ย้อนกลับไปช่วงเวลาก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย เรย์ที่วิ่งล่อกองกำลังศัตรูออกจากส่วนของโถงหลัก เขาใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยทางเดินคดเคี้ยวบันไดวน และทางเดินสูงต่ำต่างกัน มุ่งหน้าไปยังพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะใกล้เคียงซึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นและภาพวาดติดตั้งไว้เป็นแนวยาว มุมมองอันจำกัดของพื้นที่ ทำให้ศัตรูยากต่อการเล็งยิง
เรย์สามารถใช้สิ่งกีดขวางเหล่านี้อย่างเต็มประสิทธิภาพมุดหลบตามจุดต่าง ๆ หลบหลีกไปตามทางเดินกระสุนปืนยังคงปลิวว่อนมาทางเขาไม่ขาด บางนัดก็เข้ามากระทบกับร่างบ้างแต่ไม่สามารถเจาะทะลุผ่านออร่าป้องกันได้ ทว่าการป้องกันเช่นนี้ก็บั่นทอนกำลังภายในมากเกินไปจะให้เดินลุยฝ่าดงกระสุนก็ใช่เรื่อง
ทันใดนั้นกองกำลังของศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากทางเดินด้านอีกฟาก พวกมันล้อมหน้าล้อมหลังเขาไว้ทุกด้านจนทำให้เรย์ต้องหยุดชะงัก เขาหายใจลึก ตั้งสมาธิเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
เสียงปืนดังสนั่นจากรอบทิศ ทว่าทันใดนั้นเองม่านทรายหนาทึบพุ่งเข้ามาจากด้านข้างเหมือนกับคลื่นทะเลทรายพุ่งเข้ากลบกลืนทุกอย่างมันหมุนวนรอบตัวเรย์ราวกับโล่ทรายป้องกัน ทรายหนาหมุนไปมาปัดป้อง ดูดซับกระสุนปืนทุกนัดที่ยิงมาทางเขากระสุนปืนทุกนัดที่พุ่งเข้ามาถูกทรายดูดกลืนและเบี่ยงเบนออกจากทิศทางดั้งเดิม
“คุณกาโต้...”
เรย์พึมพำออกมาด้วยความโล่งใจพร้อมกัน
ทันใดนั้นริงโกะโผล่ออกมาจากมุมทางเดิน พร้อมกับมือข้างหนึ่งยกสูงเหนือศีรษะในมือของเธอปรากฏดาบคาตานะยาวผุพังคู่กายของเขา
“รุ่นพี่คะ! รับนี่นะ!”
ริงโกะตะโกนบอกเสียงดังพร้อมกับโยนดาบให้เขา

เรย์พุ่งเข้าไปคว้าดาบไว้อย่างแม่นยำมือของเขาจับดาบด้วยความมั่นคง ความคุ้นเคยกับอาวุธคู่กายทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในที่ของเขาอีกครั้ง
พลันนั้นไม่รอช้าขาก้าวกระโจนเข้าหาศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด ตวัดดาบใส่ด้วยความเร็วและแม่นยำเล็งเข้าจุดตายจนศัตรูหงายหลังล้มลงไปโดยไม่ทันกะพริบตา
เรย์เคลื่อนไหววูบวาบราวกับภาพติดตาพุ่งทะยานไปยังศัตรูคนอื่น ๆ ด้วยท่วงท่าอันไร้ลักษณ์ ตัดผ่านอากาศด้วยดาบอันผุพังทิ่มแทงเข้าจุดตายของศัตรูทุกตำแหน่งไม่มีพลาดเป้า
กองกำลังศัตรูไม่ทันได้ตอบโต้ด้วยสภาวะดาบอันรวดเร็วและแข็งกร้าว พวกมันจำต้องถอยหลังไปทีละก้าวแต่ทุกครั้งที่ถอยหลัง เรย์ก็ขยับประชิดตัวมากขึ้นอีกนิด ดาบทั้งยาวและว่องไวทิ่มแทงในจุดอันยากจะคาดเดาทุกคราเมื่อดาบตวัดออกครึ่งกระบวน ศัตรูจักต้องล้มลงหนึ่งเสมอ
ในที่สุดเมื่อศัตรูคนสุดท้ายสิ้นฤทธิ์ล้มลงกับพื้น เรย์ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากศพศัตรูที่กระจัดกระจายเขาไม่ปรานีกับคนที่กล้าลงมือสังหารผู้อื่น
ความเมตตาย่อมเป็นเรื่องดีแต่ความเมตตาที่มากเกินไปไม่ใช่เรื่องดี
เขาเคยได้รับบทเรียนอย่างสาสมแล้วจึงไม่ลังเลเลยสักนิดเมื่อต้องลงมือพรากชีวิตบุคคลที่สมควร
แม้การได้พบวิญญาณของเพื่อนๆ จะทำให้เขาคลายปมในจิตใจของตัวเองได้ ทว่าเหตุการณ์ในอดีตกลายเป็นผลกระทบ ฝังลึกในแก่นบุคลิกภาพ มันทำให้วิธีการดำรงชีวิตเปลี่ยนไปอย่างช่วยไม่ได้
เอนซุก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าตกใจและร้อนรนเมื่อเธอเห็นโทชิยูกินอนอยู่บนพื้น เลือดไหลอาบจากบาดแผลที่เบ้าตาเธอรีบร้องเรียกชื่อพี่ชายด้วยเสียงสั่นไหว
"พี่คะ! พี่คะ!"
เอนซุวิ่งเข้ามาหาโทชิยูกิที่คุรุโอกะกำลังประคองเขาไว้เธอทรุดตัวลงข้างๆ กุมมือของเขาไว้แน่นหวังให้เขารับรู้ถึงการมาของเธอ
เรย์ยืนอยู่ใกล้ๆสายตาของเขาจับจ้องไปที่จางจื่อฟงที่ยืนอยู่อีกฟากของห้องเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นยังคงเป็นภัยอันตราย เรย์มองเห็นเส้นใยบางอย่างที่มีจางจื่อฟงเป็นแม่ข่ายผ่านเนตรมารเขาวาดดาบไปด้านหน้าขึ้นหนึ่งทีอย่างเรียบง่าย ดูเหมือนเป็นแค่ท่าตวัดขึ้นธรรมดา แต่ในตวัดขึ้นนี้กลับสอดแทรกคลื่นลมปราณเสมือนว่าแม้แต่อากาศธาตุยังถูกกระชากให้ฉีกขาด คลื่นดาบที่ถูกปล่อยออกไปสะท้อนกับแสงไฟในห้องโถงใหญ่โดยไม่เกิดผลกระทบอะไรเมื่อมองจากสายตาของคนนอกที่ไม่มีเนตรมาร ทว่าร่างของผู้ถูกควบคุมพลันหยุดชะงักในทันที เหมือนกับถูกถอดปลั๊กอย่างกระทันหันพวกเขาล้มลงกับพื้นหมดสติ
‘เกิดอะไรขึ้นกับเหล่าตุ๊กตาของฉัน!?’
ทั้งหมดสร้างความประหลาดใจให้กับจางจื่อฟงเป็นอย่างมาก
"คุณกาโต้กับริงโกะช่วยคุ้มกันพาคนบาดเจ็บออกจากพื้นที่นี้ทีครับ แล้วเราค่อยไปเจอกันที่จุดนัดพบตามแผน"
เรย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม หันไปมองกาโต้กับริงโกะที่เพิ่งจะเข้ามาสมทบ
“เข้าใจแล้วระวังตัวด้วยล่ะ”
กาโต้พยักหน้ารับ เอนซุที่กำลังพาโทชิยูกิออกจากพื้นที่ต่อสู้หันมามองเรย์ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความกังวล
เรย์พยักหน้าให้เธอเพื่อบ่งบอกว่าเขาไม่เป็นไร ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรู
“ช่างน่าสนใจจริงๆ ไม่รู้ว่าเธอทำได้ยัง ถ้าฉันถามไปจะได้คำตอบไหมเจ้าหนุ่ม”
มันกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวอีกครั้งมือของจางจือฟงจับเข็มอีกเล่มอย่างมั่นคง ทั้งร่างเต็มไปด้วยออร่าลมปราณอันเข้มข้นแม้ภายในใจจะยังสงสัยว่าทำไมตนเองถึงเสียการควบคุมเหล่าตุ๊กตาไปก็ตาม
เรย์ไม่ตอบคำถามใช้ก้าวพริบตาเข้าประชิดตัวชายแก่ สะบัดข้อมือซ้ายตามใจนึกดาบยาวกรีดเป็นเส้นสายอันคดเคี้ยวกลางอากาศ พุ่งไปเบื้องหน้าทันที
‘นี่เป็นกระบวนท่าอะไรกัน ช่างไร้แบบแผนสิ้นดี’
จางจื่อฟงงงันไปวูบหนึ่งอย่างครุ่นคิด พวกนักดาบตนก็เคยต่อสู้มามากแต่ไม่เคยเจอกระบวนท่าจากสำนักไหนที่ไร้ระเบียบเช่นนี้มากก่อน
ทว่าเพียงพริบตาดาบได้จี้พุ่งมาถึงคอหอยตัวเองแล้วจางจื่อฟงเพิ่มออร่าลงไปยังเข็มสามเล่มที่คีปไว้ตรงง่ามนิ้ว ยกมือขวาขึ้นมาปัดป้องเรย์หันเหปลายดาบ แทงปราดใส่หัวไหล่ขวาของอีกฝ่ายจางจื่อฟงก็ยกเข็มในมือซ้ายสามอันขึ้นปิดสกัดอีก
ดาบนี้ของเรย์ไม่รอให้แทงถูกก็รั้งกลับเข้ามาสะบัดดาบทิ่มแทงใส่ท้องน้อย จางจื่อฟงต้องก้าวถอยหลังปัดออกเป็นครั้งที่สามในใจเริ่มครุ่นคิดว่าหากไม่ตีโต้กลับไปบ้าง ก็จะต้องตั้งรับและถอยแบบนี้อยู่ร่ำไป
เรย์เบี่ยงร่างเล็กน้อยกรีดดาบพุ่งใส่ชายโครงข้างขวาของศัตรู
จางจื่อฟงความจริงได้ง้างเข็มในมือเตรียมสะบัดใส่ในระยะประชิดพอเห็นเด็กหนุ่มแทงดาบมา แม้จะเป็นท่าแทงธรรมดา ๆแต่ตำแหน่งที่ถูกจู่โจมมาก็เป็นจุดตายสำคัญ
ดังนั้นจางจื่อฟงจึงปัดป้องอีกครั้งพลางกระทืบเท้าไปด้านหน้าด้วยกระบวนท่า ‘เหยียบย่ำพสุธา’ ผลักดันคลื่นระเบิดที่เกิดจากเศษหินดินปูนเบื้องล่างไปข้างหน้ากระบวนท่านี้เป็นท่ารุกในขณะรับ ขอเพียงแต่เด็กหนุ่มต้านรับท่านี้เอาไว้ท่าตามติดของเข็มบินจะประเดประดังเข้าใส่
หาคาดไม่ว่าเรย์กลับไม่แยแสสนใจดาบยาวพุ่งเฉียง ๆ แทงใส่ชิงจู่โจมแข่งกับเศษหินที่กระเด็นเข้ามากระบวนท่าที่มีประสิทธิภาพในการไล่ผู้บุกรุกที่หวังเข้ามาประชิดของจางจื่อฟงนี้เพียงสำแดงออกไปได้ครึ่งกระบวน ก็ต้องยกเข็มขึ้นมาสบัดปัดป้องไว้เปร่งออร่าคลุมร่างใช้สภาวะต้านรับทั้งสิ้น
เรย์สะบัดดาบด้วยความว่องไวจู่โจมติดต่อกันอย่างกระชั้นชิด พวกเขาใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ทุกแนวระนาบพริบตาเดียวก็ปะทะไปกว่าสามสิบกระบวนท่า
จางจื่อฟงปิดซ้ายป้องขวาหักล้างกันหลายสิบกระบวน สกัดหน้าต้านรับหลังรับอย่างรัดกุมจนแม้แต่หยาดน้ำก็ไม่อาจสาดกระเซ็นเข้าไปแต่ทั้งหมดนั่นจางจื่อฟงได้แต่เป็นฝ่ายต้านรับไม่มีโอกาสลงมือสวนกลับเลยสักนิดเดียว ทุก ๆ ดาบที่เรย์ทิ่มแทงออกไปก็มักจะทำให้จางจื่อฟงสับสนลนลาน ไม่อาจไม่ปัดป้องคุ้มครองช่องโหว่ของตัวเอง
ควรทราบว่ายอดฝีมือผู้ใดยามประมือต่อสู้กับผู้คนไม่ว่าจะใช้กระบวนท่าใดจะต้องมีช่องว่างรอยโหว่ เพียงแต่สามารถฉกชิงโอกาสทำร้ายใส่จุดสำคัญของฝ่ายตรงข้ามเสียก่อนอย่างนั้นช่องโหว่ของตัวเองก็จะไม่นับเป็นช่องโหว่ แม้ว่ามีรอยโหว่นับร้อยพันแห่งก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล
แต่ทว่าพอเริ่มปะทะกันเข็มในมือเพิ่งจะขยับ ปลายดาบยาวของฝ่ายตรงข้ามก็ทิ่มแทงมาถึงช่องโหว่ของตัวเองที่เผยออกมาจางจื่อฟงนับว่าเป็นยอดฝีมือในหมู่ฮันเตอร์ระดับแพลตตินั่ม พอเห็นตำแหน่งที่ฝ่ายตรงข้ามจี้พุ่งมาก็คำนวณได้ว่าดาบนี้หากแทงถูกจะมีผลสุดท้ายเลวร้ายอย่างไร
ในหลายสิบกว่ากระบวนท่าที่ผ่านมาเด็กหนุ่มได้บุกจู่โจมอย่างหนาแน่น รัดกุมอย่างสุดแสนบีบบังคับจนตนเองไม่มีทางชักมือแม้แต่ข้างเดียวตีโต้กลับไปโชคดีเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ก็คือเด็กหนุ่มยังมีกำลังภายในไม่มากพอที่จะทะลวงผ่านออร่าของตน หากไม่แม้นเช่นนั้นเข็มในมือทั้งสองนี้คงหักสะบั้นไปนานแล้ว
‘เจ้าเด็กนี่มันอ่านเกมขาดบุกตีประชิดดวลกันด้วยกระบวนท่าเพียงอย่างเดียวเพราะมันรู้ดีว่าหากสู้ในระยะกลางไกล จะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเรื่องกำลังภายใน’
จางจื่อฟงเห็นว่าลางแพ้ได้เริ่มปรากฏหากสู้ต่อไปเช่นนี้ แม้จะหักล้างอีกหนึ่งร้อยกระบวนท่า หรือสองร้อยกระบวนท่าตัวเองก็ยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสู้ในระยะประชิด ทนรับการจู่โจมไม่อาจตีโต้กลับไปตลอดกาล จึงพลันคำนึงขึ้นว่าในเมื่อตนเองมีกำลังภายในที่เหนือกว่าก็สมควรใช้มันให้เป็นประโยชน์ แลกบาดแผลกันสักตั้ง
จางจื่อฟงสะบัดกวัดแกว่งเข็มในมือซ้ายไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วหมายจะแทงใส่ชายโครงข้างซ้ายของศัตรู
เรย์ยังคงไม่หลบหลีกดาบยาวแทงถึงท้องน้อยของอีกฝ่ายก่อนหนนี้จางจื่อฟงกลับไม่รั้งเข็มกลับมาคุ้มครองร่างกาย ยังแทงออกไปตามสภาวะอันดุดันคล้ายกับตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ต้องการหักล้างจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายแต่พอรอจนดาบยาวทิ่มแทงมา นิ้วชี้นิ้วกลางบนมือขวาก็ยื่นออกหวังหนีบใส่คมดาบของฝ่ายตรงข้ามด้วยวิชาดรรชนีมารที่จางจื่อฟงได้ฝึกฝนเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับวิชาเข็มบินของตนดรรชนีทั้งสองนิ้ว เมื่อถ่ายเทลมปราณเข้าไปก็ไม่ผิดแผกจากอาวุธอันร้ายกาจชนิดหนึ่ง
หากไม่สามารถหนีบดาบได้ก็จะต้องถูกคมดาบแทงท้องน้อย ดังนั้นในชั่วพริบตาใจกลางมือของคนทั้งสองต่างก็มีเหงื่อกาฬไหลซึมออกมา
แลเห็นว่านิ้วมือทั้งสองของจางจื่อฟงกำลังจะสัมผัสถูกคมดาบแล้วและไม่ว่าจะหนีบถูกหรือไม่ล้วนแต่ต้องมีใครคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส หรือหากหนีบถูกดาบยาวก็ไม่อาจแทงใส่เมื่อเป็นเช่นนั้นเข็มทั้งสามเล่มก็จะแทงถูกชายโครงของเด็กหนุ่ม ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้อย่างเด็ดขาด
หากว่าจางจื่อฟงใช้นิ้วคีบไม่ถูกหรือแม้จะคีบถูก แต่พลังบนสองนิ้วไม่อาจขัดขวางสภาวะของดาบได้ถ้าเช่นนั้นดาบยาวก็จะเสือกทะลวงเข้ามา จางจื่อฟงคิดล่าถอยก็ไม่ทันท่วงที
‘ไม่! ออร่าของฉันเหนือกว่ามันมากโข ไม่มีทางที่จะหยุดดาบนี้ไม่ได้’
เรย์เรียกใช้กุณฑาลินีแบบฉับพลันตามแบบฉบับเคล็ดวิชาจักรพรรดิเจ็ดภพร่างกายพลันเบาหวิวเยี่ยงนกนางแอ่น แทบจะลอยปลิวขึ้นมาได้ทั้งตัวความเร็วเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
ในขณะที่นิ้วมือของจาจื่อฟงกำลังจะสัมผัสถูกคมดาบนั้นปลายดาบก็พลันตวัดขึ้นสูง จี้ใส่คอหอยของมัน ท่าพลิกแพลงครั้งนี้นอกเหนือความคาดหมายของจางจื่อฟง ทั้งนี้เพราะในกระบวนท่าดาบที่เคยพานพบมาไม่มีกระบวนท่าเช่นนี้ หากท่าร่างแรกที่แทงใส่ท้องน้อยของจางจื่อฟงเป็นท่าหลอกล่อในการต่อสู้เป็นตายกลับมาใช้ท่าหลอกล่อเช่นนี้เท่ากับล้อเล่นกับความเป็นความตายทั้งสองฝ่ายชัด ๆ
แม้กระบวนท่านี้ไม่มีในสารบบเพลงดาบก็ยังถูกเด็กหนุ่มใช้ออกมา ข้อมือพลิกในมุมประหลาดดาบยาวตวัดสูงแทงใส่คอหอยคู่ต่อสู้ เข็มในมือสามเล่มหากยังแทกไปเบื้องหน้าอีกดาบยาวจะแทงใส่คอหอยของมันก่อนแน่นอน
จางจื่อฟงยามตื่นตกใจห้วงสมองพลันปรากฏภาพความตายขึ้นชั่ววูบหนึ่ง ร่างกายก็เกิดรีเฟล็กซ์ตอบสนองออกไปอย่างไม่ตั้งใจเปลี่ยนผ่านออร่าโจมตีกลับมารวมศูนย์ที่คอหอยของตัวเองโดยอัตโนมัติ
หนึ่งปลายดาบแทงใส่คอหอยหมายปลิดชีวิต
เข็มสามเล่มพุ่งใส่ท้องน้อยอย่างไร้สภาวะเมื่อพลังการโจมตีถึงเก้าส่วน ถูกดึงกลับไปคุ้มกาย
จางจื่อฟงถูกแทงตัวลอยขึ้นกลางอาการเลือดไหลโชกออกจากบริเวณคอหอย ส่วนเด็กหนุ่มถูกเข็มบินซัดกระเด็นลอยออกไปเช่นกัน
จางจื่อฟงม้วนตัวกลางอากาศกลับลงพื้น รอยเลือดที่หยดลงพื้นไม่ได้ทำให้ใบหน้าของชายแก่เปลี่ยนไปเลยเขาใช้เข็มขนาดเล็กแทงไปที่ต้นคอของตัวเองเพื่อทำให้เลือดที่ไหลออกมาราวกับก๊อกรั่วแข็งตัวหากเมื่อครู่ตนไม่รั้งออร่ากลับมาป้องกัน ลำคอนี้คงถูกดาบแทงทะลุสิ้นชีพไปเสียแล้วในใจพลันเกิดความคิดสงสัยว่าทำไมจู่ ๆอีกฝ่ายก็มีกำลังภายในกล้าแข็งสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาอย่างแปลกพิสดาร
ทางด้านเรย์เองที่ปลิวไถลออกมารีบดึงเข็มสามเล่มที่ฝังตื้น ๆ บริเวณชายโครงออกโชคดีที่อีกฝ่ายแทงมาในภาวะไร้พลังโจมตีทำให้ออร่าป้องกันของเขาช่วยลดทอนความเสียหายเอาไว้ได้บางส่วนแต่นี่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นกันของกำลังภายใน ซึ่งถึงแม้จะไร้พลังทำลายแต่กระนั้นยังสามารถเจาะผ่านออร่าป้องกันของเขาเข้ามาได้ ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านทั่วร่างก็ทำให้เขาต้องขบกรามแน่นโชคดีที่เมื่อครู่ตัดสินใจเรียกใช้กุณฑาลินีทำให้สามารถแบ่งสัดส่วนการโจมตีและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าปกติ
จางจื่อฟงเองยังไม่ทันได้คิดถึงแผนการต่อสู้ลำดับถัดไปคุรุโอกะที่รอจังหวะอยู่นานแล้วก็บุกเข้ามาในระยะประชิด พายุหมัดมวยรัวมาเป็นชุดจางจื่อฟงตั้งรับอย่างทุลักทุเล
เรย์ใช้ช่องว่างนี้ ส่งเพลงดาบวายุกระซิบออกไปเลือดพุ่งออกมาจากข้อเท้าขวาของจางจื่อฟงด้วยกำลังของเท้าซ้ายของเขาไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ ทำให้เสียสมดุล
ปลายเท้าของคุรุโอกะเรืองรองไปด้วยแสงออร่าเข้มข้นเธอสบโอกาสใช้ท่า ‘เตะตวัด หรือ นาคาขนดหาง’ ฟาดไปที่หน้าอกของจางจื่อฟงเป็นการเตะแบบหลอกล่อเมื่อเท้าลอยสูงสุดแล้วกดปลายเท้าและหน้าแข้งลงการเปลี่ยนทิศทางของปลายเท้าอย่างกะทันหัน เตะหักลงอย่างรวดเร็วทำให้การกดของลูกเตะมีความรุนแรงสูง
จางจื่อฟงล้มหงายกลิ้งไปด้านหลัง
เรย์พุ่งเข้าไปแทงที่เท้าซ้าย ไหล่ขวาและไหล่ซ้าย เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของจางจื่อฟงให้หมดสิ้น
ทว่าจางจื่อฟงกลับหัวเราะออกมาอย่างสำราญราวกับว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างกาย เป็นเรื่องบันเทิงสำหรับเขา
เรย์ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเก็บงำไพ่ตายไว้อีกหรือไม่จึงตัดสินใจจบเรื่องนี้โดยเร็ว ง้างดาบเตรียมตัดศีรษะอีกฝ่าย
ทว่ายังไม่ทันลงมือเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เรย์หันไปปัดป้องกระสุนปริศนาที่พุ่งตรงมายังเขาทิ้งกระนั้นเมื่อออร่าซึ่งครอบคลุมใบดาบสัมผัสกับกระสุนนัดดังกล่าวร่างของเขาก็ส่ายไหวโงนเงนกำลังภายในปั่นป่วนจนแทบอยากอาเจียนออกมา
คุรุโอกะที่เห็นเช่นนั้นรีบดึงอีกฝ่ายเข้าไปหลบในร้านเครื่องประดับซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดเธอเองเข้าใจสถานการณ์ของเด็กหนุ่มดี เพราะเธอก็เพิ่งผ่านประสบการณ์นั้นมากว่าจะทำให้กำลังภายในตัวเองสงบลงได้ ต้องใช้เวลาอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
“จะรับมันตรงๆ แบบนั้นไม่ได้หรอกนะ เจ้านี่น่ะมีชื่อเรียกว่า ‘กระสุนต้นกำเนิด’ซึ่งถูกปลุกเสกจากน้ำรักของเธอที่ผสมอยู่ในช่องคลอดของฉันยังไงล่ะดาร์ลิ้ง…”