มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 83 สาปแช่งทุกคน

            หลังจากที่ตัวของหลินเทียนสามารถจัดการกับเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ได้ร่างกายของเด็กหนุ่มถูกส่งตัวขึ้นไปที่ชั้น 17 ในทันที โดยที่ตัวของเด็กหนุ่มเองนั้นแทบที่จะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าบัดนี้ตัวของเขาถูกส่งขึ้นมาภายในที่ชั้นที่ 17 แห่งนี้แล้ว ตัวของหลินเทียนนั้นกำลังจดจ้องกับการรวบรวมพลังของตนการต่อสู้ที่ดุเดือดเมื่อครู่นี้ตัวของเขานั้นบาดเจ็บอยู่มิใช่น้อยเลย สภาพการของหลินเทียนในยามนี้นั้นต้องการเวลาเป็นอย่างมากในการพักพื้นรักษาตัว พิษร้ายที่เด็กหนุ่มได้รับเข้าปล่อยค่อยๆถูกชำระออกมาอย่างช้าๆยิ่งเวลาผ่านไปนานสักเพียงใดร่างกายของเขาก็เริ่มที่จะรู้สึกปลอดโปร่งเท่านั้น

            “หืม..อะไรกัน นี่ข้าถูกส่งตัวมาที่ชั้นที่ 17 แห่งนี้โดยที่ยังไม่ได้รู้สึกตัวอย่างงั้นเหรอและดูเหมือนว่าพลังของข้าจะแข็งแกร่งขึ้นมากอีกด้วย” หลังจากที่หลินเทียนลืมตาตื่นได้ไม่นานเขาก็พบกับสถานที่แปลกแยกมันแตกต่างกับสถานที่เดิมที่ตัวเขารู้จักหรือเคยพบเห็น

            ภาพด้านหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นสนามประลองขนาดใหญ่พร้อมทั้งมีรูปปั้นของสัตว์อสูรที่ดูเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจอยู่ด้านบนสนามประลองตัวของหลินเทียนนั้นรู้ได้ในทันทีว่าภายในสถานที่แห่งนี้นั้นก็จะต้องต่อสู้เป็นตายเหมือนดั่งชั้นที่ผ่านๆมาและไม่แน่ว่าตัวของเขานั้นจะต่อสู้ไปเรื่อยๆจนถึงชั้นที่สูงสุดหากหลินเทียนสามารถผ่านชั้นนี้ไปได้ตัวเขานับว่าเป็นคนที่สองของประวัติศาสตร์ของโรงเรียนจอมเวทที่สามารถขึ้นมาถึงที่ชั้นที่ 18 ได้ เพียงแค่นี้ชื่อเสียงของหลินเทียนก็จะถูกบันทึกจดจำไว้ตลอดการแล้วว่าตัวของเขานั้นสามารถขึ้นมาถึงจุดสูงสุดได้ที่ชั้นได้หากเขาสามารถผ่านมันไปได้ไม่แน่ว่าตัวของหลินเทียนนั้นจะได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

            แคร๊ก แคร๊ก เพียงแค่ตัวของหลินเทียนก้าวเท้าขึ้นมาภายในสนามประลองได้ไม่นานรูปปั้นของเจ้าสัตว์อสูรที่ดูเหมือนไม่มีชีวิตใจ รูปปั้นของมันถึงกับแตกหักพร้อมทั้งกับมามีชีวิตอีกครั้งราวกับว่าชีวิตของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้หลับไหลมาอย่างยาวนานนับหมื่นปีมันส่งเสียงกู่ร้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

            หลินเทียนไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้แท้จริงแล้วมันคือเจ้าสิ่งใดกันแน่ รูปร่างของมันสูงใหญ่ดุจภูเขาใบหน้าของมันเหมือนดั่งสิงโตที่อยู่ภายในป่าลึกมันยืนสองเท้าไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ ที่ลำตัวของมันถูกสวมใส่ไปด้วยเกราะที่แน่นหนาไปทั้งร่าง

            ตู๊มมมมมม การต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์อสูรที่ไม่สมควรอยู่ภายในบนโลกมนุษย์พวกมันต่อสู้กันอย่างดุเดือดราวกับว่าเป็นวันสิ้นโลก ไม่เพียงแต่เจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้มันจะสามารถใช้อาวุธได้อย่างชำนาญการแล้วตัวของมันสามารถเรียกใช้มหาเวทได้อีกหลายบท หลินเทียนอดที่จะอึ่งและทึ่งในความสามารถของมันไม่ได้ ตัวของเขาในยามนี้นั้นไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่เลยแต่ตัวของเขานั้นกำลังรู้สึกต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเองเสียมากกว่า แต่พละกำลังที่ตัวของมันสำแดงเดชออกมานั้นมันมากมายกว่ามนุษย์ทั่วไปนับเท่าตัว นับว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากมันแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ตัวของเขานั้นได้พบเจอ แท้จริงแล้วเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรชั้นสูงที่มีสติปัญญาที่หาตัวได้ยากยิ่ง มันสามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของหลินเทียนอย่างง่ายได้ และนี่ยังไม่เพียงแค่นั้นตัวของมันยังสามารถใช้มหาเวทที่มาจากยุคโบราณราวกับเป็นของเด็กเล่น

            

            “อะไรกัน ทำไมพวกมันได้แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีผู้ใดที่สามารถขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้เลย” เพราะสิ่งมีชีวิตที่ตัวของหลินเทียนกำลังได้พบเจออยู่นั้นมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นี่ขนาดว่าตั้งแต่ตัวของเข้ามาภายในหอคอยแห่งนี้พลังของเขานั้นเพิ่มไปมากถึงหลายระดับแต่ทุกครั้งที่ผ่านไปแตกละขั้นตัวเขาก็แทบที่จะเป็นลองเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้ตลอด

            การต่อสู้ระหว่างคนกับสัตว์อสูรนั้นกินเวลาไปหลายชั่วยามในที่สุดตัวของหลินเทียนก็สามารถที่จะจัดการกับเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ได้แต่มันก็ต้องแลกมากับการที่หลินเทียนใช้พลังไปจะหมดเหมือนดั่งเช่นตามเคย

            ตู๊มมมมมม จอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 5 เป็นไปตามคาดพลังของหลินเทียนในยามนี้นั้นสามารถที่จะเพิ่มระดับไปได้อีกครั้งหลังจากที่สามารถจัดการเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้ได้ และนี่ยังไม่เพียงแค่นั้นดูเหมือนว่าตัวของหลินเทียนนั้นจะได้มหาเวทจากยุคโบราณมาหลายบทความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมหาเวทยุคโบราณนั้นถูกส่งเข้าไปที่ส่วนลึกภายในหัวสมองของหลินเทียนในทันที

            “สถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ซินะ ข้าอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าแท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ที่สามารถสร้างสิ่งสุดยอดเช่นนี้ได้” สติปัญญาของหลินเทียนที่มีอยู่นั้นสูงล้ำมากกว่าคนทั่วไปมันเป็นไปไม่ได้เลยไอ้เพียงแค่เขาจัดการสัตว์อสูรแล้วจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากมายถึงเพียงนี้ ก่อนที่พลังของหลินเทียนจะทะลุผ่านไปแต่ล่ะขั้นนั้นตัวเขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังเวทที่สุดแสนจะบริสุทธิ์สายหนึ่งถูกส่งตรงมาที่ตัวเขาด้วยความตั้งใจ หากสังเกตุให้ดีที่พื้นผิวของกำแพงผนังนั้นล้วนแล้วแต่ถูกกางไว้ด้วยอาคมอักขระที่มองดูแล้วสลับซับซ้อนมากมายแม้แต่ตัวของหลินเทียนเองก็ยากที่จะทำความเข้าใจ

            หากหลินเทียนพ่ายแพ้แล้วออกไปที่โลกภายนอกในยามนี้นั้นเชื่อว่าพลังที่ตัวของหลินเทียนถือครองอยู่ในขณะนี้นั้นตัวของเขาจะต้องแข็งแกร่งอยู่ในลำดับต้นๆของศิษย์หลักแน่นอน แต่ตัวของเด็กหนุ่มนั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าที่โลกเบื้องนอกนั้นกำลังมีเรื่องยุ้งๆรอคอยเขาอยู่

            ณ ชั้นสูงสุดของหอคอยสวรรค์

            ชายผู้ที่ออกมาจากโรงศพสีทองนั้นกำลังจ้องมองหลินเทียนด้วยความตั้งใจ การมาของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นทำให้ตัวของมันมีหวังอีกครั้งนี่นับว่าเป็นครั้งที่สองที่ทำให้ตัวของมันเริ่มมีหวังจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ใช้ระยะเวลาไปหลายหมื่นปีแล้วมันเกรงกลัวว่าหากหลินเทียนทำพลาดและมาไม่ถึงตัวของมันจะต้องเข้าสู่สภาวะแห่งการหลับไหลอีกครั้งนี่มันไม่ต่างอะไรไปจากคำสาปร้ายที่ตัวของมันได้รับเลยมันสาปแช่งทุกคนที่ทำให้ตัวของมันต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนี้ เพียงแต่เลือดที่ต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้นที่จะทำให้ความแค้นของมันนั้นเบาบางลง

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน