ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่173 เลือกสายพันธุ์องุ่น

จัดการเรื่องบุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งใหม่เสร็จ เจมส์ขึ้นไปบนเรือ'เมจิกเชี่ยน'ใช้ประตู'สายรุ้ง'เพื่อมาที่ไร่ทุเรียนในจังหวัดนครราชสีมา

นี่คือเวลาสองทุ่มกว่าๆ บรรยากาศย่อมแตกต่างจากทะเลยามค่ำคืน

มีเพียงความเงียบสงบและอากาศเย็นเอื่อยๆ พัดผ่านเข้ามาในไร่

เมื่อมาถึงเจมส์เดินเข้าไปในโดม'ดรูเวียร์'จะเห็นได้ว่าด้านในมีไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบน้ำทำงาน มีดินจำนวนหนึ่งถูกวางเรียงรายไว้ในกระบะเพาะปลูกด้านล่าง เตรียมพร้อมสำหรับปลูกผลไม้เช่นองุ่น

“เจ้านาย นี่คือรายชื่อองุ่นที่ดิฉันรวบรวมไว้ค่ะ รบกวนตรวจสอบดูด้วย”

ระหว่างที่เดินอยู่ในโดมกระจกขนาดใหญ่ โมนิก้าที่เดินตามด้านหลังได้ยื่นเอกสารจำนวนหนึ่งให้

“ทำงานได้เร็วดีนี่นา ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพยักหน้าตามด้วยรอยยิ้ม

“เป็นเรื่องที่ฉันต้องทำอยู่แล้วค่ะ” โมนิก้าพลันรู้สึกดีใจที่ถูกชื่นชม

เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้ตรงโซนสำหรับนั่งพักในโดมกระจก เอกสารที่อยู่ในมือมีสายพันธุ์องุ่นจำนวนหนึ่ง เหมาะสำหรับนำมาปลูกใน'ดรูเวียร์'เพื่อจะสร้างไวน์ราคาแพงขายในตลาด

ประกอบด้วย วิออนเยร์-ปิโนต์ กริจิโอ-รีสลิ่ง-โซวีญง บล็อง-เชนิน บลอง-มอสคาโต้-เกเวอทซ์ทรามิเนอร์-เซมิลยอง-ชาร์ดอนเน่ย์ ฯลฯ

ข้อมูลที่โมนิก้าได้หามานอกจากชื่อสายพันธุ์แล้ว ยังมีบอกถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์หากนำมาทำไวน์ เช่น โซวีญง บล็อง ลักษณะ : รสผลไม้นำ ไลท์บอดี้ จืด ความเป็นกรดสูง มีถิ่นกำเนิดลุ่มแม่น้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส เหมาะกับการจับคู่อาหารทะเลเปลือกแข็ง เช่น หอยเป็นต้น

สายพันธุ์องุ่นจำนวนมากที่ถูกคัดย่อมาพอสมควรอยู่บนหน้าเอกสาร ต่างระบุสถานที่กำเนิดและการดูแล รวมถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวในแต่ละครั้ง นอกจากนั้นการปลูกแต่ละสายพันธุ์ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ด้วยหน้าดินที่ถูกปรับแต่งโดยเจ้านาย บรรทัดฐานที่เคยมีอยู่บนโลกจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ ต่อให้เป็นองุ่นเมืองหนาว หรือฤดูกาลที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ก็สามารถปลูกขึ้นที่นี่ได้อย่างง่ายดาย”

เจมส์พยักหน้าเห็นด้วยกับโมนิก้า

ตัวเขาไม่มีข้อจำกัดแบบเกษตรกรรายอื่น หากเป็นเกมก็คงเป็นตัวบัคที่ผู้สร้างเกมพยายามทำลายให้หายไป

“เจ้านาย จะปลูกองุ่นสายพันธุ์ไหนบ้างเหรอครับ” ทอยที่ยืนอยู่ด้านข้างถาม วันนี้ดูอารมณ์ดีจึงไม่อยากหาเรื่องโมนิก้า

“ด้วยดินของผม ยังจะต้องถามอีกเหรอว่าต้องปลูกอะไร ผมจะปลูกมันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองุ่นสายพันธุ์ที่ดูแลได้ยากหรือฤดูกาลเก็บเกี่ยวอันน้อยนิด!” เจมส์ยื่นเอกสารคืนให้โมนิก้า แล้วเดินออกไปข้างนอก'ดรูเวียร์'

“สมกับเป็นเจ้านาย เท่านี้ตำแหน่งผู้ผลิตไวน์อันดับหนึ่งคงอยู่ไม่ไกล” โมนิก้าไม่ได้พูดประจบ แต่หล่อนเชื่อแบบนั้นจริงๆ

นอกจากต้องเข้ามาตรวจสอบโดมกระจกสำหรับเพาะปลูกองุ่น เจมส์ยังต้องปั้มตราจักรพรรดิ สำหรับลังไม้พาเลทที่จะนำไปเป็นภาชนะใส่ทุเรียนราคาแพง

เมื่อก่อนเขาคิดเพียงแค่ว่าต้องทำให้ทุเรียนกลายเป็นที่สนใจของทุกๆ คน

ไม่ว่าใครคนไหนเห็นทุเรียนถูกบรรจุลงในลังไม้พาเลทเป็นต้องควักเงินในกระเป๋าซื้อเพราะกลิ่นและความดึงดูดอันน่าพิศวง

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เวลานี้มันได้เปลี่ยนให้คนในพื้นที่ใกล้เคียงมีรายได้ ถึงขั้นเริ่มมีการต่อเติม สร้างรีสอร์ทที่พักราคาแพงในบริเวณแถบนี้เพื่อชมสายฟ้าเจ็ดสี

มองเห็นลังไม้พาเลทที่วางสุมกองเป็นภูเขา เจมส์สั่งให้หุ่นแบนเนอร์ตรวจสอบทุกตารางเมตรในไร่ เมื่อรู้ว่าปราศจากหนูแอบเข้ามา จึงเริ่มปั้มตราจักรพรรดิเล่ยเจีย

สายไฟเจ็ดสีปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะมองอีกกี่สิบครั้งมันยังคงน่าอัศจรรย์ใจ ถึงขั้นมีบางคนที่กางเต็นท์ยกมือขึ้นอธิษฐาน ขอให้ลูกสอบติด ขอให้ลูกได้ทำงานดีๆ ขอให้ลูกไม่ต้องติดทหาร...ฯลฯ

ทั้งนี้พวกเขาไม่รู้เลยกับการกระทำดังกล่าวมันช่างไร้ความหมาย เพราะถึงอย่างไรสายฟ้าเกิดขึ้นเพราะผลเสียด้านลบ ย่อมไม่สามารถทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง

แต่อย่างใดก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวก็ใช่ว่าจะไม่สมหวัง มีคนขอแล้วบังเอิญได้ เรียกได้ว่าโชคหล่นทับจึงมีการบอกกล่าวปากต่อปาก สุดท้ายสายฟ้าเจ็ดสีจึงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยที่ไม่อาจลบหลู่หรือดูแคลน ไม่งั้นอาจมีอันเป็นไปในทางที่ไม่ดี

เจมส์พักอยู่ที่ไร่ในวังน้ำเขียว รุ่งเช้าถึงอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนตามปกติเช่นทุกวัน

ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาชั้นปี 3 มีรุ่นน้องปีหนึ่งหลายคนที่บังเอิญเห็นหน้าแล้วไม่รู้จัก

ส่วนพวกปี 3-4 ต่างก็เข้าใจว่าเขาเป็นคนรวย

รวมถึงมีคนจำนวนมากต้องการเข้ามาทำความรู้จัก โดยเฉพาะผู้หญิงหน้าตาสวยหวาน

“เจมส์ ตอนนี้ที่บริษัทกำลังยุ่งมาก งานของพวกเรามีให้ทำแทบไม่ได้พัก ช่วงหลังๆ รู้สึกว่าคนไม่พอ ฉันว่าควรเพิ่มพนักงานดีไหมเพื่อน” ระหว่างช่วงพักเที่ยง กันต์หนึ่งในเพื่อนสนิทที่ทำงานให้เจมส์บ่นถึงปัญหาระหว่างที่ทำงาน

ความจริงเมื่อก่อนเขาต้องเรียกอย่างสนิทสนมว่า'กู 'มึง' แต่เพราะที่ผ่านมาประสบการณ์จากที่ทำงานได้สอนให้เขาเติบโตขึ้น

“นั่นสิเจมส์ นอกจากนั้นงานช่วงหลังๆ มายิ่งละเอียด ผู้ติดตามเยอะขึ้น เรายิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียด ทำสุกเอาเผากินไม่ได้ ฉันว่าควรจะเพิ่มพนักงานแบบที่กันต์แนะนำ ไม่งั้นทำไม่ไหวแน่เพื่อน” คริสดูมีความสุขุมมากกว่าเมื่อก่อน ไม่จำเป็นต้องอดหลับอดนอนตาคล้ำทำงานในบาร์โฮส

“เหรอ...ไว้จะตรวจสอบดูแล้วกัน” กล่าวด้วยความสัตย์จริงตัวเจ้าของอย่างเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทอนิเมชั่นแล้ว ช่วงหลังไม่ได้เข้าไปติดตามรายละเอียด แค่เปิดช่องในยูทูปผ่านๆ เพียงไม่กี่ครั้ง

กันต์กลัวว่าเพื่อนจะพูดแบบขอไปทีจึงต้องย้ำสักนิด “เจมส์ตอนนี้เราเดินมาไกลแล้วนะเพื่อน ยอดผู้ติดตามไม่ใช่เล่นๆ นายควรจะจริงจังกว่านี้ อย่างน้อยก็...ควรเพิ่มพนักงานจำนวนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องมีความรู้มาก เอานักศึกษาในชั้นปี 4 ที่กำลังจะฝึกงานเทอมสองก็ได้ ให้ไปฝึกงานบริษัทนาย”

“นักศึกษาที่กำลังจบเหรอ...” เจมส์เลิกคิ้วหนึ่งข้าง

พูดถึงเรื่องนี้ก็ลืมไปเสียสนิทเลย ปีที่แล้วก็ไม่ได้เอานักศึกษาปีสี่เข้าไปทดลองงาน พวกเขาคือต้นกล้าชั้นดีที่ต้องขัดเกลา จะให้บริษัทอื่นมาแย่งไปได้ยังไง

แต่อีกอย่างที่ทำให้ปีที่แล้วไม่รับคนเพิ่ม สืบเนื่องจากมีงานอื่นต้องจัดการ กอปรกับผลประกอบการด้านงานอนิเมชั่นไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ไม่คิดเลยว่าผ่านไปเพียงไม่นานจะเติบโตขนาดนี้

“ไว้ฉันจะให้ทอยหาตึกให้ ตอนนี้ก็ทนๆ อยู่ที่เก่าไปก่อน จะพยายามไม่ให้โทนมอบงานหนักจนเกินไปแล้วกัน”

สำหรับเรื่องตึกไม่ใช่เรื่องยาก เจมส์ยังไม่คิดซื้อให้เสียเวลาเพียงแต่หาซื้อที่ดินในพัทยาก็เป็นเรื่องยาก บ่อเงินบ่อทองที่สามารถทำกำไรได้รายปี หากมีคนขายแทนที่จะปล่อยเช่าก็เท่ากับโง่เหมือนควาย

ครั้นได้ยินเรื่องตึกใหม่ กันต์และคริสถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น เริ่มวาดฝันเกี่ยวกับห้องทำงาน มุมห้องสวยๆ ที่มองออกมาเห็นตัวเมืองและน้ำทะเลจากชายฝั่ง

.....

กรุงโซล เกาหลีใต้ เจมส์เดินทางด้วย'ประตูสายรุ้ง'

โผล่มาที่คอนโดในเมืองหลวงเป็นการเฉพาะ ดีไซน์ด้านในที่นี่จัดว่าเด่นสะดุดตา เก๋ไก๋สมกับราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าเจ็ดร้อยล้านวอน

ทักทายไทเกอร์ครู่หนึ่งพวกเขามุ่งหน้าไปที่ค่ายเพลง NG

ครั้งนี้ไทเกอร์ไม่ได้ขับรถแต่เป็นทอย เนื่องจากครั้งก่อนได้ทำการบันทึกเส้นทางไว้เรียบร้อย ครั้งนี้จึงต้องทำหน้าที่คนขับรถอย่างแข็งขัน

อาจเพราะการสวมถุงมือดำข้างซ้ายคือเอกลักษณ์ของประธานหนุ่ม แค่เดินผ่านหน้าประชาสัมพันธ์พวกหล่อนจึงรีบลุกขึ้นยืน ทำความเคารพด้วยใจเต้นแรง

เจมส์พยักหน้าพร้อมกับขยิบตาให้ เพียงเท่านี้สาวเกาหลีทั้งสองแทบจะยืนไม่ไหว ต้องใช้สองมือจับโต๊ะประชาสัมพันธ์ มองตาละห้อยตามประธานจนลับสายตาค่อยได้สติคืนกลับมา

เข้าไปในห้องทำงานของคังโยซอน เช่นเดียวกับครั้งก่อนและหลายครั้ง เจมส์ไม่ได้เคาะห้อง มาถึงก็นั่งลงบนเก้าอี้หันไปสั่งกาแฟกับเลขาสาว ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นอันดับสองหน้าดำคล้ำ

“สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนี่ครับ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่างานที่ทำจะหนักเกินไป ก็นะคุณอายุเยอะแล้วนี่นา วัยอย่างคุณควรจะเกษียร อยู่บ้านเลี้ยงหลานได้แล้วนะครับ”

เลี้ยงหลาน...คำพูดนี้ทำเอาคังโยซอนถึงกับจุก

นึกถึงวันนั้นที่ปล่อยให้ลูกสาวไปกับหมาป่าเจ้าเล่ห์ กลับเข้าบ้านก็มีท่าทีประหลาด สอบถามจากคนขับรถจึงได้ความ

“ผมไม่มีหลาน และแทฮีก็ยังไม่มีลูก อย่าคิดว่าจะให้แทฮีมีลูกได้ง่ายๆ ผมไม่ยอมหรอก ฮึ่ม!” คังโยซอนกระแทกเสียงดัง

เจมส์ยังมีหน้าตาใสซื่อ หลังจากกล่าวขอบคุณเลขาและรับกาแฟ ยังคงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “มุกของคุณวันนี้นี่ทำเอาผมประหลาดใจ แทฮีมีลูกจะเกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเธอซะหน่อย ว่าแต่เธอกำลังคบหาดูใจกับใครเหรอครับ บอกผมได้หรือเปล่า”

คังโยซอนทำเสียงเฮอะแล้วมองไปทางอื่น หลังจากนี้จะต้องเตือนลูกสาวให้ดี อยู่ห่างเจมส์ไว้เป็นการดีที่สุด!

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน