ตอนที่10 : มีบางสิ่งบางอย่างนำทางให้เรา...
หน้าโรงเรียน
ผมขับรถออกมาจากลานจอดรถผมเห็นพาสเทลกำลังยืนรอรถอยู่ ผมขับรถเคลื่อนไปจอดตรงหน้าเธอ ปี๊นปี๊นนน!! ผมบีบแตรพร้อมกับลดกระจกให้เธอหันมา ผมะโเรียกเธอ
ก้อนหิน : พาสเทล
พาสเทล : อ้าว ก้อนหิน
ก้อนหิน : บ้านอยู่ไหนเนี่ยพาสเทล
พาสเทล : อยู่แถวบางแคอ่ะ
ก้อนหิน : พาสเทลกลับไงเนี่ย
พาสเทล : กลับรถเมล์ปอ.อ่ะ
ก้อนหิน : กลับด้วยกันไหมทางผ่านนี้พอดีเลย
พาสเทล : ไม่เป็ไรอ่ะ
ก้อนหิน : ไม่เป็ไรมาเถอะเดี๋ยวต้องไปส่งพัสดุด้วยขึ้นรถๆเร็ว คันหลังบีบแตรแล้ว
พาสเทล : ขอบใจน่ะก้อนหิน
ก้อนหิน : อืม
ผมหันมามองหน้าพัสดุที่ดูก็รู้ว่าไม่พอใจพร้อมกับบังคับรถแจ๊สสีแดงของตัวเองให้ขับเคลื่อนออกไปตามถนน ั้แ่พาสเทลขึ้นมาบนรถภายในรถทุกอย่างเงียบจนอึดอัดผมเหลือบมองพาสเทลผ่านกระจกด้านหน้าก้อนจะหันกลับมายิ้มให้พัสดุที่ทำหน้าหงุดหงิดอยู่ในตอนนี้
พัสดุ : ยิ้มไร!!
ก้อนหิน : เปล่า
พัสดุ : เห็นน่ะ!!
ก้อนหิน : เห็นอะไร แล้วเป็ไรเนี่ยห่ะ
พัสดุ : เปล่า!!
ก้อนหิน : ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เดี๋ยวป้ายหน้าพัสดุก็ลงแล้วเดี๋ยวพาสเทลมานั่งตรงนี้น่ะ
พัสดุ : จะดีหรอ
ก้อนหิน : ดีดิ!! ทำไมจะไม่ดีล่ะ นี้ไม่ใช่คนขับรถน่ะที่แกจะนั่งหลังแล้วนี้ขับรถให้อ่ะ
พาสเทล : โอเคๆ ก้อนหินว่าไงเราก็ว่างั้น พัสดุคงไม่ว่าไรหรอกน่ะ
ก้อนหิน : ดีมาก พัสดุไม่ว่าไรหรอก
พัสดุ : จอดตรงหน้าปากซอยก็ได้น่ะ!!
ก้อนหิน : อืม ก็ดีน่ะี้เีเข้าไปด้วยเวลากลับรถมันกลับยาก
พัสดุ : ถ้ามันยากมากที่หลังก็ไม่ต้องมาส่ง!!
ก้อนหิน : เป็ไรอีกเนี่ย!! พูดดีๆไม่ได้หรอ
พัสดุ : จะเป็ไรก็ช่าง!! ไม่ต้องมาสนใจหรอก คนอย่างกูก็พูดดีได้แค่นี้ล่ะ ไม่ได้พูดจาดีอ่อนหวานเหมือนพาสเทลนิ!!
