บทที่ 18 ตัวร้ายตายเพราะพูดมาก
จอมมารจี๋ฉงหน้าซีดเผือด ชี้หน้าด่าเป่ยิอิน "ไม่นึกเลยว่าเทพเซียนที่อารมณ์ตายด้านเช่นเ้าจะมีรสนิยมชอบถอดเสื้อผ้าบุรุษ! น่าเสียดายที่ข้าเป็ชายแท้ เ้าหมายตาร่างกายของข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก!"
ใบหน้าของเป่ยิอินยังคงเรียบเฉย ท่าทีของเขาดูไม่สนใจคำดล่าวหาของจี๋ฉงเลย ปล่อยให้อีกฝ่ายบ้าไปคนเดียว
หนานลี่ได้แต่กลั้นขำในใจ ศักดิ์ศรีของจอมมารคงจะยับเยินน่าดู แพ้แล้วยังต้องมาโดนหยามแบบนี้อีก
"บัดซบ! เป่ยิอินไอ้คนชั่วช้า!" จี๋ฉงสบถออกมาอย่างหัวเสีย รีบหยิบชุดคลุมดำออกมาจากถุงมิติที่เขาพกติดตัว โชคดีที่ที่นี่ไม่มีสตรี ต่อให้เขาแก้ผ้าก็ไม่เสียหายอะไร
อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้เลยว่าหนานลี่กำลังจ้องซิกแพคของเขาอย่างไม่ยอมละสายตา
เป่ยิอินรับรู้ได้ถึงสายตาที่ร้อนแรงจึงก้มลงมองหยกที่เอว แล้วเลื่อนมือไปปิดมันไว้
ในชั่วพริบตา หนานลี่ก็ตกอยู่ในความมืด
อ่าว อดดูหนุ่มหล่อเลย
"เป่ยิอิน เมื่อเป็บุรุษ ยามสู้ก็ช่วยสู้ให้มันมีมารยาทหน่อย ห้ามทำลายเสื้อผ้าข้าอีก แม้เ้าปรารถนา แต่ข้าไม่อนุญาตให้เ้าดูเรือนร่างของข้า!"
เป่ยิอินยังคงไม่สะทกสะท้าน มือกำกระบี่ พุ่งเข้าโจมตีจี๋ฉงอีกครั้ง
อาจเป็เพราะสังเกตเห็นถึงสายตาอันร้อนแรงที่หนานลี่มองจี๋ฉง ยามะเิพลังออกมา ทุกกระบวนท่าของเป่ยิอินจึงล้วนเป็ท่าไม้ตาย หากโดนจังๆสามารถปลิดชีพในคราเดียว บีบคั้นจี๋ฉงอย่างแสนสาหัส
ทั้งสองคนสู้กันั้แ่บนฟ้าลงมาถึงพื้นดิน จากพื้นดินขึ้นไปบนยอดไม้ ั้แ่เช้าตกเย็น กระทั่งฟ้าเปลี่ยนสี
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พลังกายของทั้งคู่ค่อยๆอ่อนล้า
ตอนแรกจี๋ฉงยังยิ้มเยาะ ยั่วโมโหเป่ยิอินอยู่ตลอดเวลา แต่พอเวลาผ่านไป ทั้งสองคนสู้กันจนหมดแรงแต่ก็ยังแยกไม่ออกว่าใครแพ้ใครชนะ เขาจึงเริ่มหงุดหงิดกระบี่ในมือหนักอึ้ง ลมหายใจหนักอึ้ง าแเต็มตัว เืไหลนองเปื้อนเสื้อจนเปียกชุ่ม แต่เสื้อที่สวมเป็สีดำ จึงมองไม่เห็นเืชัดๆ กระนั้นยังสามารถเห็นรอยแผลจากบริเวณที่เสื้อฉีกขาด และมันมีเืสีคล้ำไหลออกมา
ดวงตาของจี๋ฉงเป็สีแดงก่ำ มุมปากยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เขาโยนกระบี่ในมือทิ้งแล้วขอยอมแพ้ "เป่ยิอิน ข้าพ่ายแพ้แล้ว เ้าเก่งที่สุด ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของข้า ว่าโลกปีศาจของพวกเราจะไม่รุกรานโลกเซียนอีก"
เป่ยิอินยืนอยู่บนยอดเขา ชายเสื้อของเขาปลิวไสวตามแรงลม ดวงตาเรียบเฉย เนื้อตัวสะอาดบริสุทธิ์ไม่เปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อย
เป่ยิอิน "เช่นนั้นเ้าจงสาบานต่อหน้าบรรพบุรุษของโลกปีศาจสิ"
จี๋ฉงไม่ลังเล ชูสามนิ้วขึ้นสาบานด้วยสีหน้าที่จริงจัง จากนั้นก็ยิ้มกว้าง "ในเมื่อพวกเราสงบศึกกันแล้ว ข้ามีข่าวบางอย่างจะบอกเ้า รับรองเ้าต้องสนใจแน่ๆ"
เป่ยิอินมองจี๋ฉงอย่างเ็า ถามสั้นๆราวกับวาจาของเขาเป็สิ่งมีค่า "เื่อันใด"
จี๋ฉงปิดปากหัวเราะเบาๆ ศิษย์น้องหญิงของเ้าที่ชื่อสุ่ยเซียนเ้ารู้หรือไม่ว่านางเข้าสู่ด้านมืดแล้ว"
"ว่ากระไรนะ!" เป่ยิอินที่ปกติไม่เคยมีสีหน้าใดๆ เวลานี้แสดงความใออกมา
หนานลี่คิดในใจ : ระบบทำไมนางเอกถึงได้เข้าสู่ด้านมืด นางเป็นางเอกนะ ควรมีรัศมีของนางเอกคุ้มครองสิ แล้วจะกลายเป็ตัวร้ายได้อย่างไร จี๋ฉงคงจะยุแยงพวกเรา หว่านเมล็ดเพาะสร้างความแคลงใจใช่หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม คล้ายระบบค้างไม่ก็คงติดบั๊ค หนานลี่ไม่ได้รับคำตอบจากมัน
จี๋ฉงยักไหล่ "ข้าไม่ได้พูดเล่นนะ เห็นแก่ที่พวกเราเป็สงบศึกกัน ข้าจึงเตือนเ้า จงระวังศิษย์น้องหญิงของเ้าไว้ให้ดี"
จี๋ฉงโยน "ะเิเวลา" ทิ้งไว้ให้เป่ยิอินจมสู่ภวังค์ ส่วนตัวเองก็ถอยกายออกจากหมอกดำ
โดยไม่ทันรู้ตัว ท้องฟ้าพลันมืดสนิท เป่ยิอินพอรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองถูกหมอกดำล้อมรอบเอาไว้แล้ว และตกลงไปในมิติที่ไม่รู้จัก...
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ เ้าหลอกลวงข้านี่ ไหนเ้าบอกว่าจอมมารจะพ่ายแพ้ชนิดคุกเข่าร้องอ้อนวอน แต่สุดท้ายพระเอกกลับเสียสมาธิปล่อยให้ศัตรูก็หนีไป
ผ่านไปนาน
หมอกดำค่อยๆจางหาย วิสัยทัศน์ของหนานลี่กลับมาอีกครั้ง สามารถมองเห็นทุกอย่างตรงหน้า และพบว่ามีก้อนหินดำขนาดน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนวางเรียงราย ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้
ระหว่างกำลังมองไปรอบๆ จู่ๆนางก็ได้ยินเสียง "อ๊อก" เป็เป่ยิอินยกมือกุมหน้าอก อาเจียนเป็เืสีดำออกมา ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกระดาษ
"ท่านเซียน นี่ท่านได้รับาเ็หรือ!" หนานลี่ร้องออกมา ถึงแม้ว่านางจะรู้ว่าพระเอกอาจไม่ได้ยินก็ตาม
เป่ยิอินใช้แขนเสื้อเช็ดเืที่มุมปาก "ข้าไม่เป็ไร จี๋ฉงเ้าเล่ห์มาก ข้าประมาทจึงติดกับ ถูกเขาขังไว้ในมิติแห่งนี้"
จี๋ฉงจงใจพูดถึงเื่ที่สุ่ยเซียนเข้าสู่ด้านมืดเพื่อดึงความสนใจของเขา แล้วฉวยโอกาสใช้มิติขังเขาไว้
ในมิตินี้มีแต่ไอมาร อีกทั้งเมื่อเขาตกลงมาก็ต้องปกป้องปีศาจน้อยจึงถูกไอมารทำร้ายจนอาเจียนเป็เืสีดำ
"มิตินี้ออกไปยากหรือไม่เ้าคะ" หนานลี่ถามด้วยความเป็ห่วง ไม่คิดเลยว่าแม้อยู่ในจี้หยก แต่นางยังคุยกับเป่ยิอินได้ตามปกติ
เป่ยิอินนั่งสมาธิ พลิกฝ่ามือปรับลมปราณ ไม่ตอบคำถามของหนานลี่
ที่นี่อันตรายมากเขาต้องรีบปรับลมปราณรักษาสมดุลร่างกาย
มิติแห่งนี้คือสนามรบที่เทพเซียนกับปีศาจสู้กันเมื่อหลายล้านปีก่อน มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพังของสนามรบ แต่ยังมีิญญาพยาบาทและไอมารมากมาย เป่ยิอินได้รับาเ็สาหัส พลังลดหลั่น ดังนั้นเกรงว่าไม่นานพวกิญญาพยาบาทจะสังเกตเห็นถึงตัวตนของเขา
ระหว่างนี้ หนานลี่เรียกระบบอีกครั้ง
และครั้งนี้ระบบตอบอย่างรวดเร็ว "โฮสต์ท่านอยู่ที่ไหนหรือ เหตุใดวิสัยทัศน์มืดมัวเช่นนี้"
หนานลี่คิดในใจ : ท่านเซียนบอกว่าที่นี่คือมิติกักขัง และเขาาเ็กำลังปรับลมปราณอยู่ เ้ารู้หรือไม่ว่าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร
ระบบ : เนื้อเื่ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว ในเนื้อเื่เดิม หลังจากที่พระเอกเอาชนะจอมมารได้ เขาจะสารภาพรักกับนางเอก ส่วนหนานลี่ที่เป็นางร้ายก็อกหักจนเสียสติและเข้าสู่ด้านมืด แต่ตอนนี้ท่านกับพระเอกดันมาติดอยู่ในมิติแห่งนี้...
หนานลี่คิดในใจ : เนื้อเื่จะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเถอะ ตรงส่วนนั้นข้าแก้ไขไม่ได้ แต่ข้ามั่นใจว่าข้าจะไม่เข้าสู่ด้านมืดแน่นอน เช่นนี้ก็ถือว่าทำภารกิจลุล่วงแล้วสิ นางร้ายไม่ต้องพบกับจุดจบที่น่าเศร้า ข้าสามารถออกจากโลกนี้ได้แล้วใช่หรือไม่
ระบบคิดในใจ : โฮสต์ ตอนนี้พระเอกเริ่มชอบท่านแล้ว ท่านไม่คิดจะลองคบกับพระเอกดูหรือ
หนานลี่คิดในใจ : ข้าไม่ใช่นางเอก ในสายตาของข้ามีแค่ภารกิจ ความรักเป็แค่เื่ไร้สาระ ต่อให้พระเอกจะหล่อแค่ไหน ข้าก็ไม่สนใจ
ระบบพอฟังก็แอบยืนไว้อาลัยให้พระเอกอย่างเงียบๆ
ระบบ : โฮสต์ ภารกิจของท่านยังไม่สำเร็จ โปรดเอาใจพระเอกต่อไปเพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง
หนานลี่ : เอาใจพระเอก? นี่มันภารกิจบ้าอะไรกัน มันยากเกินไป ทั้งชีวิตนี้ข้าไม่เคยเอาใจใคร
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ถึงตอนนี้ เป่ยิอินค่อยๆลืมตาขึ้น และพบว่าจี้หยกที่เอวเขากำลังส่องแสงสีม่วงอ่อนๆ
เป่ยิอิน "ปีศาจน้อย เ้าอยากออกมาหรือ?"
หนานลี่ "ท่านเซียน ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ข้าอยากออกไปช่วยท่านคิดหาวิธี พวกเราจะได้ออกไปจากมิตินี้ด้วยกัน"
เป่ยิอิน "ที่นี่อันตรายมาก พลังบ่มเพาะของเ้าอ่อนแอ อาจถูกิญญาพยาบาทในมิตินี้เข้าสิง อยู่ในหยกเถอะ ข้าจะปกป้องเ้าเอง"
หนานลี่ : เอาใจพระเอกล้มเหลวครั้งที่หนึง...
โครก...คราก...
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ไม่เข้ากับบรรยากาศดังขึ้น แม้แต่หนานลี่ที่อยู่ในหยกก็ยังได้ยินชัดเจน นางหน้าแดงหูแดงไปหมด
"ในเมื่อหิวแล้ว ... เช่นนั้นเ้าออกมากินข้าวเถิด" เป่ยิอินไม่สนใจท่าทีลำบากใจของหนานลี่ เขาพูดขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ
บังเกิดแสงสีขาวสว่างวาบ หนานลี่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเป่ยิอิน ทั้งสองอยู่ห่างกันแค่ครึ่งชุ่น
หนานลี่ : เอาใจพระเอกล้มเหลว ... อีกครั้งแล้วล่ะมั้ง?