หลังจากเข้ามาในที่พักขององค์ชายเรียบร้อยแล้ว เธอก็ค่อยๆสำรวจไปรอบๆว่ามีอะไรที่ดูน่าจะเป็ของวิเศษที่พาเธอเดินทางข้ามภพมาที่นี่ได้บ้าง
“อืม อันนี้ก็ไม่น่าใช่”หญิงสาวหยิบปิ่นปักผมขององค์ชายขึ้นมาดูอย่างพิจารณาและพูดออกมาเบาๆ
“หรือจะดาบอันนี้ ดูสวยน่าค้นหา”ผู้กองสาวถือดาบขึ้นมาดูอย่างชื่นชมในความสวยของมัน คิดในใจ จะบ้าเหรอใครเข้าข้ามภพมาเพราะดาบกันวะ ไม่ใช่หนังจักรๆวงศ์ๆ
“เอ๊ะ! หรือจะต้องหาพวกลูกแก้ว กระจก หรืออะไรที่สะท้อนแสงไหมเนี่ย แต่เท่าที่ดูไม่เห็นจะมีอะไรที่มันน่าจะพาหายตัวกลับได้เลย กลับที่พักเราดีกว่า เซ็งเป็ด”หญิงสาวบ่นและกำลังจะหันหลังกลับแต่ก็ชนกับอกกว้างขององค์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าอย่างจัง
“โอ้ย! เฮ้ย!” หญิงสาวร้องด้วยความเจ็บและใ
“เ้าเข้ามาในที่พักของข้า ประสงค์สิ่งใดกัน”องค์ชายสามถามด้วยใบหน้านิ่ง
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร ข้า เอ่อ ข้าคงนอนละเมอ อ่าวนี่ไม่ใช่ที่พักเราจริงๆด้วย ไปก่อนละนะข้าง่วงนอนละ ฮ่าวๆ”หญิงสาวรีบแก้ตัวและอ้าปากหาวทำท่าทางง่วงนอนสุดๆและกำลังจะเดินออกไป
“จะรีบไปไหนล่ะ ไหนๆเ้าก็เข้ามาแล้วอยู่เสวนากับข้าก่อนสิ”องค์ชายสามเรียกหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากที่พักของเขาไปให้หยุดก่อน
“แต่ข้าอยากนอนแล้ว”ผู้กองสาวรีบเดินหนีอย่างกลัวองค์ชายหนุ่มจะจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอแอบเข้ามาในที่พักของเขา
“ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็หลอกข้า บอกมาว่าเ้าประสงค์สิ่งใดจากข้ากันแน่”เขาพูดและดึงแขนเธอไว้จนทำให้หญิงสาวเสียหลักล้มลงไปบนตัวขององค์ชายหนุ่มอีกครั้ง
“โอ้ย! บอกแล้วไงว่าแค่นอนละเมอไงล่ะ”ผู้กองสาวร้องด้วยใแต่ก็ยังยืนยันคำตอบเดิม
“ถ้างั้นก็ต้องมีบทลงโทษสำหรับคนตั้งใจตอบเท็จ”องค์ชายสามพลิกตัวผู้กองสาวลงไปนอนข้างล่างและจับใบหน้าของหญิงสาวไว้และก้มใบหน้าลงไปชิดกับเธอ
“ข้าให้โอกาสเ้าตอบใหม่ ถ้าช้ากว่านี้ข้าอาจจะเปลี่ยนใจ”องค์ชายหนุ่มก้มลงไปกระซิบข้างหูของหญิงงามที่นอนอยู่ใต้ร่าง
“ปล่อยก่อน คนนอนละเมอจริงๆจะให้ตอบอย่างอื่นได้ยังไงล่ะ”หญิงสาวยังยืนยันคำตอบเดิม
“ทำไมเ้าชอบที่จะทิ้งโอกาสที่ข้าให้อย่างไม่ใยดี”องค์ชายสามต่อว่า
“ข้าพูดความจริง ปล่อยได้แล้ว”หญิงสาวรีบตอบ
“เ้าต้องถูกลงโทษ ที่บังอาจโกหกข้า” องค์ชายสามกล่าวและก้มหน้าของเขาลงมาใกล้หน้าของเธอแต่ก็ต้องร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บอย่างไม่ทันได้ระวังตัว
”โอ้ย! โอ้ย! แฮกๆๆ ปล่อย!!!...ข้า”องค์ชายสามร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ถูกผู้กองสาวใช้ศีรษะของนางโขกมาที่หน้าของเขาอย่างแรงและตอนนี้ก็พลิกตัวขึ้นมาอยู่ข้างบนตามทักษะป้องกันตัวที่เธอเรียนมาและกำลังใช้มือบีบคอเขาอยู่อย่างเอาเป็เอาตาย
“นี่แนะๆๆ! บังอาจคิดจะมาขโมยจูบแรกของฉัน! ตายเสียเถอะ!”ผู้กองสาวใช้มือเล็กๆของเธอบีบคอขององค์ชายหนุ่มด้วยความโกรธ
“เฮ้ย! แม่นางหลิงจะปล้ำองค์ชายสามเหรอนั่น”ขันทีฟังกงร้องขึ้นมาด้วยความใกับภาพที่เขาเห็นจากทาง้สรหลังของหญิงสาวและองค์ชายหนุ่ม
“จะบ้าเหรอ! คนจะฆ่ากันตาย! มองยังไงว่าจะปล้ำ!”ผู้กองสาวรีบตวาดและปล่อยมือจากลำคอขององค์ชายหนุ่มพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืนทันที
“แคกๆๆๆ อ่อย เกือบตาย”องค์ชายหนุ่มสำลักและรีบสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่
“องค์ชายเป็ไงบ้างขอรับ”เมื่อเห็นองค์ชายของตนทำท่าหายใจไม่ออก
“ฟังกง! เ้าให้นางเข้ามาในที่พักข้าได้ยังไง!”องค์ชายสามถามขันทีคนสนิทที่นอนเฝ้าหน้าที่พัก
“จะเป็ไปได้ยังไงกันข้านอนเฝ้าหน้าที่พักขององค์ชายไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย”ฟังกงรีบบอก
“ฉันว่าต่อให้ม้าวิ่งหลุดเข้ามาเป็สิบตัวก็น่าจะไม่รู้หลับลึกขนาดนั้นฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวแอบพูดกับตัวเองเบาๆอย่างนึกขำ
“ก็เป็ไปแล้วนี่ยังไงล่ะ ผลงานของเ้ายืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเ้านั่นไง”องค์ชายสามบอกและชี้ไปที่หญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลามีรอยแดงตรงหน้าผากและลำคอที่เกิดจากฝีมือของเธอเมื่อสักครู่
“ข้าแค่ละเมอเดินเข้ามา องค์ชายจะลวนลามข้า ข้าแค่ป้องกันตัว”ผู้กองสาวรีบบอกเหตุผลของเธอให้ขันทีฟังกงฟังถึงสาเหตุที่เธอทำร้ายองค์ชายหนุ่ม
“องค์ชายจะทำแบบนี้จริงเหรอขอรับ”ขันทีฟังกงหันมาถาม
“ปล่าวสักหน่อย ออกไปกันได้แล้ว ข้าจะนอน”องค์ชายหนุ่มเลี่ยงที่จะตอบและไล่ให้ทุกคนออกไปและเดินไปล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ทั้งสองจึงเดินออกไปจากห้อง