ปีศาจพูดขึ้น เสียงของมันกังวานก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ราวกับดังมาจากทุกทิศทางพร้อมกัน
"ผู้ที่มีดวงตาอันแปลกประหลาด และผู้พิชิตอัมบรา..."
รังไหมสีดำขนาดมหึมาลอยอยู่กลางวงเวท ภายในมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ ไม่มีรูปร่างที่แน่ชัด มีเพียงเสียง
"เจ้าต้องการสิ่งใด"
ผมยืนนิ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ข้าผู้ต่ำต้อยประสงค์ให้นำดวงวิญญาณและร่างกายของเอลฟ์ที่ตายไปแล้ว หลอมรวมกับร่างที่ยังมีชีวิตอยู่"
ผมเหลือบมองเอลฟ์หญิงที่นอนสลบอยู่บนพื้น
"รวมถึง...เธอคนนั้นปรารถนาพลัง"
ในใจผมทบทวนแผนอีกครั้ง
กลอุบายของปีศาจ — เมื่อถวายเครื่องสังเวยให้ปีศาจ ปีศาจจะมอบพลังให้ผู้รับ แต่พลังนั้นจะค่อย ๆ ครอบงำดวงวิญญาณของผู้รับ ทำให้กลายเป็นข้ารับใช้ปีศาจโดยไม่รู้ตัว
ผมมีวิธีตอบโต้กลอุบายนี้อยู่แล้ว
ให้อัมบราปะทะกับวิญญาณของเอลฟ์แบบสูสี — ไม่ปล่อยให้ฝ่ายใดชนะเด็ดขาด ผลคือวิญญาณเสียหาย ค่อย ๆ กลายเป็นสีเทาปนเปื้อนอัมบรา เหมือนอันเดดของเนโครแมนเซอร์ทั่วไป
จากนั้นใส่วิญญาณของฝาแฝดอีกคนเข้าไปรวมด้วย วิญญาณที่เสียหายจะดึงดูดวิญญาณดวงใหม่เข้ามาโดยธรรมชาติ แต่เพราะตัวมันเสียหายไปแล้ว จึงไม่มีพลังพอจะกลืนกินวิญญาณที่สมบูรณ์ได้ ผลคือทั้งสองดวงอยู่ร่วมกันในร่างเดียว โดยไม่หลอมรวมเป็นหนึ่ง
สมดุลเดิมระหว่างวิญญาณกับอัมบราจะพังลง เพราะตอนนี้มีวิญญาณสองดวงแทนที่จะเป็นหนึ่ง ทั้งสองจึงพลิกสถานการณ์กลับมากัดกินอัมบราแทน ได้รับพลังบางส่วนของมันติดตัวไปด้วย
สุดท้าย เมื่อปีศาจหลอมร่างเอลฟ์ทั้งสองเข้าด้วยกันและมอบพลังปีศาจให้ ตามกลไกของลัทธิ พลังนั้นควรจะเข้าครอบงำวิญญาณ
แต่ในจังหวะที่พลังปีศาจไหลเข้าสู่ร่างของเธอ ผมจะเติมอัมบราเข้าไปเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง ให้มันเข้ากัดกินพลังปีศาจนั้นแทนที่จะปล่อยให้พลังปีศาจครอบงำวิญญาณตามกลไกเดิม และดูดซับความสามารถมาเป็นของตัวเอง
ผลลัพธ์สุดท้ายคืออำนาจควบคุมวิญญาณทั้งหมดตกมาอยู่ที่ผม ในฐานะเจ้าของอัมบรา ไม่ใช่ปีศาจ
ที่สำคัญ อัมบราจะไม่กัดกินวิญญาณทั้งสองดวงไปด้วย เพราะมันจะเข้าใจว่าวิญญาณที่ปนเปื้อนนั้นคืออัมบราอีกตนหนึ่ง ไม่ใช่เหยื่อ
เหตุผลที่ผมต้องใช้วิธีนี้แทนการสร้างลิฟวิ่งอันเดดตามปกติ...
เศษวิญญาณของผมที่สะสมไว้หมดไปแล้วกับคนก่อนหน้านี้ ต้องใช้เวลาบ่มเพาะอีกนานกว่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ได้
ผมตัดกลับมาสู่ความเป็นจริง
ปีศาจพูดขึ้นอีกครั้ง
"เงื่อนไขยังไม่สมบูรณ์"
"ฉันคิดไว้แล้ว"
ผมยื่นมือออก เงาใต้เท้าเปิดออก ผมดึงวิญญาณของที่เก็บไว้ในสวนแห่งเงาออกมา ยื่นถวายให้
แต่ปีศาจกลับหัวเราะเบา ๆ
"ข้าหมายถึงเครื่องสังเวยมันมากเกินไปต่างหาก"
ผมชะงัก
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
"ข้าคือปีศาจแห่งปัญญา"
เสียงนั้นดังขึ้นอย่างมั่นคง
"ทุกสัญญาของข้าล้วนเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม แต่เครื่องสังเวยที่เจ้ายื่นให้นั้น...มากเกินไป"
ผมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้น
"งั้นโปรดมอบพลังให้เธอคนนั้นเถิด"
ปีศาจหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม
"เจ้าคิดว่ามานาของเจ้าจะพอหรือ"
ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย
"ท่านหมายถึงสิ่งใดครับ"
"คิดว่าข้าจะไม่รู้กลอุบายของเจ้างั้นรึ"
น้ำเสียงของปีศาจแฝงไปด้วยความขบขัน
"มานาของเจ้าไม่พอที่จะครอบงำพลังที่ข้าจะมอบให้หรอก"
ผมเงียบไปชั่วขณะ ก่อนถามกลับ
"วิญญาณของเอลฟ์ตนนั้นมีค่าขนาดนั้นเลยหรือ?"
"วิญญาณของเอลฟ์ผู้ชายคนนี้คือไฮเอลฟ์"
ปีศาจตอบ
"แถมยังเคยเป็นนักบวชผู้สื่อสารกับต้นไม้โลกมาก่อน ย่อมมีพลังชีวิตมหาศาล เป็นขุมทรัพย์ที่หาไม่ได้อีกในรอบพันปี"
ผมมองไปยังร่างเอลฟ์ที่นอนนิ่งอยู่บนแท่น
"เอลฟ์ระดับนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
ปีศาจหันมองไปยังเอลฟ์หญิงที่ยังสลบอยู่
"ความสัมพันธ์ย่อมทำให้คนอ่อนแอ"
เสียงนั้นเยือกเย็นลง
"ไม่เว้นแม้กระทั่งเอลฟ์ชราผู้นี้"
ผมพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจ
"ท่านโปรดมอบสติปัญญาของท่านให้เธอคนนั้นแทน ในส่วนที่เกินมา"
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ปีศาจจะตอบ
"เป็นข้อเสนอที่น่าพอใจ"
"เป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ท่านทรงเมตตา"
ผมก้มศีรษะเล็กน้อย
จากนั้นปีศาจก็นำวิญญาณและร่างกายทั้งหมดมารวมเป็นรังไหมสีดำ
ผมยื่นมานาที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตัวเองลงไปในรังนั้น
และในวินาทีที่พลังของปีศาจเริ่มไหลซึมเข้าสู่รังไหม ผมรู้สึกได้ทันที มันกำลังจะเริ่มครอบงำ
ผมไม่รอช้า ส่งอัมบราเข้าไปเพิ่มอีกระลอกหนึ่ง แทรกเข้ากลางกระแสพลังปีศาจนั้นโดยตรง
อัมบราของผมพุ่งเข้ากัดกินพลังปีศาจทันทีที่สัมผัสกัน เหมือนสัตว์นักล่าที่รอจังหวะอยู่แล้ว ผมไม่ปล่อยให้พลังนั้นแตะต้องวิญญาณทั้งสองดวงข้างในแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก รังไหมก็เริ่มแตก
เมื่อร่างของเธอปรากฏออกมา ผมต้องหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง
ร่างกายของเธองดงามราวกับถูกหล่อขึ้นจากเงามืด รูปร่างสูงโปร่งเพรียวบาง เอวคอดรับกับช่วงลำตัวอย่างสมส่วน แขนขาเรียวยาวเคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับไม่มีน้ำหนัก ผิวซีดขาวตัดกับเส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทและเครื่องแต่งกายสีเข้มที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวเธอ
และเมื่อผมมองเข้าไปในตัวเธอ...
ผมเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
วิญญาณของฝาแฝดที่อยู่ข้างในนั้น
ไม่ใช่แสงกลมแบบที่ผมเคยเห็นในวิญญาณทั่วไป
แต่มีรูปร่าง
เหมือนเธออีกคนหนึ่ง ซ้อนทับอยู่ในร่างเดียวกัน
เธอค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าผม
"นายท่าน"
