เมื่อบุญออกไปแล้วองค์หญิงจึงได้ถามผู้หมวด
“คุณอัจฉราเธอเพี้ยนๆ อย่างนี้หรือคะ?”
ผู้หมวดหัวเราะก่อนจะตอบ
“ไม่เลยครับ เธอสติดีกว่าพวกเราซะอีก เธอแค่ชอบแกล้งผมน่ะครับ นานๆจะเจอเธอสักที แต่พอเจอทีไรเธอก็หาเื่แกล้งผมประจำ เหมือนอย่างเมื่อกี๊ครับ คุณเทย่าก็ยังพลอยเป็ไปกับเธอด้วยนะครับ”
“จริงหรือเนี่ย? หืม…แม่เทพธิดาเ้าเล่ห์ มาแกล้งหลอกเรา”
องค์หญิงรำพึง
“สมัยเรียนผมและเพื่อนๆก็เคยเรียกเธออย่างนั้นกันครับ ‘เทพธิดาเ้าเล่ห์’ เพราะบุญเค้าเป็คนหัวไว พวกเราเลยไม่ค่อยจะทันความคิดของเธอ แต่เธอก็เป็คนที่จิตใจดี คุณเทย่าไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเธอหลอกหรอกครับ เพราะถึงเธอจะเ้าเล่ห์แต่ก็ซื่อมากและไม่เคยโกหกใคร”
ผู้หมวดเล่าเื่บุญในสมัยเรียนให้องค์หญิงฟัง
“เ้าเล่ห์...แต่ซื่อ...หรือคะ? ไม่น่าจะอยู่ในคนๆเดียวกันได้เลยนะคะ”
เ้าหญิงเทย่าพูดอย่างแปลกใจ
องค์หญิงเห็นเป็โอกาสที่จะได้รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุญจากการถามเพื่อนเธอในสมัยเรียน
“แล้วเธอมีอะไรที่…พิเศษ แปลกประหลาดกว่าคนอื่นๆบ้างหรือเปล่าคะ? ฉันเห็นว่าเธอทั้งสวยและฉลาดเลยสนใจอยากรู้น่ะค่ะ”
ผู้หมวดยิ้มเมื่อเห็นว่ามีคนชื่นชมเพื่อนของเขาขนาดนี้
“ในสมัยเรียน ที่พิเศษกว่าคนอื่นก็คงเป็เื่การเรียน เพราะบุญเค้าเรียนเก่งมาก สอบได้ที่หนึ่งทุกปีเลยครับ ถึงขนาดเคยได้ที่หนึ่งในการสอบแข่งขันคณิตศาสตร์มัธยมปลายระดับประเทศด้วยครับ”
ผู้หมวดเล่าเื่การเรียนของบุญจนทำให้เ้าหญิงเทย่าถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าความจริงบุญเป็คนที่มีไอคิวสูงกว่าคนทั่วไปมาก
“แต่เธอถอนตัวไม่ไปเข้าค่ายเพื่อเป็ตัวแทนไปแข่งขันคณิตศาสตร์ที่ต่างประเทศเพราะไม่้าอยู่ห่างจากแม่ของเธอ และที่แปลกยิ่งกว่านั้นก็คือ เธอกลับเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคณะเล็กๆและทำงานเป็มัคคุเทศก์และร้องเพลงในโรงแรม แทนที่จะเรียนเป็หมอหรือวิศวกร เพื่อนๆทุกคนต่างก็แปลกใจในการตัดสินใจของเธอ แต่ดูเธอมีความสุขดีกับงานที่ทำนะครับ”
ผู้หมวดเล่าไปทำงานไปด้วย
“โห! เธอเก่งขนาดนั้นเชียวหรือคะ? ถ้างั้นก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่เธอเ้าเล่ห์อย่างนั้น แต่ว่าแปลกมากจริงๆด้วยที่เธอกลับเลือกเส้นทางอาชีพนี้ แล้วผู้หมวดยังคิดว่าเธอไม่เพี้ยนอีกหรือคะ?”
เ้าหญิงเทย่ามีท่าทางแปลกใจ
“เคยคิดครับ แต่ก็กลายเป็เื่ปกติของเธอไปแล้วครับ พวกเพื่อนๆต่างก็ลงความเห็นว่าส่วนใหญ่เป็เพราะเธอรักและเชื่อฟังแม่ของเธอ ท่านคงมีเหตุผลอยากให้ลูกสาวมีชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนท่าน ไม่อยากให้เธอดูโดดเด่นจนเกินไปน่ะครับ”
ผู้หมวดบอกองค์หญิงซึ่งพยักหน้าเข้าใจ
“นอกจากเื่เรียนแล้ว มีเื่อื่นที่พิเศษอีกมั๊ยคะ? เช่นรู้สึกว่าเธอช่างเป็คนที่โชคดี หรือทำให้เพื่อนๆได้เจอแต่เื่ดีๆ ทำนองนั้นน่ะค่ะ”
องค์หญิงพยายามยกตัวอย่างเพื่อให้ได้คำตอบตรงประเด็นเื่เทพธิดาแห่งโชคที่เธอสงสัย
“อ๋อ มีแน่นอนอยู่แล้วครับ”
ผู้หมวดพูด ทำให้องค์หญิงยิ้มอย่างมีความหวัง
“เพราะเธอเกิดมาทั้งสวย ฉลาด และเรียนเก่งขนาดนั้น ทั้งครูและเพื่อนๆต่างก็บอกว่าเธอช่างเป็คนที่โชคดีมีบุญสมชื่อเธอจริงๆ และเวลาที่พวกเราขอความช่วยเหลือ เธอก็จะมีความคิดดีๆ มาช่วยแก้ปัญหาให้พวกเราได้เสมอเลยครับ”
“เฮ้อ…แค่นั้นหรอกหรือคะ”
องค์หญิงผิดหวังกับคำตอบของผู้หมวดที่ไม่ได้มีอะไรที่เป็ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับบุญเลยสักนิด
“แล้วยังมีอีกเื่ที่นับว่าเธอโชคดีก็คือ เธอเป็คนที่ร้องเพลงเพราะมากเลยครับ ในวันที่เธอไม่มีคณะลูกทัวร์ให้นำเที่ยว เธอก็จะออกไปรับงานร้องเพลงในร้านอาหารของโรงแรม แต่เวลาที่พวกเพื่อนๆ ชวนเธอไปร้องคาราโอเกะกัน แม่ของเธอก็ไม่เคยอนุญาตให้เธอไปด้วยสักครั้ง”
เมื่อผู้หมวดเล่าให้องค์หญิงฟังถึงตอนนี้บุญก็เดินกลับเข้ามาได้ยินพอดี
“คุยเื่อะไรกันคะ? คงนินทาฉันกันอยู่ล่ะสิ”
“ผู้หมวดบอกว่าคุณอัจฉราร้องเพลงเพราะมากเลยค่ะ ร้องให้ฟังสักเพลงสิคะ”
เ้าหญิงเทย่าพูดเพื่อกลบเกลื่อนเื่อื่นๆ ที่คุยกับผู้หมวด
“ให้หม่อม…เอ่อ ให้ฉันร้องเพลงในโรงพักหรือคะคุณเทย่า? ไม่ดีกระมังคะ เราไปรอผู้หมวดที่รถกันดีกว่าค่ะ พวกเค้าคงเป็ห่วงคุณเทย่ากันแล้ว”
แล้วบุญก็พาองค์หญิงลงมาจากสถานีตำรวจ
“เมื่อตะกี๊นี้เธอแกล้งเรากับผู้หมวดหรือจ๊ะ คุณเทพธิดาอัจฉรา?”
องค์หญิงถามบุญเมื่อทั้งสองเดินมาถึงลานจอดรถ
“หม่อมฉันไม่ใช่เทพธิดานะเพคะองค์หญิง หม่อมฉันก็แค่แกล้งเพื่อนเล่นๆเท่านั้นเอง ไม่นึกนี่เพคะว่าองค์หญิงจะทรงเล่นด้วย คงไม่กริ้วหม่อมฉันนะเพคะ”
“เราไม่โกรธก็ได้ถ้าเธอร้องเพลงให้ฟัง อยากได้ยินเธอร้องเพลงมากเลยค่ะ”
องค์หญิงมีข้อแลกเปลี่ยน
บุญยิ้มก่อนตอบ
“ได้เพคะ”
บุญจึงเริ่มร้องเพลงให้องค์หญิงฟังด้วยเสียงใสๆ อันไพเราะของเธอในขณะที่เดินกลับไปที่รถตู้ด้วยกัน องค์หญิงกล่าวชมเสียงร้องเธอ เพราะว่าองค์หญิงก็ชื่นชอบการร้องเพลงมากเช่นกัน
เมื่อทั้งสองสาวเดินมาถึงรถ บุญก็หยุดร้องเพลง ชายหนุ่มทั้งห้าและคนขับรถกำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ภายในรถ หญิงสาวทั้งสองจึงเดินเข้าไปหา
“เรายังมีเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงผู้หมวดถึงจะนำเราไปพบนายตำรวจเกษียณอายุนะคะ ดังนั้นระหว่างที่รอ เราไปชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆกันก่อนดีมั๊ยคะ?”
บุญเสนอความเห็นต่อทุกคนเพื่อไม่ให้คนขับรถสงสัยเื่ที่พวกเขาไม่ได้แวะชมสถานที่ท่องเที่ยวกันใน่เช้า เ้าหญิงเทย่าเห็นด้วยเพราะเข้าใจจุดประสงค์ของบุญ
“ดีค่ะคุณอัจฉรา ถ้าเช่นนั้นเราไปกันเลยค่ะ”
คนอื่นๆ จึงพยักหน้าตามเธอด้วย
ทั้งหมดนั่งประจำที่ในรถตู้และออกเดินทางเพื่อไปชมพระธาตุเจดีย์หลวง จากนั้นจึงได้เดินทางต่อไปยังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และกลับถึงสถานีตำรวจตรงเวลาก็พบว่าผู้หมวดกำลังออกมาหาพวกเขาพอดี