บทที่ 6 เคล็ดวิชาที่อยู่เหนือระดับจักรพรรดิ
อันเมี่ยวหลิงรับเคล็ดกระบี่จิตมาอ่าน
เพียงแค่อ่าน นางก็ถูกดึงดูดเข้าสู่เนื้อหาอย่างลึกซึ้ง สองมือของนางเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย
"นี่... นี่คือเคล็ดวิชาที่สามารถฝึกฝนจนอยู่เหนือระดับจักรพรรดิได้จริง ๆ หรือ?" นางมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ การทะลวงผ่านระดับจักรพรรดิคือสิ่งที่นางปรารถนาอย่างยิ่งในชาติที่แล้ว แต่จนกระทั่งสิ้นใจ นางก็ยังไม่อาจมองเห็นหนทางได้เลย
"นี่คือเคล็ดวิชาระดับใดกัน?" อันเมี่ยวหลิงถาม
"ระดับจื้อจุน ข้าลองฝึกดูเล็กน้อยแล้ว ถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว ส่วนบันทึกไท่ซ่างลืมเลือนรักของเ้า ต่อไปก็ไม่ต้องฝึกมันอีกแล้ว" ฉินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เ้าค่ะ!" อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าอย่างแรง เมื่อมีเคล็ดวิชานี้แล้ว ใครจะอยากไปฝึกการลืมเลือนรักกัน
ความจริงนางรู้ดีว่าในชาติก่อนนางได้ฝึกบันทึกไท่ซ่างลืมเลือนรักจนถึงขีดสุดแล้ว
เส้นทางนี้แทบจะเดินมาถึงจุดสิ้นสุด การหวังใช้บันทึกไท่ซ่างลืมเลือนรักเพื่อทะลวงผ่านระดับจักรพรรดิ เป็เพียงการหลอกตัวเองของนางเท่านั้น
จากนั้น สายตาที่นางมองไปยังฉินเทียนก็เริ่มอ่อนโยนลง ต่อไปนี้นางไม่ต้องกังวลว่าความใจดีของฉินเทียนที่มีต่อนาง จะส่งผลกระทบต่อจิตใจแห่งเต๋าของนางอีกแล้ว
ฉินเทียนลูบศีรษะของอันเมี่ยวหลิงอีกครั้ง และครั้งนี้นางไม่มีท่าทีต่อต้านมากนัก
"พวกเรามาฝึกกระบี่กันเถอะ!" ฉินเทียนเตรียมจะถ่ายทอดความเข้าใจที่เขาสั่งสมมาใน่หลายวันนี้ให้นาง เพื่อให้นางสามารถเรียนรู้เคล็ดกระบี่จิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เขาค่อย ๆ อธิบายว่า "กระบวนท่ากระบี่สร้างได้ง่าย แต่เจตจำนงกระบี่ฝึกฝนได้ยาก
กระบวนท่ากระบี่เป็เพียงสิ่งภายนอก คือการเลียนแบบท่วงท่าแห่งธรรมชาติของฟ้าดินแล้วนำมาใช้กับกระบี่
แต่เจตจำนงกระบี่คือการเผชิญหน้ากับจิตใจตนเอง เป็กระบี่ที่ยกระดับขึ้นมาจากการเห็นแจ้งในจิตและธรรมชาติของตน"
ขณะนี้อันเมี่ยวหลิงยังอยู่ในระดับของกระบวนท่ากระบี่
ในขณะที่ฉินเทียนกำลังถ่ายทอดวิถีกระบี่ เยี่ยนชิงซือ... ศิษย์สายตรงของม่อเวิ่นเทียนก็มาถึง
เดิมทีม่อเวิ่นเทียนเตรียมจะนำทรัพยากรการฝึกฝนมาส่งให้อันเมี่ยวหลิงด้วยตนเอง แต่เมื่อเยี่ยนชิงซือรู้เื่เข้า จึงรับหน้าที่นี้มาทำแทน เพราะนางไม่ได้พบท่านอาจารย์อาผู้หล่อเหลามานานแล้ว
เมื่อมาถึงยอดเขาฉางเจี้ยน นางเห็นฉินเทียนกำลังสอนกระบี่อยู่จึงไม่ได้เข้าไปรบกวน แต่แอบฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนแรกนางยังไม่ค่อยใส่ใจนัก ทว่าพอฟังไปเรื่อย ๆ นางก็ต้องตกตะลึง เพราะวิถีกระบี่ที่ฉินเทียนบรรยายนั้นส่งผลกระทบถึงจิตใจของนาง นางรู้สึกว่าคอขวดในกระบวนท่ากระบี่ของตนเริ่มคลายออก
อันเมี่ยวหลิงเองก็เกิดความเข้าใจ เมล็ดพันธุ์แห่งเจตจำนงกระบี่เริ่มผลิบาน
ฉินเทียนเห็นดังนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า "เจตจำนงกระบี่คือส่วนขยายของต้นกำเนิด ซึ่งต้นกำเนิดนี้เป็ของกระบี่เท่านั้น มีความสูงส่งของกระบี่ ความเ็าของกระบี่ ความเฉียบคมของกระบี่ และจิตใจดั้งเดิมของกระบี่..."
ตูม!
อันเมี่ยวหลิงถูกจุดประกายในทันที นางบรรลุแล้ว
ฉินเทียนพยักหน้าอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เขาศึกษามาตลอดหนึ่งเดือน หลังจากบรรลุเจตจำนงกระบี่ ความเร็วในการฝึกเคล็ดกระบี่จิตของนางก็จะรวดเร็วขึ้นมาก
ตอนนั้นฉินเทียนหันไปมองเยี่ยนชิงซือที่อยู่ด้านข้างแล้วถามว่า "มีธุระอะไรหรือ?"
เยี่ยนชิงซือเพิ่งได้สติกลับมา และกล่าวด้วยความยินดีว่า "คำชี้แนะของท่านอาจารย์อา ราวกับได้รับแสงสว่างนำทางเลยเ้าค่ะ
ข้าเริ่มจะชอบ... เริ่มเลื่อมใสท่านอาจารย์อามากขึ้นทุกทีแล้ว
จริงด้วย ครั้งนี้ท่านอาจารย์ส่งข้ามามอบยาเม็ดให้ศิษย์น้องเ้าค่ะ" พูดจบ นางก็หยิบขวดสิบใบออกมาจากแหวนมิติส่งให้อันเมี่ยวหลิง
อันเมี่ยวหลิงเปิดดูก็พบว่าเป็สมุนไพริญญาระดับปฐีขั้นสูงและขั้นสุดยอดทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมียาเก้าเทพชำระไขกระดูกระดับ์ขั้นต่ำอีกหนึ่งเม็ด ซึ่งกลั่นมาจากสมุนไพริญญาเก้าชนิดที่มีอายุมากกว่าสามพันปี
ยาเหล่านี้ทำให้แม้แต่เยี่ยนชิงซือยังรู้สึกอิจฉา แต่นางก็รู้ดีว่าตนเองไม่อาจเทียบกับอันเมี่ยวหลิงผู้ปลุกสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งาได้
หลังจากส่งมอบของเสร็จ นางก็บอกลาฉินเทียน เพราะนางมีความเข้าใจบางอย่างที่ต้องไปเก็บตัวฝึกฝน ก่อนจากไป นางยังไม่ลืมที่จะขยิบตาอย่างหวานซึ้งให้ฉินเทียน
ซึ่งการกระทำนั้นทำให้อันเมี่ยวหลิงถึงกับขมวดคิ้ว
วันต่อมา ตอนเช้าขณะที่ฉินเทียนกำลังหลับอย่างสบายใจ เขากลับถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู
"ท่านอาจารย์ ตื่นได้แล้วเ้าค่ะ!"
"ไม่เอา ข้ายังอยากนอนต่ออีกสักพัก"
"ไม่ได้เ้าค่ะ ท่านอาจารย์รีบตื่นมาสอนข้าฝึกฝนเร็ว" เมื่อวานนางได้รับรสชาติของความสำเร็จเข้าให้แล้ว
นอกจากนี้ นางไม่อยากเห็นฉินเทียนปล่อยตัวให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ วิถีแห่งการฝึกฝนจำต้องมีความเพียรพยายาม และฝึกฝนสะสมวันแล้ววันเล่า แม้ท่านอาจารย์จะเก่งกาจมาก แต่หากปล่อยตัวเช่นนี้ต่อไป ถ้าไม่ก้าวหน้าก็ถดถอย
ผู้บำเพ็ญเพียรยิ่งมีระดับพลังสูง อายุขัยก็ยิ่งยืนยาว นางอยากอยู่กับท่านอาจารย์ตลอดไป ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะเคี่ยวเข็ญให้ฉินเทียนฝึกฝน
ปัง ปัง ปัง!
ถ้าไม่ตื่น ข้าจะเคาะต่อไปเรื่อย ๆ!
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก ฉินเทียนปรากฏตัวที่หน้าประตูโดยสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว
อันเมี่ยวหลิงรีบหลับตาลงด้วยความเขินอาย "ท่านอาจารย์ ท่านลามก!"
"ข้าลามกตรงไหน? ตอนที่เ้าปลุกสายเืครั้งก่อนนั่นต่างหากที่เรียกว่าลามก หากไม่ใช่เพราะข้าเป็สุภาพบุรุษล่ะก็ หึหึ..."
เมื่อได้ยินฉินเทียนพูดถึงเื่ครั้งก่อน นางก็เริ่มเขินอาย
"ครั้งนั้นท่านตั้งใจใช่หรือไม่?" อันเมี่ยวหลิงกล่าวด้วยความแค้นเคือง
"ข้าจะตั้งใจได้อย่างไร?"
"ในยาเม็ดมีเืเจียว เืเจียวเมื่อเจอกับสายเือย่างข้าจะเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ท่านจะไม่รู้ได้อย่างไร?" อันเมี่ยวหลิงกล่าว
"เื่นี้... อาจจะเป็เพราะข้าสะเพร่าไปเอง"
"เอาละ ๆ ข้าจะไปฝึกกับท่านแล้ว" พูดจบ นางก็เดินตามฉินเทียนไปฝึกฝนในลานบ้าน
เคล็ดวิชาเนรมิตอิสระของเขา ในปัจจุบันอยู่ในระดับเนรมิตหมื่นิญญา แต่สิ่งที่เขาปรารถนามากกว่าคือเนรมิตนิรันดร์
เนรมิตนิรันดร์คือวิชาจักรพรรดิที่สามารถส่งผลกระทบต่อมิติเวลาและกฎแห่งกรรมได้ หากฝึกจนถึงขีดสุด จะสามารถเดินทางข้ามมิติเวลา และใช้กฎแห่งกรรมในการต่อกรกับศัตรูได้
ทำให้ศัตรูถูกโชคชะตาเลวร้ายรุมเร้า หรือแม้กระทั่งธาตุไฟเข้าแทรก ตราบใดที่ไม่ได้ก้าวข้ามระดับจักรพรรดิ ก็ยังคงอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม
ตอนนี้เขายังไม่สามารถใช้มันได้ แต่เขาเชื่อว่าเมื่อมีระบบ เขาจะสามารถบรรลุถึงระดับเนรมิตนิรันดร์ได้ในไม่ช้า
เวลาไหลผ่านไปดั่งลูกศร พริบตาเดียวก็ผ่านพ้นไปสิบปี
"ลงชื่อเข้าใช้!"
ติ๊ง!
[ท่านสะสมค่าการลงชื่อเข้าใช้ครบหกปีแล้ว ้ารับรางวัลหรือไม่?]
"รับ!"
[รางวัลการลงชื่อเข้าใช้ เคล็ดวิชาเนรมิตอิสระเลื่อนระดับเป็ขั้นที่สิบเอ็ด ระดับพลังของโฮสต์เพิ่มขึ้นเป็ระดับกึ่งปราชญ์ขั้นสาม]
[รางวัลการลงชื่อเข้าใช้ ป้ายคำสั่งมิติเวลา แนะนำให้มอบให้ลูกศิษย์ใช้งาน ในยามวิกฤตสามารถใช้กฎแห่งมิติเวลาเรียกจิติญญาของท่านมาช่วยเหลือได้]
[รางวัลการลงชื่อเข้าใช้ กายานิรันดร์าขั้นหนึ่ง]
หลังจากได้รับรางวัล ฉินเทียนรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ความเข้าใจในเต๋าของเขาก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อหกปีก่อนตอนลงชื่อเข้าใช้ เขาได้ทะลวงเข้าสู่ระดับกึ่งปราชญ์ขั้นสอง ครั้งนี้คือขั้นสาม ครั้งหน้าที่ทะลวงผ่านก็จะเป็ระดับปราชญ์แล้ว
รางวัลป้ายคำสั่งมิติเวลานี้ดีมาก แม้ว่าตอนนี้อันเมี่ยวหลิงจะบรรลุถึงระดับนิพพานขั้นสามแล้ว แต่หากออกนอกสำนัก ยังมีผู้แข็งแกร่งอีกมากมายที่สามารถสร้างภัยคุกคามต่อนางได้
หากมีป้ายคำสั่งมิติเวลานี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เมื่อพบกับผู้ที่ไม่อาจต่อกร นางสามารถเรียกจิติญญาของฉินเทียนมาช่วยได้
และยังมีกายานิรันดร์า ซึ่งเป็เคล็ดวิชาฝึกกายระดับจื้อจุน ที่โดยปกติแล้วการจะฝึกให้ถึงขั้นที่หนึ่ง จำต้องใช้สมุนไพริญญาอายุห้าพันปีถึงสิบต้น
ทั้งยังต้องผ่านการเคี่ยวกรำที่แสนเ็ปจึงจะสำเร็จ เช่น การใช้ทัณฑ์สายฟ้า ลมหยินพิฆาต หรือไฟนรก เพื่อฝึกฝนร่างกายด้วยวิธีที่สุดโต่ง แล้วจึงใช้สมุนไพริญญาในการซ่อมแซมและบำรุง
กระบวนการฝึกฝนนี้ นอกจากจะสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมหาศาลแล้ว ยังต้องอดทนต่อความเ็ปที่ไร้สิ้นสุด
ดังนั้น การที่เขาสามารถฝึกสำเร็จได้ทันทีจึงถือว่าโชคดีมาก ตอนนี้ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับระดับปราชญ์ เขาก็มีต้นทุนพอที่จะต่อสู้ได้แล้ว
หลังจากทะลวงระดับ ฉินเทียนอารมณ์ดีมาก จึงไปนำวัตถุดิบจากหอจองจำปีศาจมาทำอาหาร เมื่อเขาทำอาหารเสร็จ ดวงจันทร์กลมโตบนท้องฟ้าก็ลอยเด่นขึ้นสูงแล้ว