ก้อนหิน : แกเป็อะไร มีไรก็พูดตรงๆเลย แกจตะไปอะไรกับพาสเทลมันนักหนาว่ะ แกไม่มีเหตุผลเลยน่ะ
พัสดุ : ใครจะมีเหตุผลเหมือนพาสเทลล่ะ
ก้อนหิน : อย่าพาลได้ไหม
พัสดุ : ไรว่ะ!! ระวังไว้เถอะมันไม่ได้ดีอย่างที่แกคิดหรอก
ผมขับรถมาจอดอยู่ริมทางหน้าปากซอยบ้านพัสดุ พร้อมกับหันมามองพัสดุ ที่ตอนนี้พัสดุดูอารมณ์ไม่ดีมากๆ
ก้อนหิน : ใจเย็นก่อนไหม!!
พัสดุ : แกยังมีหน้ามาบอกให้ใจเย็นอีกหรอ
ก้อนหิน : ถึงบ้านแกแล้ว
พัสดุ : เอ่อ!! รู้ว่าถึงบ้านแล้วไม่ต้องไล่หรอก ได้อยู่กันสองคนแน่นอน แกก็ระวังเถอะ!!สักวันหนึ่ง
ก้อนหิน : พัสดุ!!! ไรว่ะ!!
พัสดุเปิดประตูรถลงด้วยความโมโหพร้อมกับปิดประตูดังปัง ผมได้แต่มองตามพัสดุเดินเข้าไปในซอยบ้าน
ก้อนหิน : พาสเทลนั่งหน้าดิ
พาสเทล : อืม
ผมหันไปบอกให้พาสเทลย้ายมานั่งข้างหน้า ทันทีที่พาสเทลย้ายมานั่งข้างผมผมก็ออกรถอย่างเร็ว ผมรู้สึกโมโหจนลืมตัวว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ จนเธอยื่นมือมาจับผมจนได้สติ
พาสเทล : ก้อนหินขับรถช้าๆได้ไหม
ก้อนหิน : ขอโทษที่น่ะทำให้กลัวเลยสิ
พาสเทล : อืม ก็กลัว แต่เราขอโทษน่ะ
ก้อนหิน : ขอโทษเื่ไรเนี่ย วันนี้พูดขอโทษทั้งวันเลยน่ะ
พาสเทล : ก็ขอโทษเื่พัสดุไง
ก้อนหิน : ไม่เป็ไรหรอกพาสเทลอย่าคิดมากเลยน่ะ พัสดุก็เป็แบบนี้ล่ะทะเลาะกันบ่อยเป็เื่ปกติไปแล้วเดี๋ยวก็หาย อีกอย่างพาสเทลไม่ต้องขอโทษหรอกไม่ได้ไปทำไรให้พัสดุนิ!! ถูกไหม พัสดุแค่ไม่ชอบหน้าพาสเทลเท่านั้นเองจริงๆต้องขอโทษแทนพัสดุด้วยน่ะที่ทำไม่ดีกับพาสเทลอ่ะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลย
พาสเทล : อืม ไม่เป็ไรเลย เราว่าเราเข้าใจพัสดุน่ะ
ก้อนหิน : ก็ดีแล้ว แล้วบ้านอยู่ตรงไหนอ่ะเดี๋ยวไปส่ง
พาสเทล : อยู่ตรงตลาดบางแคอ่ะ เดี๋ยวก้อนหินจอดให้เราตรงป้ายรถเมล์ตลาดบางแคก็ได้น่ะ
ก้อนหิน : ทำไมอ่ะ ให้ไปส่งที่บ้านก็ได้น่ะ
พาสเทล : อ้อ ไม่เป็ไรดีกว่าเราเกรงใจอ่ะ อีกอย่างเราข้ามสะพานลอยก็ถึงคอนโดเราแล้ว
ก้อนหิน : อ้าว!! อยู่คอนโดหรอพาสเทล อย่าบอกน่ะว่าอยู่คอนโดมิเนียมมอล์นิชั่นบางแคอ่ะ
พาสเทล : ใช่ๆเราอยู่คอนโดนั้นล่ะ
ก้อนหิน : โหว่โคตรบังเอิญเลย นิก็อยู่คอนโดนั้นเหมือนกัน ทำไมไม่เคยเจอกันเลย
พาสเทล : เราพึ่งย้ายมาเอง ว่าแต่ก้อนหินอยู่ตึกไหนหรอ
ก้อนหิน : อยู่ตึกA
พาสเทล : ตึกเดียวกันเลย
ก้อนหิน : อย่างงี้ตอนเช้าไปเรียนก็ไปพร้อมกันก็ได้น่ะ ไม่ต้องเกรงใจทำไรเสร็จแล้วก็ทักมาเลยจะได้ออกไปพร้อมกัน
พาสเทล : ได้เลย ยังไงก็ขอบใจน่ะ
ก้อนหิน : อืมไม่เป็ไร
ผมหันไปยิ้มให้พาสเทลพร้อมกับบังคับรถของตัวเองให้ขับมาจอดที่ลานจอดรถในตัวของคอนโดที่จัดสรรไว้ให้ ผมกับพาสเทลเดินเข้าไปในตัวคอนโด ผมกับพาสเทลยืนรอลิฟท์อยู่ได้สักพัก ติ๊ง!! เสียงลิฟท์ดังเตือนพร้อมประตูเปิดออกผมก้าวเท้าไปกดปุ่มลิฟท์พร้อมหันไปถามพาสเทล
ก้อนหิน : พาสเทลอยู่ชั้นไหน
พาสเทล : ชั้น 9
ก้อนหิน : ชั้นเดียวกันเลย
พาสเทล : จริงป่ะเนี่ยโคตรบังเอิญเลย
ก้อนหิน : อืมนั้นสิโคตรบังเอิญเลย หรือบ้างทีอาจจะไม่ได้บังเอิญ
พาสเทล : อืม นั้นสิ
ผมกับพาสเทลหันมามองพร้อมกับยิ้มให้กัน ลิฟท์ค่อยๆเคลื่อนไปหยุดที่ชั้น 9 พร้อมกับเสียงลิฟท์ดังขึ้น ติ๊ง!! ประตูลิฟท์เปิดออก ผมกับพาสเทลเดินออกจากลิฟท์มุ่งไปห้องของตัวเอง
ก้อนหิน : พาสเทลอยู่ห้องไหนอ่ะ
พาสเทล : เนี่ยจะถึงแล้ว ห้อง909 มีไรมาเคาะได้น่ะ
ก้อนหิน : อ้อเคๆ
พาสเทล : แล้วก้อนหินอ่ะ
ก้อนหิน : อยู่ในสุดเลยห้อง919
พาสเทล : เค ถึงห้องเราแล้ว บายเจอกันน่ะ
ก้อนหิน : เค เจอกันเสร็จแล้วก็ทักมาหรือไปเคาะเรียกที่ห้องก็ได้
พาสเทล : เค
ผมยิ้มให้พาสเทลพร้อมกับก้าวเท้าของตัวเองเพื่อเดินไปที่ห้อง ผมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง919 พร้อมกับใช้คีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องสองเท้าของผมได้กว้างเข้ามาในห้องกว้างโทนสีขาวสะอาดตา ผมเดินตรงดิ่งไปที่โซฟาด้วยความรู้สึกเหนื่อยเพลียพร้อมกับทิ้งตัวนั่งพักบนโซฟาสีดำและผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็เที่ยงคืนกว่าๆแล้ว ผมลุกจากโซฟาเดินเข้าไปในห้องนอนไปหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ ซ่า! ซ่า! ซ่า! ซ่า! เสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบลงสู่พื้น ใต้ฝักบัวมีร่างบางสูงของก้อนหินที่ยืนนิ่งปล่อยให้สายน้ำไหลรดั้แ่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า ร่างบางของก้อนหินทำให้เห็นกล้ามหน้าอกซิกแพคที่เป็ลอนที่ดูให้เห็นว่าซ่อนรูปก้อนหินทำความสะอาดร่างกายตัวเองจนพอใจแล้วก็ปล่อยให้สายน้ำรดศีรษะของตนรวมใบหน้าหวานของก้อนหิน ก่อนจะใช้มือทำการปิดฝักบัวทันทีที่อาบน้ำเสร็จ ก่อนหยิบผ้าขนหนูมาใส่ ตามด้วยผ้าขนหนูผื่นเล็กซับหน้าเช็ดผมเล็กน้อย แล้วเปิดประตูออกจากห้องน้ำไปแต่งตัว ก้อนหินเดินมาที่เตียงนอนพร้อมกับอยู่ในชุดนอสีแดง ฟุ่บ เขาทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอันแสนนุ่มของเขา ทำให้เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ก้อนหินนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอนก่อนจะะโออกมา
ก้อนหิน : หิวเว้ยยยย
ผมที่กำลังคิดว่าจะนอนต่อดีหรือจะไปหาไรกอนที่เซเว่นอีกใจก็อยากนอนแต่ทนความหิวไม่ได้อีกใจก็อยากไปแต่ี้เีข้ามสะพานลอย
ก้อนหิน : โอ๊ยยย!! เอาไงดีว่ะ เอาน่ะถ้ากินตอนนี้จะอ้วนถ้าไม่กินจะไม่อ้วน
ผมที่นอนคิดยิ่งอรนานยิ่งหิว ผมเริ่มทนกับความหิวไม่ไหวหลังจากนั้นผมก็ตกลงกับตัวเองเสร็จก็ลุกจากเตียง พร้อมกับเดินมาเซเว่นในตอนตีหนึ่ง ผมต้องเดินข้ามสะพานลอยหน้าคอนโดเพื่อข้ามไปเซเว่นฝั่งตรงข้าม
ตื้อดือออ!! เสียงประตูเซเว่นดังขึ้นพร้อมกับเปิดให้ผมได้เดินเข้าไปในเซเว่นผมมั่วแต่จดจ่ออยู่กับเมนูอาหารข้าวกล่องเซเว่น ปั้ก!! ผมไม่ทันระวังผมถอยหลังไปชนเข้ากับใครคนหนึ่งผมรีบหันไปขอโทษเขา
ก้อนหิน : ขอโทษครับ
ผมหันมามองคนหัวเกรียนรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวที่ลำคอของเขามีรอยสักใบหน้าหล่อของเขากับดูนิ่งคิ้วขมวดคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่งเขาพยักหน้าแทนคำพูดกับผม ผมมองดูเขาเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ผมกับรู้สึกเหมือนคุ้นเคยเหมือนรู้จักแต่ผมนึกไม่ออกว่าเขาเป็ใครแต่ในใจผมมันเต้นเสียงดังแปลกๆจนบอกไม่ถูกผมได้แต่ยืนมองเขาจนเขาหันมายิ้มให้กับผมก่อนเดินออกจากเซเว่นไป ผมถึงหันกลับมาดูเมนูข้าวกล่องตามเดิม
ผมเดินกลับมาห้องพร้อมกับอาหารและขนมผมเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเปิดข้าวกล่องและมาม่าถ้วยผมนั่งกินไปสักพักอยู่ๆผมก็นึกถึงคนที่เดินชนในเซเว่นผมกับรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน ผมนั่งนึกไปสักพักก่อนจะตั้งใจกินต่อเพราะนี้ก็ตีหนึ่งกว่าๆแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปเรียนอีก ก่อนที่จะเข้านอนผมเดินเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบเพื่อแปรงฟันก่อนจะเข้านอน ผมทำธุระเสร็จก็ออกจากห้องน้ำเดินมาที่เตียง ฟุ่บ พร้อมกับล้มตัวลงนอน จนกระทั้งแสงสว่างที่ลอดมาจากม่านค่อยๆแทรกเข้ามาในเปลือกตาของคนๆหนึ่งที่กำลังหลับอยู่บนเตียงแบบไร้สติค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับบิดี้เีเล็กน้อยเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนออกมาในชุดนักเรียน