การสนทนาระหว่างพ่อลูกดำเนินไปพักใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม เย่หยุนซีก็เดินออกมาจากห้องทำงานของบิดาพลางถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะนอกจากเื่การสร้างเรือนหอแล้ว เขายังได้รับรู้อีกว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเ้าหญิงหยุนฉางเยว่จะมาอาศัยอยู่ที่จวนแม่ทัพประจิมตามธรรมเนียมปฏิบัติคู่หมายของจักรวรรดิเมฆคราม
"เห้อ พอลงเขามาก็เจอเื่ยุ่งยากเลยแห๊ะ ถ้าหากองค์หญิงมาอยู่ที่นี่แล้วข้าจะฝึกฝนได้อย่างไรกัน" เด็กหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเขาก็เลือกเดินออกจากจวนไปเที่ยวเล่นตามที่ได้ตกลงกับผู้เป็อาจารย์
ใช้เวลาไม่นานนัก! เย่หยุนซีก็มาถึงตลาดใหญ่ใจกลางจักรวรรดิซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาค้าขายและจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่ง
"โห ไม่ได้ออกมาเสียนาน คิดไม่ถึงว่าด้านนอกจะครึกครื้นขนาดนี้" พูดจบ! เย่หยุนซีเดินเที่ยวเล่นราวกับเด็กหนุ่มธรรมดาสามัญ จนกระทั้งมาถึงร้านอาหารสุดหรูหราแห่งหนึ่ง เขาจึงหยุดชะงักฝีเท้าและเงยหน้ามองชื่อร้านด้วยความสนใจ
"ภัตตาคารวสันต์จันทรางั้นหรือ! ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วว่าอาหารอร่อยมาก แต่ข้ายังไม่เคยเข้าไปลองสักครั้ง" เย่หยุนซีบ่นพึมพำ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าร้านและลองสั่งอาหารมาลิ้มรสในทันที
ซึ่งมันเป็เวลาเดียวกับที่เสียงเพลงพิณอันไพเราะดังขึ้นมาจากเวทีกลางร้าน เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็ลุกขึ้นเดินตามเสียงนั้น สิ่งที่เขาพบเห็นคือหญิงงามล่มเมืองอาภรณ์ฟ้ากำลังจรดปลายนิ้วบรรเลงพิณอย่างพริ้วไหวและมีเสน่ห์ราวกับเทพธิดาแห่งดนตรีลงมาจุติก็ไม่ปาน
"อ่า เสียงพิณของแม่นางหลิงจีแห่งนิกายท่วงทำนอง์ ช่างไพเราะสมคำล่ำลือยิ่งนัก"
"ใช่ๆ สมแล้วที่เป็ถึงยอดสตรีที่ทั้งงดงามและมากพร์เคียงคู่กับเ้าหญิงหยุนฉางเยว่ของพวกเรา"
"เห้อ พูดถึงเ้าหญิงหยุนฉางเยว่ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะต้องแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์แห่งจวนแม่ทัพประจิมคนนั้นจริงๆ"
"ชู่! เ้าคนปากเสีย กล้าวิจารณ์ราชโองการขององค์จักรพรรดิ เ้าอยากจะโดนปะานักหรือไงกัน"
หลังสิ้นสุดการบรรเลง บทสนทนาของแขกในร้านก็กลายเป็หลากหลาย พวกเขาเอ่ยชื่นชมแม่นางหลิงจีด้วยความหลงไหล แต่ในตอนท้ายกลับวกวนมาวิจารย์เื่การแต่งงานของเย่หยุนซีซะอย่างนั้น
'เห้อ นี่ล่ะนะข้าถึงไม่อยากออกจากบ้าน....ช่างเถอะๆ พวกเขาคงจะลืมหน้าตาข้าไปแล้วถึงได้กล้าวิจารย์ระยะเผาขนเช่นนี้' เด็กหนุ่มกล่าวอย่างปรงๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะของตนเองในทันที
แต่เมื่อมาถึง! เย่หยุนซีก็ได้พบว่าโต๊ะของเขาตอนนี้มีเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดอาภรณ์สีดำลายแดงกำลังนั่งดื่มกินกันอย่างสำราญใจ
"ขออภัยคุณชาย คนพวกนี้เป็ศิษย์ของนิกายบรรพตโลหิต ตัวข้ามิอาจห้ามปรามหรือล่วงเกินพวกเขาได้จริงๆขอรับ" พนักงานรีบวิ่งมาหาเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยปากขอโทษอย่างสุภาพ
"ไม่เป็ไรๆ อย่าคิดมาก เอาไว้ข้าค่อยมากินวันหลัง" พูดจบ! เขาก็เดินออกจากร้านไปทั้งอย่างนั้น
นิกายบรรพตโลหิต วังหยาดพิรุณ นิกายเทพสุริยัน และนิกายท่วงทำนอง์ ทั้ง 4 ขุมกำลังล้วนเป็นิกายชั้นนำที่เย่หยุนซีไม่ควรจะมีปัญหาในตอนนี้
"เห้อ ช่างเถอะๆ ข้าไปร้านอาหารนอกเมืองที่ท่านพ่อพาไปกินบ่อยๆก็ได้"
เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินออกจากเมืองใหญ่ไปยังหมู่บ้านเล็กๆซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายป่า จากนั้นตรงไปที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลำธาร
"อ้าว นายน้อยเย่ ไม่ได้พบเจอกันนาน สบายดีหรือไม่" ทันทีที่มาถึง! ชายวัยกลางคนเ้าของร้านก็เอ่ยปากทักทาย
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มแล้วตอบกลับไป "สบายดีขอรับท่านลุงหลิว แต่ทว่าตอนนี้ข้าหิวข้าวเอามากๆ"
"ฮ่าๆๆ ถ้างั้นก็เชิญนั่งก่อนเถอะ เดี๋ยวตาแก่ผู้นี้จะทำอาหารชุดพิเศษให้กับท่าน" ชายวัยกลางคนหรือหลิวฉวนกล่าวพลางหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนจะหันหลังเข้าครัวโดยไม่รอช้า
ในเวลาต่อมา! ที่โต๊ะเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มก็เต็มไปด้วยอาหารที่มีกลิ่นหอมไม่ต่างจากภัตตาคารเลยสักนิด
"ว้าว ยังน่ากินเหมือนเดิมเลยนะขอรับ"เย่หยุนซีกล่าวชมเชย พร้อมทั้งเริ่มทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
ทางด้านหลิวฉวนเมื่อเห็นภาพนี้ก็หัวเราะร่าและปล่อยให้ผู้เป็นายน้อยดื่มกินตามอัธยาศัย ส่วนตัวของเขาก็เดินไปนั่งดื่มสุราสนทนากับสหายตามประสาชายชราวัยเกษียณ
แต่ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป จู่ๆภายในป่าก็พลันเกิดเสียงอึกทึกคึกโครมเกิดขึ้น จนทำให้เด็กหนุ่มต้องหยุดชะงักการกินและหันขวับไปมองด้วยความสงสัย
"ตูมๆๆ"
"เกิดอะไรขึ้น? นั่นเสียงอะไร?" หลิวฉวนและสหายอุทานอย่างตื่นตระหนก
"น่าจะเป็ผู้ฝึกตนสู้กับสัตว์อสูร หรือไม่ก็ผู้ฝึกตนสู้กันเอง" เย่หยุนซีกล่าวเพื่อไขความกระจ่าง เขาลุกขึ้นอย่างฉับพลัน วางเงินเอาไว้บนโต๊ะ และวิ่งเข้าป่าไป ถึงแม้พวกหลิวฉวนจะพยายามะโห้ามแต่ก็ไม่ทันการณ์ เนื่องจากเย่หยุนซีรวดเร็วมาก เร็วเสียจนคนธรรมดาๆอย่างพวกเขาเห็นเพียงเงาลางๆเท่านั้น
"อ๊ะ! ไม่ได้การๆ ข้าต้องรีบไปรายงานเื่นี้กับแม่ทัพเย่เดี๋ยวนี้" หลิวฉวนเมื่อได้สติได้ก็รีบวิ่งตรงเข้าเมืองอย่างตื่นตระหนกในทันที
ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซี หลังจากที่เข้าป่ามาเขาก็พุ่งทะยานไปตามกิ่งไม้ด้วยทักษะย่างก้าวเร้นลับ จนกระทั้งได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
"อย่างที่คิด เป็ผู้ฝึกตนปะทะกัน" เด็กหนุ่มหยุดชะงักฝีเท้าและเฝ้าดูอยู่ห่างๆ สิ่งที่เขาเห็นคือกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสีดำลายแดงกำลังไล่ต้อนหญิงงามอาภรณ์ฟ้าที่สภาพไม่สู้ดีนัก
"หือ นั่นมันศิษย์ของนิกายบรรพตโลหิตเมื่อตอนนั้น ส่วนอีกฝั่งก็คือแม่นางหลิงจียอดอัจฉริยะแห่งนิกายท่วงทำนอง์!!" เมื่อเห็นหน้าตาของทั้งสองฝ่าย เย่หยุนซีก็พลันดวงตาเบิกกว้าง
นิกายบรรพตโลหิตคิดจะเปิดากับนิกายท่วงทำนอง์หรืออย่างไร ถึงได้ไปยุ่งกับหญิงสาวผู้ที่มีสถานะเป็ถึงบุตรีของผู้นำนิกายเช่นนี้