ระบบไลฟ์สยองขวัญ : ได้โปรดหยุดเล่าเรื่องผีเถอะ!

    บทที่ 33 เกาะโลงศพ

    บทที่ 33 เกาะโลงศพ

    ​

    ​ไม่นานนัก ร่างของซีซีก็ถูกพันธนาการด้วยเชือกเส้นหนา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่บนเรืออยู่แล้ว นอกจากนี้เธอยังสวมห่วงยางทับอีกชั้นเพื่อความปลอดภัย

    ​

    ​ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

    ​

    ​ซีซียังคงมีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ทะเลเบื้องหน้ามีคลื่นซัดสาดมาเป็นระลอก แม้พวกเธอจะมองไม่เห็นผีพรายน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ แต่บรรยากาศโดยรอบก็ชวนให้ขวัญผวา

    ​

    ​หลินเซียวจ้องมองเธอด้วยสายตาแน่วแน่ "ไม่ต้องกลัว"

    ​

    ​"อื้ม!" ซีซีพยักหน้ารับ

    ​

    ​เธอเดินตามหลินเซียวออกมาที่ดาดฟ้าเรือ โดยมีซูหว่านและแอนดี้เดินตามมาด้วย

    ​

    ​"ลงไปได้" หลินเซียวเอ่ยเสียงเรียบ

    ​

    ​ในมือของเขาคีบยันต์คาถาเหมันต์ทมิฬไว้มั่น พร้อมที่จะสะบัดออกไปได้ทุกเมื่อ

    ​

    ​"ค่ะ!" ซีซีขานรับ เธอค่อย ๆ นั่งลงบนขอบดาดฟ้า หย่อนเท้าทั้งสองข้างลงสัมผัสผิวน้ำอย่างระมัดระวัง

    ​

    ​แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหย่อนตัวลงน้ำด้วยตัวเอง เท้าทั้งสองข้างก็ถูกมือปริศนาคู่หนึ่งคว้าไว้แน่นและกระชากลงสู่ใต้น้ำทันที!

    ​

    ​ร่างกายของเธอกระแทกเข้ากับผิวน้ำในทะเลอย่างแรง น้ำเย็นเยือกพุ่งทะลักเข้าปากและจมูกจนเธอสำลักอย่างหนัก ซีซีใช้มือทั้งสองข้างตะเกียกตะกายตีน้ำอย่างสุดชีวิต พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออู้อี้ในลำคอ

    ​

    ​เมื่อเห็นดังนั้น หลินเซียวไม่รอช้า สะบัดยันต์คาถาเหมันต์ทมิฬในมือออกไปทันที

    ​

    ​ยันต์น้ำแข็งละลายกลายเป็นอาคมทันทีที่สัมผัสน้ำ ชั่วพริบตา รอบตัวซีซีก็ปรากฏชั้นน้ำแข็งบาง ๆ แผ่ขยายออกไปโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง ซีซีฉวยจังหวะนี้ตะเกียกตะกายเกาะขอบน้ำแข็งและโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

    ​

    ​ทว่า... ยังไม่ทันที่เธอจะได้พักหายใจ น้ำแข็งบาง ๆ นั้นก็พังทลายลงในพริบตา มือสีดำทะมึนจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำ...

    ​

    ​"นั่นมันอะไรกัน!" ซูหว่านร้องอุทานด้วยความสยดสยอง

    ​

    ​แอนดี้เบิกตากว้างจนแทบถลน "พระเจ้าช่วย!! ทำไมในน้ำถึงมีมือเยอะขนาดนั้นล่ะ!"

    ​

    ​หลินเซียวไม่มีเวลาสนใจเสียงร้องของพวกเธอ เขาควักยันต์คาถาเหมันต์ทมิฬออกมาอีกหลายใบแล้วสะบัดเข้าหาซีซีพร้อมกัน คราวนี้ชั้นน้ำแข็งบนผิวน้ำหนาตัวขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้การเคลื่อนไหวของมือผีเหล่านั้นชะงักงันไป

    ​

    ​เมื่อเห็นจังหวะที่เหมาะสม หลินเซียวก็ควักยันต์คาถาเมฆาอัคคีออกมา สะบัดเข้าใส่กลุ่มมือสีดำเหล่านั้นทันที

    ​

    ​เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นบนมือผีสีดำดุจเพลิงนรก ควันสีดำเริ่มแตกซ่านกระจายตัวออก ในท่ามกลางกลุ่มควันนั้น มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังแทรกออกมาเป็นระยะ

    ​

    ​ซูหว่านและแอนดี้รีบยกมืออุดหูด้วยสีหน้าเจ็บปวด ส่วนซีซีที่อยู่ในน้ำก็มีสภาพไม่ต่างกัน เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเธอ และแววตาดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

    ​

    ​มือสีดำค่อย ๆ มลายหายไป พลังของยันต์น้ำแข็งและยันต์เมฆาอัคคีที่ประสานกันสร้างสภาวะร้อนเย็นสุดขั้วจนวิญญาณร้ายไม่อาจต้านทานได้ หลินเซียวมองเห็นเงาร่างใต้พรายน้ำค่อย ๆ ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว

    ​

    ​ในที่สุด เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มจางหาย แสงแดดสาดส่องผ่านม่านเมฆลงมากระทบผิวน้ำอีกครั้ง อุณหภูมิรอบตัวเริ่มอุ่นขึ้น และหมอกหนาที่เคยปกคลุมก็อันตรธานไปสิ้น

    ​

    ​"มัวยืนบื้ออยู่ทำไม? รีบดึงซีซีขึ้นมาเร็ว" หลินเซียวตะโกนบอกซูหว่านและแอนดี้

    ​

    ​ทั้งสองคนได้สติรีบคว้าเชือกแล้วช่วยกันออกแรงดึงร่างของซีซีกลับขึ้นมาบนเรือ ซีซีขึ้นมานอนหอบหายใจรวยรินบนพื้นดาดฟ้า ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอปรากฏรอยมือสีดำคล้ำเด่นชัด ดูแล้วน่ากลัวมาก

    ​

    ​แอนดี้รีบถามด้วยความกังวล "หลินเซียว นี่มันคืออะไรคะ?"

    ​

    ​"ตราประทับที่ผีพรายทิ้งไว้" หลินเซียวตอบสั้น ๆ

    ​

    ​ซูหว่านตกใจ "งั้นก็แปลว่าเรื่องของซีซียังไม่จบงั้นเหรอ?"

    ​

    ​เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซีซีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด แม้จะลงไปในน้ำเพียงไม่กี่นาที แต่ความรู้สึกขาดอากาศหายใจและความตายที่จ่อคอหอยนั้นคือฝันร้ายที่เธอไม่อยากสัมผัสอีกเป็นครั้งที่สอง

    ​

    ​หลินเซียวเผยยิ้มบาง ๆ "จบแล้วล่ะ"

    ​

    ​"แล้วทำไมยังมีรอยมืออยู่อีกคะ?" ซีซีถามด้วยเสียงสั่นเครือและกระวนกระวาย

    ​

    ​หลินเซียวอธิบาย "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวสักพักมันก็จางไปเอง เมื่อกี้ผีพรายตั้งกี่ตัวรุมดึงคุณ จะมีรอยทิ้งไว้บ้างก็เรื่องปกติ"

    ​

    ​"แปลว่า... ฉันปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ?" ซีซีถามย้ำอย่างระมัดระวัง

    ​

    ​หลินเซียวพยักหน้า "ใช่ เป็นอย่างนั้นแหละ"

    ​

    ​"หลินเซียว ขอบคุณนะคะ!" ซีซีลุกขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งเข้ากอดหลินเซียวไว้แน่น

    ​

    ​เรื่องนี้ทำเอาหลินเซียวถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง การถูกหญิงสาวสวยโอบกอดอย่างกะทันหันแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเกร็งและทำตัวไม่ถูกไม่น้อย

    ​

    ​เรือเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ทุกคนกลับเข้าไปในห้องโดยสาร ยันต์น้ำแข็งและยันต์เมฆาอัคคีที่เตรียมไว้ถูกใช้ไปจนเกือบหมดในการจัดการผีพรายน้ำ หลินเซียวจึงต้องรีบเตรียมการเพิ่ม เพราะศึกหนักที่แท้จริงยังมาไม่ถึง

    ​

    ​เมื่อเห็นหลินเซียวตั้งใจวาดยันต์อย่างมีสมาธิ แอนดี้และซีซีก็ได้แต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าส่งเสียงรบกวน

    ​

    ​ขณะที่เรือใกล้จะถึงเกาะ จู่ ๆ โทรศัพท์ของหลินเซียวก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่เขาไม่คุ้นตา เขาเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย

    ​

    ​"สหายคนรู้ใจ นายอยู่ที่ไหนน่ะ" เสียงที่ดังมาจากปลายสายคือหลิวชิงเฟิง ตอนนี้เขาถือวิสาสะนับหลินเซียวเป็นเพื่อนสนิทไปเสียแล้ว

    ​

    ​หลินเซียวชะงักไป "มีธุระอะไร?"

    ​

    ​"มีสิ! ท่านผู้กำกับของฉันอยากพบนาย บอกว่าให้นายรีบไปที่โรงพักด่วนเลย!" หลิวชิงเฟิงบอกรวบรัด

    ​

    ​หลินเซียวตอบเรียบ ๆ "ไม่ไป ไม่ว่าง"

    ​

    ​"เฮ้ สหาย ใจคอเด็ดเดี่ยวจริง ๆ ฉันละนับถือนายจริง ๆ เลย เอาเป็นว่าถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร แค่บอกมาว่านายอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันไปหาเองก็ได้" หลิวชิงเฟิงว่า

    ​

    ​หลินเซียวตอบ "เกาะอู๋หุย นายมาสิ"

    ​

    ​"หา!" เสียงหลิวชิงเฟิงดังขึ้นจนเกือบเป็นตะโกน "เพื่อน นายจะไปไหนไม่ไป ทำไมต้องไปที่เกาะอู๋หุยด้วยล่ะ นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ เลยนะ!"

    ​

    ​"เอาเถอะ ถ้าไม่กล้ามาก็ช่างนาย ฉันมีธุระต้องทำต่อ" พูดจบ หลินเซียวก็ตัดสายทิ้งทันที

    ​

    ​เขาปิดเครื่องโทรศัพท์แล้วหันกลับมาตั้งสมาธิเขียนยันต์ต่อ

    ​

    ​'ยันต์มีเท่าไหร่ก็เหมือนจะไม่พอ'

    ​

    ​เดิมทีเขาคิดว่ายันต์หลายสิบใบจะเพียงพอ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองอ่อนหัดเกินไป ของแบบนี้มีเยอะไว้ก่อนย่อมดีกว่า

    ​

    ​เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที เกาะอู๋หุยก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในระยะประชิด หลินเซียวเตรียมยันต์ไว้ได้เกือบหนึ่งร้อยใบ การใช้สมาธิอย่างหนักทำให้เขาเริ่มอ่อนล้า บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเป็นชั้นบาง ๆ

    ​

    ​ซีซีที่มองเห็นก็รีบหยิบกระดาษทิชชู่ออกมายื่นให้หลินเซียวอย่างรู้ใจ เขาไม่ปฏิเสธ รับมาซับเหงื่อจนแห้งสนิท จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังดาดฟ้าเรือ จ้องมองเกาะอู๋หุยที่อยู่ตรงหน้า

    ​

    ​เขาเปิดเนตรสื่อวิญญาณขึ้นอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเกาะทั้งเกาะถูกปกคลุมด้วยไอวิญญาณหนาทึบจนดูสยดสยอง และที่สำคัญ... รูปร่างของเกาะแห่งนี้ช่างประหลาดนัก

    ​

    ​ด้านหนึ่งกว้าง อีกด้านหนึ่งแคบ... มันดูคล้ายกับ 'โลงศพ' ขนาดมหึมา!

    ​

    ​มิน่าล่ะ ดวงวิญญาณบนเกาะอู๋หุยถึงไม่ยอมไปผุดไปเกิดและรวมตัวกันหนาแน่นขนาดนี้ เพราะที่นี่คือ 'ชัยภูมิเลี้ยงศพ' ตามธรรมชาตินั่นเอง!

    ​

    ​ไอหยินที่เข้มข้น ผสานกับฮวงจุ้ยที่กักเก็บพลังวิญญาณไว้ไม่ให้รั่วไหล ทำให้เหล่าภูตผีปีศาจได้รับการหล่อเลี้ยงพลังอย่างไม่จบสิ้น

    ​

    ​ซูหว่านเดินมาหยุดอยู่ข้างหลินเซียวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  "หลินเซียว นายเห็นอะไรบ้างไหม?"

    ​

    ​หลินเซียวเผยยิ้มบาง ๆ เขาเลือกที่จะไม่บอกความจริงเรื่องฮวงจุ้ยที่เขาเห็น เพราะไม่อยากให้เธอต้องแบกรับความกลัวไปมากกว่านี้

    ​

    ​เขาจึงตอบไปว่า "ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่พวกผีเร่ร่อนธรรมดา ๆ ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลย"

    ​

    ​"แต่ฉันรู้สึก... ใจคอไม่ดียังไงไม่รู้" ซูหว่านกระซิบเสียงแผ่ว

    ​

    ​หลินเซียวปลอบ "อย่าทำให้ตัวเองกลัวไปเลย"

    คล้ายกับเรื่องระบบไลฟ์สยองขวัญ : ได้โปรดหยุดเล่าเรื่องผีเถอะ! ที่คุณอ่าน