‘แต่นางมารผู้นี้ มาทำไม?’
“หึ มิเห็นเคยรู้ว่าแถวนี้มีร้านหมอดูของเผ่า” ละไว้ในฐานที่เข้าใจระหว่างคนตรงหน้าและนาง “ข้ามีนามว่ามี่เหยา วนเวียนอยู่ในยุทธภพมานาน ข้ารู้ตัวดีว่าตนเองอ่อนด้อยกว่าท่านดังนั้น” ยื่นมือไปให้หมอดูตรวจลายมือ “รบกวนด้วยเจ้าค่ะ” ใบหน้าเย่อหยิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความพอใจในรูปลักษณ์ของบุรุษหนุ่มรูปงาม “ช่วงนี้ตัวข้ารู้สึกว่าในร่างกายตนเองนั้นแสบร้อน ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่” ยิ้มหวานแล้วเอื้อมมือไปจับมือของบุรุษรูปงาม...เพียงแค่สัมผัสมือของอีกฝ่าย นางก็รู้ได้ว่าเขามีนามว่า “ฟาน” เพราะนางมิใช่คนสามัญธรรมดา การไปหาหมอเพื่อรักษาโรคมันย่อมไม่หายขาด จนข่าวลือเรื่องหมอดูชื่อดังนั้นเข้าหู ตัวนางซึ่งเดินทางผ่านมาพักแถวนี้มากกว่าสามวันจึงเฝ้ารอจนถึงวันนี้ วันที่ฟานอวี้ถงเปิดร้าน!!
ฟานอวี้ถงดึงมือออกจากมือร้อนของอีกฝ่ายพร้อมกับสะบัดมือนั้นราวกับจะสลัดความรู้สึกอันน่ารังเกียจออกไป จะบอกว่าสตรีผู้นี้คือมารตนแรกที่เขาได้ดูดวงชะตาใช่หรือไม่ เขานั้นตอบได้ว่าหาใช่เช่นนั้น ตลอดเวลามากกว่าสองร้อยชาติมานี้เขาตรวจคนจากเผ่ามารในเมืองมามากกว่าพันคน ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกับคนธรรมดาเช่นเขา มีหลายคนที่สมสู่กับคนปกติแล้วต้องรับโทษเฉกเช่นชิงเซียนคนเก่า แต่นั่นมิใช่เรื่องใหญ่...ต่างจากสตรีนางนี้ที่สมสู่กับบุรุษทั่วไปแต่ร่างกายยังไม่แตกดับเสียที ในกายนางร้อนรุ่มเพราะมีสิ่งหนึ่งที่ผิดปกติ หากจะสอบถามเวลาเกิดนั้นย่อมหลายร้อยปี ดังนั้น “กฎย่อมเป็นไปตามกฎ เจ้าสมสู่กับคนธรรมดาในกายเจ้าจึงเหลวแหลกใกล้แตกดับ การเวียนว่ายตายเกิดกำลังจะเกิดขึ้นกับเจ้า...อีกไม่นาน”
“ไม่จริง!! ข้าสมสู่กับพวกมัน” ชี้ไปที่บ่าวด้านหลัง “จนพวกมันตายไปมากกว่าร้อยคน ข้ายังมิเป็นไร หากท่านจะปดข้ามิสู้...” อมยิ้มแล้วเดินอ้อมโต๊ะเพื่อไปหาอีกฝ่าย “สมสู่กับข้าเผื่อในกายข้าจะหายร้อนรุ่ม ข้ารู้ว่าเรามาจากที่เดียวกัน เช่นนั้นใยเราไม่สะ...”
“อย่าคิดที่จะแตะต้องสามีข้าเป็นอันขาด” ชิงเซียนผู้ถือถาดใส่ขนมเดินเข้าไปหาสามีด้วยดวงหน้าไร้แววล้อเล่น ใจนางโกรธจนเหมือนมีควันไฟลุกออกมาจากอก ชั่วจังหวะที่นางเดินเข้าใกล้แล้วใช้มือซ้ายผลักสตรีหาญกล้าที่ยังคงมองหน้านางอย่างตื่นตะลึง ผลั่ก!! แค่แรงผลักแผ่วเบา...สตรีผู้นั้นถึงกับปลิวไปกระแทกกับผนังห้องดัง ปั่ก!! ‘ห๊า!! ตายแล้ว’ ผู้กระทำการก้มมองมือตัวเองแล้วมองสามีที่กำลังยิ้มใส่อย่างไม่เข้าใจ “เกิดอันใดขึ้นน่ะสามี” รีบวางถาดขนมแล้วนั่งลงบนตักแกร่งนั้นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
^^ “สามีมิเคยรู้ว่าฮูหยินใช้พลังเป็นแล้ว” อันที่จริงนางมีพลังปราณมากกว่าที่ตัวเองคิด เรื่องนี้มิใช่ว่ามิเคยบอก แต่เขาเคยบอกเมื่อตอนที่อยู่ในร่างแมวดำแล้วเพียงแต่นางไม่คิดจะฟัง...เขาก็ไม่คิดจะบอกอีก
“ยังไม่เป็นเจ้าค่ะ เมื่อครู่เพียงโมโหและคิดอยากจะผลักนางเบาๆ แค่นั้น ใครจะรู้ว่านางถึงกับปลิว” เงยหน้ามองสามี
“นางเป็นมาร” ฟานอวี้ถงตอบ
“จะมิเป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ” ชิงเซียนเอ่ยถามแต่สายตาของสามีมิได้มองนาง แต่เขามองไปที่สตรีนางนั้น นั่นทำให้ชิงเซียนต้องหันตามสายตาคม ก่อนจะพบเข้ากับภาพน่ากลัว
อั่ก! มี่เหยากระอักออกมาเป็นเลือดสีดำ ภายในช่องท้องปั่นป่วนราวกับกระดูกซี่โครงด้านในกำลังแหลกละเอียด ในหัวสมองพึงระลึกถึงกฎ ‘เผ่ามารห้ามสมสู่เคียงคู่เทพเซียนหรือคนธรรมดาสามัญ’ การเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้นคือผลของการกระทำอันเลวร้าย อั่กๆๆ อ่อกๆๆ ร่างกายนางเริ่มสลายไปทีละนิด ใบหน้างามมองสตรีที่ผลักนางเมื่อครู่ จำได้ว่าแม่นางท่านนี้คือบุตรสาวของท่านจอมมารโหวซาน บุตรสาวที่ควรจะเวียนว่ายตายเกิดอยู่กับบุรุษอื่นหาใช่มารรูปงามอย่างฟานอวี้ถง...รึนางจะหมดเคราะห์แล้วงั้นรึ ความคิดของมี่เหยาค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับใบหน้าของบ่าวชายที่กำลังแสยะยิ้มใส่นาง นางตายแต่บ่าวชายยังอยู่...นางเป็นผู้เริ่มนางจึงต้องรับกรรมก่อน ส่วนตัวบ่าวผู้นั้นไม่ช้าไม่นานคงตายตกตามกันมาเพื่อเวียนว่ายตายเกิดกับนาง เป็นเช่นนี้ใช่รึไม่เล่า
ชิงเซียนมองทุกอย่างพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปาก เถ้ากระดูกที่กองอยู่ตรงนั้นเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องที่เห็นไม่ใช่ความฝัน คงไม่ต่างกันกับชิงเซียนคนเดิมที่ในอดีตเวียนว่ายตายเกิดอยู่เกือบสี่ร้อยชาติ หันมองไปยังบุรุษผู้เดินหนีไป “แล้วบ่าวคนนั้นเล่า”
“เขาย่อมต้องตายตามมี่เหยาไปในไม่ช้าและเกิดใหม่เพื่อวนกลับมาเจอกันเช่นเดิม ทำเหมือนเดิม แต่ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกนางจะต้องตกอยู่ในสภาพนี้อีกกี่ร้อยชาติ” ในสายตาเห็นบ่าวผู้นั้นเดินออกไปนอกร้าน เขาจึงเอ่ยต่อ “คนธรรมดาหากตายไปพวกเขาย่อมจำความเดิมมิได้เหมือนเช่นมาร นั่นถือเป็นเรื่องดี” เพราะอายุขัยของมารนั้นต่างกับคนบนพื้นดิน ความรู้สึกนึกคิดจึงมิจางหาย เสียอย่างเดียวคือทั้งสองฝ่ายต่างต้องวนเวียนมาเจอกันและร่วมกระทำทุกอย่างเหมือนเดิมร่วมกัน ‘ต่างจากชิงเซียนของเขาคนนี้ ที่หลุดพ้นมันมาได้ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น’ ส่วนหนึ่งเขาคิดว่าท่านจอมมารผู้เป็นบิดาของนางต้องรู้เห็นอะไรแน่ๆ
ชิงเซียนพยักหน้าเหมือนอยากจะเข้าใจ แต่ถ้าจะให้ดี มิมีผู้ใดอยากตายแล้วเกิดใหม่เพื่อมาทำเรื่องเดิมซ้ำๆ หรอก “ถ้าจำไม่ได้คือเรื่องดีอยู่แล้ว” ‘เหมือนนาง ที่มาอยู่ในร่างผู้อื่นแต่ยังคงจดจำเรื่องเดิมในชาติเดิมได้ จึงไม่พ้นที่จะหวนคิดถึงมันอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้’ ทำหน้าเศร้า
“ยอดรัก” ฟานอวี้ถงหอมหัวสตรีตัวน้อยที่ไม่พ้นคิดถึงบิดามารดาในภพเก่าอีกแล้ว “มาเถอะ ไหนดูเจ้าซิทำขนมแปลกประหลาดใดมาให้ข้าทานอีก” ชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อให้นางได้สบายใจ มิใช่เฝ้าคิดถึงอดีตที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็รักนางมากเกินกว่าจะเห็นนางต้องทุกข์เพียงลำพัง เขากอดสตรีบนตักแล้วอาคางวางบนไหล่เล็กนั้น “ป้อนข้าอย่างที่เจ้าชอบทำสิฮูหยิน” ^^
ชิงเซียนแอบสูดน้ำมูก ก่อนจะตักขนมถ้วยในชามใบเล็กใส่ปากผู้เป็นสามี ‘อย่างน้อยในภพนี้ นางยังมีคนที่รักนางอยู่ข้างๆ เท่านี้นางก็ดีใจแล้ว’ “รสชาติเยี่ยม”
“หืม...ข้าชิมแต่เจ้ากลับชมตัวเอง” เลิกคิ้ว “รสชาติแสนจะธรรมดา”