล้วกลายร่างเป็นมังกรทองบินออกไป
ผู้หญิงคนนั้นมองดูทุกครัวเรือน แต่ชัดเจนว่าบ้านที่นางอยากเข้าไปมากที่สุดก็คือบ้านของเซียวหย่งฝู
ที่น่าแปลกก็คือไม่ว่านางจะเดินไปที่ไหน นางก็จะเดินอ้อมกลับไปที่บ้านสกุลเซียวหลังเก่าเสมอ
เมื่อคืนก็เป็นเช่นนี้ นางรู้สึกว่าตนเองไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง คืนนี้นางจึงตัดสินใจมาเดินอีกรอบ
ใครจะคาดคิดว่าคืนนี้ก็เป็นเช่นเดิม ราวกับว่าถูกผีบังตาอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
นางปีนข้ามกำแพงกลับบ้านเก่าสกุลเซียวอย่างรวดเร็ว และรีบวิ่งเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
นางคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะปลอดภัย แต่ไหนเลยจะรู้ว่าเหนือผ้าม่านของเตียง จะมีผีผู้เฒ่าที่ครั้งก่อนถูกหน่วนเป่าไปชิงตัวมาจากศาลบรรพบุรุษ ยังมีปู่เจ้าที่ และมังกรทองตัวน้อยเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่
“ลงไพ่ ลงไพ่ อย่าโกง”
“เฮ้ ๆ อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ”
“ข้ายังไม่ทันได้คิดให้ดีเลย ขอคิดก่อน”
“เจ้าผู้เฒ่าหก*[1]คนนี้นี่!”
เป็นคืนที่คึกคักมาก ถ้าจะพูดให้ถูกผู้หญิงคนนี้ก็มีความสุขเช่นกัน ถึงอย่างไรเหนือหัวของนางไปถ้าไม่ใช่เทพก็เป็นเซียนทั้งนั้น
กว่าวงไพ่จะสิ้นสุด ก็เป็นเวลารุ่งสางแล้ว
ปู่เจ้าที่ใช้ไม้เท้ายันตัวขึ้น แล้วหายตัวไปทันที
ผีผู้เฒ่าบรรพบุรุษกลับไปคุ้มครองศาลบรรพบุรุษ ร่างโปร่งแสงสั่นไปทั้งตัว ปากของเขาพึมพำ “ครั้งหน้าไม่เล่นกับนางแล้ว เล่นแล้วข้าเหมือนถูกปล้น แค่นี้ข้าก็หมดตัวแล้ว ทำไมนางถึงชอบเงินกงเต๊กนัก”
บรรพบุรุษอีกคนตบไหล่เขาปุ ๆ ขอแสดงความเสียใจด้วย!
ไม่รู้ว่าหลี่เจิ้งตื่นแล้วหรือยัง ข้าอยากจะไปเข้าฝันเขาให้เผาเงินให้จะทันหรือไม่?
หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งเล่นมาทั้งคืนนางก็กลับบ้านอย่างอารมณ์ดี โดยถือเงินกงเต๊กหลากสีไว้ในกรงเล็บมังกร
โชคดีที่นางเก็บของทุกอย่างไว้ในในมิติเทพมังกร ไม่เช่นนั้นถ้าท่านแม่มาเห็นของพวกนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก
อู้หวยที่กำลังฝึกตนอยู่ จู่ ๆ ก็มีเงินกงเต๊กมากมายร่วงลงมา หลังจากที่มันลืมตาขึ้น มันก็ตกอยู่ในอาการมึนงง
เทพมังกรน้อยไม่ต้องการมันแล้วหรือ ต้องการให้มันไปตามทางของมันหรืออย่างไร?
ถึงได้ส่งเงินมาให้เช่นนี้!
.......
วันนี้หลินซื่อรู้สึกว่าหน่วนเป่าดูขี้เกียจ เหมือนคนที่เดินทางไกลหลายพันลี้ และสัปหงกอยู่บ่อยครั้ง
“หน่วนเป่า เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือ” หลินซื่อมองไปที่ต้าไป๋และเสี่ยวลิ่วอย่างสงสัย นางสงสัยว่าสองตัวนี้ส่งผลต่อการนอนหลับของหน่วนเป่าหรือไม่
หน่วนเป่าที่นั่งสัปหงกจนตัวโยก ถูกมารดาเรียกจนสะดุ้งตื่น เจ้าตัวน้อยปีนเข้าไปในอ้อมแขนของหลินซื่อและหาท่าที่สบายที่สุด “หน่วนเป่าเฝ้าประตูมา ป้องกันขโมย”
หลินซื่อรู้สึกปวดใจที่ได้ยินเช่นนี้ “เฝ้าประตู? ไม่ใช่ว่าเป็นหน้าที่ของต้าไป๋หรือ เจ้ายังเล็กนัก ถ้าหากกลางคืนไม่ยอมนอนเจ้าจะไม่สูงเอานะ”
ทันทีที่เจ้าก้อนแป้งได้ยินคำว่าไม่สูง นางก็เบิกตาโพลง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง “ไม่สูง! เท่ากับว่าตัวเท่าตอไม้หรือ!”
เมื่อหลินซื่อเห็นว่าลูกสาวกังวล นางจึงตามน้ำไป “ใช่แล้ว ลูกอยากสูงเท่าตอไม้หรือ”
เจ้าก้อนแป้งส่ายหัวจนผมสะบัด แน่นอนว่าไม่อยาก!
ทั้งหมดเป็นความผิดของหญิงคนนั้น คืนนี้จะคลุมหัวทุบตีสักหน่อยแล้ว!
เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฉีสือเยี่ยนน่าจะได้เวลาตื่นแล้ว เจ้าก้อนแป้งก็กระโดดขึ้น “พี่เยี่ยนคงจะตื่นแล้ว ข้าไปปลุกเขาดีกว่า”
หมอฟางที่ร้อนใจกับการรอคอยอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว รีบเดินตามไป ชายชราคิดว่าถ้าฝ่าบาทน้อยไม่ยอมตื่น เขาจะใช้เข็มช่วยสักหน่อย
เจ้าก้อนแป้งกระโดดเข้าไปจับมือฉีสือเยี่ยน เขย่าสองสามครั้ง “พี่เยี่ยน ตื่นได้แล้ว กินข้าวเย็นกัน”
หมอฟางเตรียมที่จะหัวเราะเยาะนาง ทว่าฉีสือเยี่ยนกลับค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เด็กชายดูสับสนมึนงง ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนหรือว่าเวลาใดแล้ว
“พี่เยี่ยน ท่านหลับไปสามวันแล้ว รีบตื่นเร็ว”
หน่วนเป่าเข้ามาหาฉีสือเยี่ยนด้านข้างและพูดจาเจื้อยแจ้ว
“หน่วนเป่า” ฉีสือเยี่ยนหลับไปสามวันเต็ม ทำให้เสียงของเขาแหบแห้ง เจ้าก้อนแป้งหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ใช่แล้ว หน่วนเป่าเอง”
“พี่เยี่ยนเพิ่งตื่น ต้องหิวแน่เลย”
หน่วนเป่าฮัมเพลงในลำคอแล้ววิ่งออกไป “ข้าจะบอกให้หานเหนียงเตรียมอาหารให้นะ”
ทันทีที่หมอฟางเห็นฉีสือเยี่ยนลืมตา หัวใจของเขาก็กลับคืนสู่ความสงบทันที
เมื่อเห็นเด็กน้อยออกไปแล้ว ชายชราก็รีบกล่าวทำความเคารพ “ฝ่าบาท!”
ฉีสือเยี่ยนเหลือบมองหมอฟางและพูดเสียงเบา “ท่านหมอฟาง ลุกขึ้นเถอะ”
หมอฟางเห็นนายของตนขมวดคิ้ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ซึ่งแตกต่างจากคำพูดคำจาเมื่อสองวันก่อนโดยสิ้นเชิง
ฉีสือเยี่ยนรู้สึกงุนงงเล็กน้อยในตอนนี้ เพราะมีความทรงจำอันไร้ที่มาสองสายที่ทำให้เขาสับสน
อย่างแรก คือตัวเขาถูกวางยาพิษ แม้ว่าหมอฟางจะช่วยชีวิตไว้ได้ในที่สุด แต่แขนขาของเขาก็อ่อนแรงจนกลายเป็นคนไร้ค่า
อย่างสอง คือเขาสังหารศัตรู แต่ลูกของศัตรูผู้นั้นก็ได้สืบทอดบัลลังก์ และแม้กระทั่งเขาได้พบรักกับเทพธิดาองค์หนึ่ง เป็นเรื่องราวดี ๆ ที่น่าจดจำ
เมื่อเด็กชายตื่นขึ้นมา เขาพลันรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแตกต่างไปจากเมื่อก่อน
“ยาพิษในตัวข้า ถอนออกไปหมดแล้ว?” แม้จะตั้งคำถาม แต่ก็เป็นเรื่องจริง
หมอฟางคำนับ “ทูลฝ่าบาท เด็กน้อยคนนั้นป้อนผลไม้เพื่อถอนพิษให้ท่าน ท่านกินไปแล้วหมดสติไปสามวันพ่ะย่ะค่ะ”
ชายชรามองไปยังฉีสือเยี่ยนและรวบรวมความกล้าที่จะพูด “ฝ่าบาทโปรดถนอมพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะ ภายหน้าอย่าได้กินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก...”
ก่อนที่หมอฟางจะพูดจบ เขาก็ถูกฉีสือเยี่ยนยกมือขึ้นขัดจังหวะ “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าต้องปฏิบัติต่อหน่วนเป่าเหมือนปฏิบัติต่อข้า”
ท่านหมอฟางคุกเข่าลงทันที แม้ในใจจะไม่ยินยอม แต่สีหน้าของฝ่าบาททำให้ชายชราต้องปิดปากให้สนิท
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มคำนับลงพื้น “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
หานเหนียงมารอให้ฉีสือเยี่ยนตื่นขึ้นที่หน้าประตู และนางได้ยินบทสนทนาระหว่างด้านในชัดเจน
หลังจากที่ฉีสือเยี่ยนไปที่ห้องครัว หานเหนียงก็คว้าตัวท่านหมอฟางเอาไว้ “ท่านดื้อด้านนัก หน่วนเป่าไหนเลยจะไม่เห็นสายตาของท่าน กับแค่เด็กคนหนึ่งท่านจับผิดนางอยู่ได้”
หมอฟางไม่กล้าพูดอะไรในตอนนี้ เขาทำเพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่น
หานเหนียงตัดสินใจที่จะเตือนสติเขา “ท่านนี่ไม่รู้ถึงความวิเศษของเด็กผู้นั้นจริง ๆ ว่ากันว่าครอบครัวนี้เพิ่งแยกออกมาจากบ้านเก่าเมื่อปีก่อน พวกเขายากจนมากแม้แต่จะกินยังไม่มี”
“ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าพวกเขาโชคร้ายแค่ไหน แต่นับตั้งแต่ที่มีหน่วนเป่า พวกเขาก็สามารถจับหมูป่าตัวใหญ่กลับมาได้ด้วยซ้ำ”
หมอฟางมองด้วยแแววจาเย้ยหยัน “เจ้าเห็นกับตาหรือ?”
หานเหนียงยิ้มเย็น “หมูป่าข้าไม่เคยเห็นหรอก แต่เสือตัวใหญ่น่ะเคย อีกทั้งยังได้กินมันอีกด้วย”
หมอฟางตกตะลึง หานเหนียงกล่าวต่อ “ตอนนี้ลูกชายคนโตของพวกเขาเป็นถึงศิษย์สายตรงของอาจารย์ใหญ่เหยียน พี่รองดูเหมือนว่าท่านเองก็อยากจะรับศิษย์ด้วยไม่ใช่หรือ”
หลังจากพูดแบบนี้ ใบหน้าของหมอฟางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
[1] ผู้เฒ่าหก (老六) แปลว่าคนที่เล่นแล้วไม่สนใจเพื่อนร่วมทีมว่าจะเป็นหรือตาย
……………………………………………………………………………………………………………
พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.-
อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook