ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 อันตรายถึงชีวิต

            เสิ่นเสวียนสังเกตเห็นคนที่ซ่อนตัวอยู่ในมิติเหล่านั้นเขาเชื่อว่าด้วยพลังของราชามารตะวันตกต้องสังเกตเห็นเช่นเดียวกัน แต่เพื่อช่วยสตรีผู้นั้นไว้เขาจึงเลือกเสียสละพรมวิเศษและกระโจนออกไปเพียงลำพัง

            พรมวิเศษไม่ได้เป็นเพียงของล้ำค่าเท่านั้นแต่ยังติดตั้งค่ายกลเอาไว้อีกด้วย หากกระตุ้นพลังของมันขึ้นมาจริงๆ อีกฝ่ายไม่มีทางทำลายได้ทันทีอย่างแน่นอน

            “หนีไป!”

            ราชามารตะวันตกตะโกนเสียงดังก้องค่ายกลที่ซ่อนอยู่บนพรมวิเศษพลันเปล่งประกายแสงสว่างจ้าออกมา กลายเป็นม่านพลังสีแดงเข้มปกป้องสตรีผู้นั้นไว้ภายในม่านพลังนี้แข็งแกร่งไม่ธรรมดา แม้ราชามารตะวันตกโจมตีด้วยพลังทั้งหมดก็ยังมิอาจทำลายได้

            จากนั้นพรมวิเศษก็เหาะออกไปจากแอ่งเถียนซือในทันที

            ทว่าพรมวิเศษเหาะออกไปได้ไม่นานบุรุษไว้หนวดร่างสูงหกฉื่อผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างพรมวิเศษ พร้อมทั้งฟันขวานใหญ่ในมือใส่ม่านพลังนั้น

            ตึงงง!!!

            แม้จะทำลายไม่ได้แต่พลังสะท้อนที่รุนแรงทำให้สตรีที่อยู่ภายในหมดสติไปทันที

            บุรุษผู้นั้นโจมตีไปแล้วไม่เป็นผลจึงยกขวานขึ้นฟันลงไปบนม่านพลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

            ส่วนราชามารตะวันตกกำลังโดนสี่คนนั้นล้อมโจมตีอยู่เหนือแอ่งเถียนซือตอนนี้ทำได้เพียงปัดป้องเท่านั้น พลังของทั้งสามคนต่างเทียบเท่านักปราชญ์ผู้นั้น ด้อยกว่าราชามารตะวันตกเพียงเล็กน้อยเมื่อทั้งสี่คนร่วมมือกัน ราชามารตะวันตกจึงไม่มีโอกาสชนะได้เลย

            หลังจากโดนโจมตีหลายครั้งติดต่อกันร่างของราชามารตะวันตกเต็มไปด้วยบาดแผลจากกระบี่ เลือดสดๆ ไหลทะลัก ไอพลังอ่อนแรงลงไม่น้อย

            “ข้าบอกแล้วยุคของราชามารอย่างพวกเจ้าจบลงแล้ว หลังจากนี้หุบเขาสุขาวดีจะถูกชำระล้างใหม่อีกครั้ง”

            ฉึก!

            นักปราชญ์ที่โดนกริชแทงก่อนหน้านี้แทงกระบี่ยาวใส่หัวไหล่ซ้ายของราชามารตะวันตกทำให้เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด

            “เจ้าเป็นใครกันแน่”

            ราชามารตะวันตกมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยราชามารยังมีความเย่อหยิ่งของราชามาร แม้ต้องตายก็ไม่มีทางก้มหัวให้ใคร

            “คนแพ้อย่างเจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้”

            “สังหารเขาซะ”

            นักปราชญ์กล่าวเสียงเย็นกับอีกสามคน

            สามคนนั้นเตรียมพร้อมโจมตีอยู่นานแล้วต่างแทงกระบี่ใส่ราชามารตะวันตกพร้อมกัน

            กระบี่ทั้งสามแทงออกไปราชามารตะวันตกต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

            ทันใดนั้นขณะที่อีกฝ่ายแทงกระบี่เข้ามา ร่างกำยำของราชามารตะวันตกสั่นเทิ้ม ฝืนกระชากกระบี่ของนักปราชญ์ออกจากร่างและใช้พลังทั้งหมดแทงกริชใส่นักปราชญ์อีกครั้ง

            ตายได้แต่ต้องลากศัตรูให้ตายไปด้วย

            นักปราชญ์เห็นดังนั้นพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไปรีบถอยหลังอย่างลนลาน

            เขาคิดไม่ถึงเลยว่าราชามารตะวันตกจะซ่อนพลังเอาไว้อีกหากโดนราชามารตะวันตกแทงอีกครั้ง คงยากที่จะรอดชีวิตไปได้

            “ตกใจกลัวจนล่าถอยไปก็พอแล้วข้าสู้สามคนไม่ไหวหรอก”

            ขณะนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของราชามารตะวันตกทำให้ราชามารตะวันตกแววตาเป็นประกายขึ้นมา เขาจึงหันไปแทงกริชใส่อีกคนหนึ่ง โอกาสที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คือสิ่งที่เขาวางแผนไว้นานแล้วแม้ต้องตายก็ต้องลากอีกฝ่ายให้ตายไปด้วย

            เสียงที่ดังขึ้นในหูทำให้เขาเชื่อมั่นในเสียงนั้นจึงล้มเลิกแผนการก่อนหน้านี้ไป อีกคนหนึ่งเห็นว่าราชามารตะวันตกกระโจนเข้ามาหาจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปกระบี่ที่แทงออกไปจึงต้องดึงกลับมาเพื่อป้องกันตัว

            ตะขาบแม้ถูกตัดร่างก็ยังไม่ตายแต่นี่เป็นถึงราชามารตะวันตกเชียวนะ

            ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นราชามารตะวันตกก็ยังต้องตายอย่างแน่นอน ท่ามกลางคนทั้งสี่ ขอเพียงมีสักคนหนึ่งแทงกระบี่ใส่ราชามารตะวันตกได้เขาคงรอดไปได้ยาก และถ้าราชามารตะวันตกโดนโจมตี อีกสามคนที่เหลือจะต้องเข้ามารุมสังหารราชามารตะวันตกจนถึงตาย

            เคร้ง!

            คนผู้นั้นที่ดึงกระบี่กลับไปป้องกันตัวโดนราชามารตะวันตกฟันกระบี่หักแววตาของคนผู้นั้นฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด เพราะตอนนี้ราชามารตะวันตกแทงกริชเข้ามาถึงตรงหน้าแล้วและในขณะเดียวกัน กระบี่ของอีกสองคนอยู่ห่างจากร่างราชามารตะวันตกไปเพียงหนึ่งชุ่น

            นี่คือการเอาชีวิตแลกชีวิต!

            สำหรับราชามารตะวันตกมันคุ้มค่าแล้ว

            ตึง! ตึง!

            ขณะที่ราชามารตะวันตกกำลังจะโดนแทงพลันมีเสียงดังก้องขึ้นสองครั้งจากด้านหลังของราชามารตะวันตก เห็นเพียงด้านหลังของเขามีเสียงมังกรคำรามพร้อมกับกระบี่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นต้านทานกระบี่อีกสองเล่มเอาไว้ได้

            พลังสะท้อนกลับที่รุนแรงทำให้สองคนนั้นกระเด็นออกไปพร้อมกันเพียงแต่กระบี่ใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศพลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

            ราชามารตะวันตกไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังกริชในมือเขาพุ่งไปที่ใบหน้าของคนผู้นั้นและแทงเข้าไปในพริบตา

            “อ๊าก!!!”

            เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับกริชที่แทงเข้าใบหน้าทะลุผ่านหน้าผากของอีกฝ่ายเสียงร้องโหยหวนเพิ่งดังขึ้น เลือดแดงฉานพลันสาดกระเซ็นโดนใบหน้าและลำตัวของราชามารตะวันตก

            กริชของเขาเป็นศาสตราวิเศษขั้นปฐพีทั้งยังมีพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งผสมผสานอยู่ด้วย รวมเข้ากับแทงใส่จุดสำคัญของอีกฝ่ายทำให้แขนขาของคนผู้นั้นอ่อนแรงลง ไอพลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว

            ตายแล้ว!

            ผู้แข็งแกร่งขั้นราชันคนหนึ่งถูกปลิดชีพด้วยกระบวนท่าเดียวโดยการโจมตีของราชามารตะวันตก

            “รับชะตากรรมของเจ้าไป!”

            เมื่อเห็นราชามารตะวันตกสังหารสหายของตนเองทำให้นักปราชญ์และอีกสองคนมีสีหน้าโกรธแค้น ต่างแสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาโจมตีใส่ราชามารตะวันตกราชามารตะวันตกในตอนนี้เพิ่งจัดการกับคนผู้นั้นเสร็จ มิอาจหลบหลีกการโจมตีของคนที่เหลือได้เลย

            สำหรับราชามารตะวันตกแล้วเขารู้สึกพึงพอใจมาก เขารู้ว่าหลบไม่ได้ก็ไม่คิดจะหลบ จึงกระชากกริชออกมาจากใบหน้าของคนผู้นั้นทำให้ร่างของคนผู้นั้นร่วงหล่นลงไปทันที

            แล้วเขาก็กางแขนออกยอมรับความตาย

            ผู้เป็นราชาแม้ต้องตายก็ต้องตายอย่างอาจหาญ

            ฝ่ายหนึ่งสามคนแสดงพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาส่วนอีกฝ่ายเลิกต่อต้านไปแล้ว หากสถานการณ์เป็นไปอย่างนี้ ราชามารตะวันตกจะต้องตายอยู่ที่นี่ภายในสองลมหายใจกลายเป็นหนึ่งในแอ่งเถียนซือ

            “เลิกต่อต้านเสีย”

            ขณะเดียวกันราชามารตะวันตกที่เลิกต่อต้านไปแล้วได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหู เสียงนี้เหมือนกับที่เคยได้ยินก่อนหน้าทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นทำให้เขาเลิกต่อต้านในทันที

            เคร้งๆๆ!!!

            กระบี่สามเล่มของพวกนักปราชญ์ปะทะกันเองก่อให้เกิดประกายแสงออกมาทั้งสามคนโดนพลังสะท้อนกลับจนกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย

            “หายไปไหนแล้ว”

            นักปราชญ์มองมิติว่างเปล่าเบื้องหน้าเมื่อครู่ราชามารตะวันตกยังอยู่ตรงนี้ แค่ลมหายใจเดียวเขากลับหายตัวไปแล้ว

            เมื่อคนหายไปทำให้พลังโจมตีของพวกเขาพุ่งเข้าใส่อากาศว่างเปล่าเขาวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหายตัวได้ และยังหายตัวไปอย่างไร้ที่ติอีกด้วย

            “หายไปแล้ว?”

            อีกคนหนึ่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อความสามารถหายตัวไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ขั้นราชันจะทำได้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นจักรพรรดิแล้ว

            “ไม่มีทางตามหาเขาให้เจอ ตัดปีกไปก็บินไม่ได้แล้ว”

            นักปราชญ์ก้มหน้ามองสหายคนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงไปในแอ่งเถียนซือด้วยสีหน้าเคร่งขรึมราชามารตะวันตกฝีมือโหดเหี้ยมยิ่งนัก ตอนนี้อีกฝ่ายหายตัวไปเขาจึงต้องระวังตัว ด้วยพลังของอีกฝ่ายหากเขาแฝงกายมาข้างๆ แล้วโจมตีเข้ามา ตนเองคงต้องกลายเป็นหนึ่งในแอ่งวิญญาณเบื้องล่างเช่นกัน

             

            ภายในมิติของผังเมืองซานเหอ

            เสิ่นเสวียนเสิ่นเสี่ยวเม่ย และเสิ่นเลี่ยนซ่อนอยู่ภายใน เบื้องหน้าของพวกเสิ่นเสวียนคือคนจากเผ่าอนธการกับเหลยต้งที่เป็นหุ่นเชิดและราชามารตะวันตกที่เพิ่งเข้ามาเมื่อครู่นี้

            การหายตัวไปของราชามารตะวันตกเป็นฝีมือของเสิ่นเสวียนที่เคลื่อนย้ายร่างของเขาเข้ามาในมิติแห่งนี้

            เสี่ยวเหยียนยังอยู่ในผังเมืองซานเหอและขยายพื้นที่ไปด้วยทำให้มิติแห่งนี้ใหญ่กว่าเดิมประมาณหนึ่งเท่า ตอนนี้จึงสามารถฝืนยัดพวกเขาเข้าไปได้มิติที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้และยังมีขนาดใหญ่เพียงนี้ หากล่วงรู้ไปทั่วทั้งทวีปไม่รู้จะก่อให้เกิดความโกลาหลมากแค่ไหน

            “เจ้าเองหรือ”

            ราชามารตะวันตกมองเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเองด้วยความตกใจระหว่างทางที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เขาได้เห็นเสิ่นเสวียนเพียงแวบเดียว ไม่ได้ประทับใจมากนักรู้เพียงว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ไม่เลวคนหนึ่ง จากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว

            “ข้าอยากทำการแลกเปลี่ยนกับผู้อาวุโสไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีความเห็นอย่างไร”

            เสิ่นเสวียนมองราชามารตะวันตกด้วยรอยยิ้มบางๆพลางกล่าว

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน