“ ใช่ข้าไม่ใช่กระรอกธรรมดา ข้าคือกระรอกเทพ”
“ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเลย กระรอกเทพ ติดตามข้าต้องมีฝีมือ เ้ามีฝีมือหรือเปล่า” เทียนทดสอบ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะโชว์ให้ดู” จากนั้นเ้ากระรอกเทพก็พุ่งตัวขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
แล้วก็กางปีกร่อนไปร่อนมาอย่างรวดเร็ว แล้วมาเกาะหลังเทียนตามเดิม
“ โธ่ ก็แค่กระรอกบิน ข้าเคยเห็นตั้งหลายตัว เขาก็ทำแบบนี้ได้ทั้งนั้น”
จากนั้นกระรอกเทพก็โมโห เริ่มโชว์ความสามารถพิเศษ ทั้งพ่นไฟออกจากปาก ซึ่งไม่มีไฟออกมา มีแต่ควัน แล้วโชว์หายตัว แต่ว่า หายไปแค่ครึ่งล่าง แต่หัวยังอยู่ เทียนส่ายหน้า มันก็โชว์ขยายร่างใหญ่พองตัวให้ใหญ่ขึ้นได้เท่าแมว ก็หดตัวลงเท่าเดิม เทียนส่ายหน้าอีก คราวนี้มันไปลากเกราะเหล็กมาวางไว้หน้าเทียน
แล้วก็งับๆ เกราะเหล็กขาดเป็สองส่วนทันที คราวนี้เทียนใ มันยืนสองขากอดอกยิ้มอย่างภาคภูมิใจทันที
“ ได้ ข้าจะพาเ้าไปด้วย”
“ อาหารสามมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ห้ามขาด พร้อมกับน้ำทิพย์จาก์ อีกวันละ1แก้ว” เ้ากระรอกต่อรอง เทียนหยุดกึก
“ นี่เ้ารู้จักน้ำทิพย์์ด้วยหรือ”
“ ก็ข้ามาจาก์ทำไมข้าจะไม่รู้จักล่ะ” กระรอกเทพเอ่ยอย่างเหมือนเป็เื่ปกติ
“ เ้าชื่ออะไร” เ้ากระรอก ตอบชื่อตัวเองออกมาไม่ได้
“ เอ ข้าชื่ออะไร ทำไม ข้าจำชื่อตัวเองไม่ได้นะ”
“ เฮ้อ นี่ข้ามาเจอกระรอกความจำเสื่อมหรือนี่” เทียนพยายามใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษา แต่ไม่สำเร็จ
“ เ้าชื่อ เสี่ยวไป๋ ก็แล้วกัน”
“ เสี่ยวไป๋ ข้าชื่อเสี่ยวไป๋ ขอบคุณนายท่าน ข้ามีชื่อแล้ว” เทียนพาเสี่ยวไป๋กลับสำนักฉางเซียน อย่างเหนื่อยล้า
ณ ปราสาทฉางเซียน
ภายในห้องท้องพระโรงมีขุนนางและคนสำคัญของราชวงศ์ฉางเซียนประชุมกันรวมทั้งอาจารย์ฉางคงรวมอยู่ด้วย
“ ทุกท่านอ่านสานส์ของจักรวรรดิเหวินิส่งมาแล้วใช่ไหม ทุกท่านเห็นเป็เช่นไรบ้าง” าาฉางเซียน เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ กดขี่กันเกินไปแล้ว เครื่องบรรณาการปีนี้ เพิ่มจากปีก่อนเกือบเท่าตัว ทองคำ จาก 10 ตัน เป็ 20 ตัน หินพลังงานระดับสูง จาก 2 แสน เป็ 4 แสนก้อน
หินิญญาจาก ห้าแสน เป็ ล้านก้อน หากต้องให้ถึงขนาดนี้ ภายใน 5 ปี พวกเราไม่มีทรัพยากรให้ ลูกหลาน และ ศิษย์ของเราฝึกฝนต่อไปอย่างแน่นอน” ขุนนางฝ่ายคลังเอ่อตอบ
“ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไม จักรวรรดิเหวินิ ถึงได้ร้องขอมากมายถึงขนาดนี้ พวกท่านมีใครรู้บ้าง” าาฉางเซียนเอ่ยถาม
“ ได้ข่าวว่าจักรวรรดิเหวินิ มีความขัดแย้ง กับ จักรวรรดิไท่หยวน จึงต้องเริ่มสั่งสมกำลังขึ้น เมืองของพวกเราเวลานี้ อยู่ระหว่างกองกำลังของทั้งสองจักรวรรดิ หากเกิดาขึ้นมา ไม่ใช่เื่ที่ดีแน่” แม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวล
“ พวกเรามีกองกำลังรักษาเมืองเพียง สามหมื่นคนเท่านั้น แต่จักรวรรดิทั้งสองมีไม่ต่ำกว่า 1ล้านคน หากเราถูกโจมตีโดยจักรวรรดิใดก่อน พวกเราต้องล่มสลายอย่างแน่นอน” กุนซือถือพัด เอ่ยเสียงเครียด
“ พวกเราเป็เมืองชายแดนจักรวรรดิเหวินิ พวกเราจ่ายบรรณาการให้พวกเขามาทุกปีไม่เคยขาด แต่สุดท้ายกลับถูกบีบเอาทรัพยากรมากมายขนาดนี้ จักรวรรดิเหวินิทำเกินไปแล้ว” าาฉางเซียนกำหมัดแน่น
“ เื่นี้อาจมีวิธีคลี่คลาย ถ้าหากเราขอความช่วยเหลือไปที่จักรวรรดิต้าฉิน เพราะถ้าทั้งสองฝ่ายหากฝ่ายใดได้ชัยชนะ จักรวรรดิต้าฉินก็คงต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน” อาจารย์ฉางคงเอ่ยออกมา ทุกคนพยักหน้าทันที
“ แต่ว่าแล้วใครจะไปเป็ทูตในครั้งนี้ พวกเราไม่เคยติดต่อกับจักรวรรดิต้าฉินมาก่อนเลย” าาฉางเซียนถามขึ้น
“ เื่นี้ข้าพอมีคนรู้จักอยู่คนหนึ่งที่ จักรวรรดิต้าฉิน ข้าจะไปด้วยตัวเอง” อาจารย์ฉางคงอาสาทันที
“ ได้ ถ้าเช่นนั้น รบกวนท่านอาดำเนินการให้ด้วย พวกเรามีเวลาแค่ 6 เดือนเท่านั้นที่ต้องส่งมอบเครื่องบรรณาการ” าาฉางเซียนเอ่ยบอกกำหนดเวลาให้
หลังจากนั้นทุกคนก็ตั้งความหวังไว้กับอาจารย์ฉางคง และจักรวรรดิต้าฉิน
ณ วิหารเซียน อาจารย์เรียกศิษย์ทุกคนมาพบ และเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ทุกคนต่างกำหมัดแน่นแค้นใจ จักรวรรดิเหวินิกันทั้งหมด ยกเว้นเทียน ที่อยากเจอ องค์ชายเหวินจิ้ง กับนักพรตขาวดำ เร็วๆ
“ พรุ่งนี้ข้ากับศิษย์พี่ใหญ่ และศิษย์พี่รอง จะไปที่จักรวรรคดิต้าฉินไปขอความช่วยเหลือ พวกเ้าอยู่ที่นี่ก็ หมั่นฝึกวิชา อย่าเกียจคร้าน ภายใน สามเดือนข้าจะรีบกลับมา” อาจารย์สั่งศิษย์ทั้งหมด แล้วก็ออกเดินทางไปในทันที ศิษย์พี่สามเป็ใหญ่ที่สุดในที่นี้
“ เ้าห้า อาจารย์ให้พาศิษย์น้องเล็กไปที่ วิหารเทพพฤกษา เ้าพาเขาไปก็แล้วกัน”
เทียนถูกสั่งให้ไปเรียนที่สมุนไพรที่วิหารเทพพฤกษา พอเข้าไปในตึกวิหารก็พบ
อาจารย์หญิงสาววัย เพียง 25 ปี ดูสวยงามมองแล้วคิดถึงแม่เจนยิ่งนัก
“ อาเทียน คำนับท่านอาจารย์ ลี่ชิง ซะ” พี่ห้าแนะนำ เทียนรีบคำนับทันที
“ ท่านอาจารย์ฉางคงบอกแล้ว ว่าให้เ้ามาเรียนกับข้าที่นี่ แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าจะเด็กขนาดนี้” อาจารย์ลี่ชิงมองหน้าเทียนด้วยความเอ็นดู แล้วจูงมือเทียนเข้าไปข้างใน มีเด็กวัน 8-15 ปี รอเรียนอยู่เกือบ สามสิบคน มีท่านหญิงฉางมู่ กับจางลี่ก็มาเรียนด้วย เทียนถูกแนะนำให้ทุกคนรู้จัก แล้วให้นั่งด้านหน้า
“ ด้านหน้าทุกคนมีหยกคนละหนึ่งอัน ในนั้นจะบรรจุรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดที่มีผู้บันทึกเอาไว้ บอกถึงวิธีใช้ และ ลักษณะ สถานที่อยู่ พวกเ้าลองเตะหน้าผากไว้
พวกมันจะเข้าไปในความห้วงจิตสำนึกของพวกเ้า พยายามจำให้มากที่สุด ลองทำดู จากนั้นทุกคนก็ดูดตำราสมุนไพรนี้เข้าไป เทียนก็ทำดู เพียงไม่กี่อึดใจเทียนก็จำได้จนหมด
“ อาเทียน เ้าทำไมไม่อ่านต่อล่ะ”
“ ข้าอ่านจบแล้ว “
“ อะไรนะ อ่านจบแล้วหรือ แล้วจำสมุนไพรได้กี่ชนิด” อาจารย์ลี่ชิง สงสัย
“ ได้ทั้งหมดเลยขอรับ” อาจารย์ใ เด็กทุกคนก็สงสัยสัยว่าเทียนพูดจริงไหม
“ ถ้าเช่นนั้น อาจารย์จะถามชื่อสมุนไพร เธอบอกลักษณะ แล้ว คุณประโยชน์ออกมา” อาจารย์ลี่ชิง ก็เอ่ยถาม ชื่อสมุนไพร ทั้งหมดกว่าสามสิบชนิด เทียนสามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด สร้างความตื่นตะลึงให้กับ อาจารย์ลี่ชิงยิ่งนัก
แล้วสั่งให้นักเรียนในห้อง ท่องจำหยกสมุนไพรต่อไป แล้วอาจารย์ก็จูงมือเทียนออกมาจากห้องเรียน มานั่งคุยที่ห้องส่วนตัวทันที
จากนั้นอาจารย์ก็ลอมถามใหม่ คราวนี้อาจารย์ลี่ชิง ใช้หยกสร้างภาพจริงออกมา ที่ละชนิด เทียนตอบได้ทุกชนิดที่ปรากฏภาพออกมา อาจารย์ลี่ชิงให้หยกวิธีหลอมยารักษาโรค ออกมา ให้เทียนอีกอัน แล้วลองให้เทียนจำวิธีการใช้งาน
เทียนก็ััได้สักครู่ ก็จำได้หมด อาจารย์ลี่ชิงทดสอบจนมั่นใจแน่แล้วว่าไม่มีทางผิดพลาดแน่
“ อาเทียนเ้าทำได้อย่างไร จำทุกอย่างได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนแม่แต่น้อย”
“ ข้าไม่รู้ แต่พออ่านไปก็จำเองได้ทั้งหมด” เทียนไม่ยอมบอกว่า ที่เขาจำได้ทั้งหมดนั้น มาจากพลังนิรันดร์ที่สาม สามารถดูด ทุกอย่างในโลกนี้ออกมาได้
โดยที่เขาไม่ลืมแม้แต่น้อย อาจารย์ลี่ชิงฟังแล้วถอนหายใจ
“ เฮ้อ นึกไม่ถึงสำนักราชวงศ์ฉางเซียนเล็กๆ กลับปรากฏอัจฉริยะขึ้นมา อาเทียนตามอาจารย์มา” อาจารย์ลี่ชิงจูงมือเทียนขึ้นไปบนชั้นสามของวิหารสมุนไพร เจอกับชายชราผู้หนึ่งกำลังนั่งปรุงสมุนไพร โดยมีผู้ช่วยเป็เด็กหนุ่มอยู่สองคน
“ อาจารย์หยางฟง “ อาจารย์หลี่ชิงให้เทียนคำนับอาจารย์หยางฟงด้วย
“ อาจารย์หลี่ชิง ลมอะไรหอบเ้ามาถึงที่นี่” อาจารย์หยางฟง เอ่ยถามแล้วหยุดการปรุงยาก่อนทันที
“ อาจารย์หยางฟง นี่คือลูกศิษย์ของข้า หลี่เทียน” เทียนคำนับอีกครั้ง
“ แล้วท่านพามาหาข้าทำไมกัน”
“ อาเทียนสมุนไพรบนโต๊ะมี 5 ชนิด เ้ารู้ไหมว่าคืออะไร และรู้ไหมว่าอาจารย์หยางฟงจะปรุงยาอะไร”
“ มีหญ้าหนวดั ดอกกุ้ยฮัวพันปี หลินจือทมิฬ พันปี ถั่งเช่าหิมะ รากโสมจักรพรรดิพันปี ถ้านำทั้งหมดมาปรุงยา จะได้ ยาเม็ดอู่หยางเซียน เป็โอสถเพื่มพลังหยางโดยเฉพาะ คนที่กินต้องเป็ขันที อย่างแน่นอน” เทียนตอบชัดถ้อยชัดคำ
“ นี่เ้า รู้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” อาจารย์หยางฟงใ
“ อาเทียนเ้าปรุงยานี้ได้หรือเปล่า” อาจารย์ลี่ชิงลองสองถามดู เทียนพยักหน้า
อาจารย์หยางฟงเลยลองให้เทียนปรุงยาให้ดู เทียนใช้เตาหลอมที่มีอยู่ จากนั้นก็ปล่อยไฟจากร่างกายออกมากลายเป็ไฟสีฟ้า ซึ่งเทียนสามารถดึงมาจากพลังสายฟ้ามาผสมกับพลังอัคคี จึงได้ไฟสีฟ้าเพื่อหลอมยา จากนั้นก็นำต้นสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดใส่เข้าไป แล้วปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไปช่วยผสาน ทำให้สมุนไพรทั้ง 5ชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง จากนั้น แสงสีทองก็ส่องออกมา จากเตาหลอม
ในที่สุด เม็ดยาก็ปรากฏออกมา สามเม็ด มันพุ่งลอยออกมาเหมือนมีชีวิต ลอยไปรอบ ๆ ห้อง เทียนใช้กล่องที่อาจารย์ หยางฟงเตรียมไว้ แล้วสั่งให้เม็ดยามาอยู่ในกล่อง แสงสีทอง ยังส่งประกายไม่หยุด อาจารย์ทั้งสองคน รวมทั้งเด็กช่วยหลอมยา อ้าปากตาค้าง เทียนส่งกล่องยาให้ท่านอาจารย์ทั้งสองดู ทั้งสองหยิบยาออกมาดูก็ใยิ่งนัก
“ นี่มันยาอู่หยางเซียน ระดับ์ บริสุทธิ์ 90%” ทั้งสองอาจารย์เอ่ยปากออกมาพร้อมกัน
“ ์ นี่ข้าเจอเทพเ้าแห่งยา เพิ่งถือกำเนิดมาหรือยังไงกัน” อาจารย์หยางฟงรำพีงออกมา
“ เด็กวัย 5 ขวบสามารถรู้ได้ถึงขั้นนี้ ต่อไปถ้าเขาได้ไปอยู่ที่ดินแดนเทพยุทธ์ ท่านว่าเขาจะยิ่งใหญ่เพียงใด” อาจารย์หลี่ชิงรีบเอ่ยทันที
“ ใช่แล้ว อาจารย์ลี่ชิง ข้าว่าท่านพาเขาไปดินแดนเทพยุทธ์ เลยดีกว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเขา” อาจารย์หยางฟงสนับสนุน
“ ข้าจะพาเขากลับตระกูลของข้าที่ดินแดนเทพยุทธ์ ท่านอาจารย์หยางฟง ข้าหวังว่าท่านจะไปกับข้าด้วย เพราะว่าข้าได้ข่าวว่า ในเร็ว ๆนี้ที่นี่จะเกิดา เมืองฉางเซียนอาจกลายเป็สนามรบ ระหว่างสองจักรวรรดิ” อาจารย์ลี่ชิงเอ่ยชวน
“ เฮ้อ ข้าแก่แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ข้าผ่านอะไรมาเยอะ ถ้ามันจะจบก็ขอให้จบซะที่นี้แหละ แดนเทพยุทธ์ ไม่เหมาะสำหรับคนชราอย่างข้าหรอก” อาจารย์หยางฟงเอ่ยอย่างปลง ๆ
“ อาเทียน เ้าเป็คนธรรมดา ต่อไปเ้าต้องเชื่อฟังอาจารย์ลี่ชิงไว้ อย่างแสดงฝีมือต่อหน้าผู้คนจนหมด ต้องเก็บไว้เป็เคล็บลับซ่อนเอาไว้บ้าง” อาจารย์หยางฟงเอ่ยเตือนเทียน ซึ่งเทียนก็รับรู้อย่างเข้าใจ
“ อาเทียนเ้าอยากไปที่ดินแดนเทพยุทธ์กับข้าไหม” อาจารย์ลี่ชิงเอ่ยถาม
“ ข้าต้องรอท่านอาจารย์กลับมาก่อน ความจริงข้าชอบเรียนแพทย์อยู่แล้ว ถ้าอาจารย์ไม่ขัดข้อง ข้าก็พร้อมจะไป แต่ว่า ที่ดินแดนเทพยุทธ์มีนมมนุษย์ให้ข้ากินไหม?” อาจารย์ลี่ชิงทำหน้างง ๆ
“ นมมนุษย์หรือ?”...