ชายหน้าบากกลัวจนหัวหดจึงคว้าขวดเบียร์ขึ้นมาโยนใส่ ระหว่างนั้นก็ตะโกนพูดกับพวกนักเลงคนอื่นๆ ว่า “พวกเราลุยกระทืบไอ้เบื๊อกนี่ให้เละ!”
นักเลง10 กว่าคนถือว่าฝั่งตัวเองมีคนเยอะกว่า จึงคว้าอาวุธของใครของมันวิ่งเข้าใส่ฉินลู่อย่างไม่ลังเล
ฉินลู่ขยับตัวหลบเล็กน้อยก็หลบขวดเบียร์ที่ชายหน้าบากโยนมาได้แล้วจากนั้นก็วิ่งเข้าไปปะทะหมัดกับพวกนักเลง 10 กว่าคนนั้นทันที
แม้ว่าห้องคาราโอเกะนี้จะใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้กว้างพอสำหรับการต่อสู้ของคน 10 กว่าคน จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่โจมตีและเข้าถึงตัวฉินลู่ได้ดังนั้น การเข้ามาทีเดียวทั้งหมดแบบนี้ ไม่ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับฉินลู่เลยด้วยซ้ำ
ฉินลู่หลบหลีกการโจมตีจากพวกนักเลงอย่างใจเย็นเขายกหมัดขึ้นมาต่อยบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็สามารถชกคนจนล้มได้ในทุกครั้ง
นักเลงคนหนึ่งแอบอ้อมไปด้านหลังฉินลู่ยกก้อนอิฐในมือขึ้นมา ตั้งใจใช้มันทุบที่ท้ายทอยของฉินลู่
ฉินลู่ไหวพริบดีเกินมนุษย์จะไปยอมให้ตัวเองโดนการลอบโจมตีแบบนี้ได้อย่างไร เขาเตะไปด้านหลังโดนแขนของนักเลงคนนั้นพอดีทำให้กระดูกแขนของนักเลงคนนั้นหัก มีเสียง “แครก” ดังขึ้นมาทันทีจากนั้น นักเลงคนนั้นก็ล้มลงกับพื้นและกลิ้งไปกลิ้งมาพร้อมส่งเสียงร้องโอดอวย
เสียงต่อสู้ดังมากจนทำให้ผู้จัดการร้านคาราโอเกะถึงกับตกใจเขาพาพนักงานรักษาความปลอดภัย 2-3 คนดันประตูให้เปิดออก แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากด่าพอเห็นว่าคนที่อยู่ภายในห้องกำลังต่อสู้กันอย่างเมามัน แถมยังมีการใช้อาวุธกันด้วยเขาจึงลากประตูให้ปิดเหมือนเดิม เพราะไม่กล้าเข้าไปห้าม
“ไอ้เบื๊อกนี่จัดการยากกว่าที่คิดไว้เสียอีก แม่งเอ๊ย!” ชายหน้าบากเห็นว่าคน 10 กว่าคนยังรับมือฉินลู่ไม่ไหวจึงล้วงมือถือออกมาอย่างร้อนใจ ก่อนกดโทร.หาคนคนหนึ่ง
ฉินลู่เห็นท่าทางของชายหน้าบากก็หัวเราะอย่างเย็นชาแย่งมีดสั้นจากมือของนักเลงคนหนึ่ง จากนั้นก็เหวี่ยงออกไปเบาๆ
“ชึบ!”
มีดสั้นแทงเข้าไปที่ฝ่ามือของชายหน้าบากทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัวมีดนั้นเสียบทะลุมือของเขาติดกำแพงพร้อมกับมือถือเครื่องนั้นด้วย
“อ๊าก!!!”
ชายหน้าบากร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดชีวิต
ภายนอกห้องคาราโอเกะผู้จัดการใหญ่และพนักงานรักษาความปลอดภัย 2-3 มองหน้ากันไปมาและพากันตัวสั่นด้วยความกลัว
“หัวหน้า คนพวกนี้ตีกันโหดเอาเรื่องขนาดนี้ พวกเขาไปมีความแค้นอะไรกันมา”พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดเสียงสั่น
“ไอ้พวกอันธพาลชั้นต่ำพวกนี้ วันๆ ไม่ทำการทำงานอะไร เที่ยวตีกับคนไปทั่วตีพวกมันให้ตายไปเลยก็ดี” ผู้จัดการใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอา
“เราควรโทร.เรียกตำรวจไหมครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดแนะ
“แน่นอนสิ โทร.เรียกตำรวจเดี๋ยวนี้เลย รอให้ตำรวจมาถึงเราค่อยเข้าไปตรวจเช็กสภาพความเสียหายภายในห้อง จะได้เรียกค่าเสียหายจากพวกมันได้ถูก” พูดจบ ผู้จัดการใหญ่ก็ล้วงมือถือออกมาโทร.หาตำรวจทันที
“ตู๊ด...”
“ฮัลโหล สวัสดีครับ ที่นี่คือสถานีตำรวจหนานเฉิงต้องการให้ช่วยเหลืออะไรครับ”
“โทร.จากร้านคาราโอเกะนะครับ ที่นี่มีคนตีกัน ตีกันรุนแรงมากด้วยสถานการณ์น่าทึ่งมาก เอ้ย ไม่ใช่ สถานการณ์ย่ำแย่มาก พวกคุณรีบมานะครับ”
พอโทร.หาตำรวจเสร็จผู้จัดการใหญ่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทำการโทร.เรียกรถพยาบาลด้วย
ในขณะที่คนนอกห้องกำลังโทร.แจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาลนั้นการต่อสู้ภายในห้องก็เกือบสิ้นสุดลงแล้ว
ความแข็งแกร่งของฉินลู่ทำเอาทุกคนทึ่งเขาสามารถล้มนักเลงกว่า10ชีวิตได้อย่างง่ายดาย
พวกนักเลงที่เหลือไม่กี่คนต่างกลัวจนหน้าเขียวอยากจะวิ่งหนีออกทางประตู แต่ถูกฉินลู่วิ่งไล่ตามมาจัดการทีละคน
สุดท้ายในห้องคาราโอเกะห้องใหญ่นี้ก็เหลือเพียงชายหน้าบากที่กำลังร้องโอดอวยอย่างเจ็บปวดอยู่คนเดียว
ฉินลู่เดินไปเดินมาอย่างสบายใจอยู่สักพักเขาเช็กดูอาการของพวกนักเลงที่นอนกองอยู่ที่พื้นเพื่อดูว่ายังมีใครที่รอดจากการโจมตีของตัวเองไปไหมหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าทุกคนถูกตัวเองตีจนลุกไม่ขึ้นเขาก็เดินไปตรงหน้าชายหน้าบาก
ฉินลู่เก็บขวดเครื่องดื่มที่ยังไม่ได้เปิดฝาจากพื้นขึ้นมาแล้วเปิดดื่มไปอึกหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นมาช้าๆ ว่า “นี่น่ะเหรอพวกคนที่นายคิดว่าจะพึ่งพาได้ไอ้พวกนักเลงกระจอกเนี่ยนะ?”
ชายหน้าบากทนความเจ็บปวดที่ฝ่ามือไม่ไหวจึงร้องออกมาและพูดว่า“ทำไมแกต้องมาคอยขัดขาฉันตลอด!ฉันก็ไม่ได้ไปขัดผลประโยชน์อะไรของแกนี่ ใช่ไหม ทำไมต้องคอยจับตาดูฉันด้วย”
ฉินลู่วางเครื่องดื่มในมือลงเขาหัวเราะและพูดว่า “หรือผู้คนบนโลกใบนี้จะต้องขัดแย้งกันแค่เพราะแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวหรือแค่เพราะความไม่เข้าใจกันเท่านั้นเหรอ”
“มันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกเหรอ”
“เหอะๆ” ฉินลู่หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาเทราดบนหัวของชายหน้าบากจากนั้นก็หัวเราะและพูดว่า “ดูเหมือนว่าคนที่ไม่มีคุณธรรมและเส้นขีดจำกัดอย่างนายคงไม่รู้ว่าอะไรคือวิถีของผู้มีอารยะ”
“โอ๊ย!”
ชายหน้าบากขยับเพื่อหลบเครื่องดื่มที่กำลังราดลงบนหัวแต่กลับต้องร้องอย่างเจ็บปวดออกมาเมื่อบาดแผลที่ฝ่ามือฉีกกว้างขึ้น
“เจ็บมากเหรอ” ฉินลู่ถาม
“เจ็บๆๆๆ ...”
ฉินลู่ยิ้มเย้ย“แล้วนายเคยคิดไหมว่าตอนที่นายทำร้ายลุงเมิ่งจนล้มลงไปนอนที่พื้นลุงเขาจะเจ็บบ้างหรือเปล่า เคยคิดบ้างไหม”
“แกเป็นบ้าหรือไง แกกับตาแก่นั่นไม่ได้เป็นญาติมิตรกันสักหน่อย ทำไมต้องหาเรื่องใส่ตัวเพื่อมันด้วย!”ชายหน้าบากไม่เข้าใจว่าทำไมฉินลู่ต้องทำแบบนี้
ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ“ฉันไม่คิดว่านี่คือการหาเรื่องใส่ตัวนะ”
ชายหน้าบากพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมว่า“ฉันจะบอกแกให้ไอ้เบื๊อก ตอนนี้ฉันมีลูกพี่ที่สามารถพึ่งพาได้แล้วเขาเป็นคนที่นายต้องเสียใจถ้าไปมีเรื่องด้วย เพราะฉะนั้นฉันขอเตือนให้แกหยุดซะตั้งแต่ตอนนี้ ไม่อย่างนั้น แกจะต้องเจอดีแน่”
ฉินลู่กระจ่างทันทีและพูดต่อว่า“อ้อที่แท้ก็เป็นแบบนี้สินะ มิน่าล่ะ นายถึงได้มั่นใจขนาดนี้”
ฉินลู่ตบหน้าของชายหน้าบากเบาๆด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “แต่ว่านายไม่มีโอกาสแล้วล่ะ”
“อะไรนะ” ชายหน้าบากทำหน้าตื่นกลัว
“ครั้งก่อนฉันบอกนายไปแล้ว ถ้าพวกแกไม่ยอมอยู่ในคุกดีๆ เกมของเราก็ถือว่าจบเพราะฉะนั้น การลงโทษกำลังจะเริ่มแล้ว” พูดจบ ฉินลู่ก็เรียกลมปราณภายในร่างออกมาเล็กน้อยก่อนจิ้มเข้าไปบนตำแหน่งลมปราณที่บริเวณหน้าอกของชายหน้าบากหนี่งที
ชายหน้าบากรู้สึกเจ็บที่หน้าอกเล็กน้อยแต่เจ็บแค่ครู่เดียวก็หายไป เขาเงยหน้ามองฉินลู่อย่างไม่เข้าใจ ก่อนพูดว่า “ไอ้เบื๊อกแกกำลังทำอะไรน่ะ”
“การลงโทษจบลงแล้ว” ฉินลู่เผยยิ้มอย่างน่าสงสัยออกมาจากนั้นก็ตามไปไล่กดจุดตรงหน้าอกของพวกนักเลงทุกคน
การกดจุดแบบนี้ไม่ใช่การกดทั่วไปภายใต้การกดจุดนี้รวมลมปราณเอาไว้ด้วย มันจะเข้าไปยังส่วนบนของหัวใจของทุกๆคนผ่านนิ้วมือของฉินลู่
ลมปราณจะรวมตัวกันอยู่ตรงจุดลมปราณนั้นจนกว่าจะถึงเวลาที่สมควรถึงจะระเบิดออกมา!
แรงที่ระเบิดออกมาจะทำให้หัวใจหยุดเต้นทันทีสิ่งที่กำลังรอพวกเขาอยู่ก็คือความตายนั่นเอง
คนที่ตายด้วยสาเหตุนี้ต่อให้เป็นพวกแพทย์นิติเวชที่เก่งกาจแค่ไหนก็บอกได้แค่ว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือหัวใจวายเฉียบพลัน ฉินลู่จะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ เพราะไม่มีหลักฐานที่ชี้มาหาตัวเขาเลย
ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้เข้าจะต้องคิดว่าฉินลู่เป็นคนที่มีจิตใจอำมหิต
พวกมันเป็นแค่นักเลงหัวไม้แม้จะน่ารังเกียจก็จริง แต่ก็ไม่น่าเอากันถึงตาย
แต่อย่าลืมว่าฉินลู่เป็นนักฆ่าคนหนึ่งเป็นอาชีพที่ต้องเอาชีวิตคน
ในใจของฉินลู่มีเส้นคุณธรรมอยู่ใครก็ตามที่ก้าวข้ามผ่านเส้นนี้ไปแล้ว ฉินลู่ก็จะมองว่าคนคนนั้นสมควรตาย
ไอ้พวกนักเลงที่ทำตัวกร่างบนท้องถนนไปวันๆทำแต่เรื่องไม่ดีพวกนี้ได้ข้ามเส้นคุณธรรมในใจฉินลู่ไปแล้ว
อีกอย่างฉินลู่ก็ไม่ได้คิดจะฆ่านักเลงทุกคนชายหน้าบากที่เป็นหัวหน้าคนเดียวเท่านั้นที่สมควรตาย ส่วนลูกสมุนคนอื่นๆฉินลู่เพียงส่งลมปราณไว้เพียงน้อยนิด ขอเพียงพวกเขาควบคุมหัวใจให้นิ่งสงบได้ไม่เกิดอารมณ์โมโหมากๆ ถ้าทำแบบนั้นให้ได้ประมาณหนึ่งเดือน ลมปราณที่ตำแหน่งนี้ก็จะค่อยๆจางหายไปเอง