ตอนที่ 47 ทักษะของเจ้าชายวลาดที่ 3
เคนจิเดินมาถึงบริเวณหน้าห้องพักเหลือมองซ้ายขวาอย่างถี่ถ้วนเมื่อไม่มีใครในบริเวณนี้เคนจิเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วและลงกลอนทันที เขาถอดหน้ากากและเสื้อแฟนตาซีเข้าช่องมิติและหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาไว้ในมือเตียงไม้ที่อยู่เบื้องหน้าที่นอนที่แข็งหยาบทำให้เขาต้องส่ายหน้าหนีเขาโยนเตียงของเขาออกมาจากช่องมิติทันทีเมื่อเตียงที่น่านอนปรากฏขึ้นทันทีที่จะเอนกายลงนอน อลันก็ปรากฏตัวขึ้นนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับยกดื่มเหล้าโทรนอย่างสบายใจ
“นี้ลุง! เตียงผมนะแล้วเข้ามาห้องผมได้ยังไง”
“ก็เข้ามาตอนเจ้าเปิดนั้นแหละเตียงห้องข้ามันแข็ง ข้ามันแก่แล้วนอนไม่ไหว ปวดหลังไปหมด”
“เหอะ!! ผมยกให้ลุงก็ได้”
เคนจิเอนกายนอนไปบนเตียงที่แข็งหยาบม้วนคัมภีร์ทั้งสองในมือต่างส่องแสงบางเบา ม้วนแรกสีทองเขาได้มาจากไคโดและอีกม้วนมีเพชรประดับอยู่ เคนจิเปิดม้วนสีทองก่อนแสงสว่างสีทองกระจายไปทั่วทั้งห้อง ดวงตาของเคนจิสั่นไหว
“ติ่ง! ผู้เล่นได้เรียนรู้ทักษะงอกเงยทักษะระดับทองคำ เมื่ออวัยวะฉีกขาดจะงอกขึ้นมาใหม่อัตโนมัติ เสียมานาจำนวนหนึ่งในการใช้”
เคนจิยิ้มจนปากฉีกถึงหูด้วยระดับมานาของเขาต่อให้แขนขาขาดนับพันรอบ ก็ยังจะงอกใหม่ทุกครั้งเคนจิหยิบม้วนคัมภีร์สุ่ม ระดับเพชร ขึ้นมามองยังเบื้องหน้า หยาดเหงื่อเริ่มปกคลุมหวังในใจไม่ให้เป็นทักษะขยะ เคนจิเริ่มค่อยๆ แกะเชือกที่รัดม้วนคัมภีร์ออกเสียงหัวใจของเขาดังถี่ระรัว แสงสว่างสีขาวใสเริ่มเจิดจรัสแสงที่แยงเข้ามาในตาทำให้ต้องหรี่ตาลง
“ติ่งผู้เล่นได้เรียนรู้ทักษะแวมไพร์ เงารัตติกาล ทักษะระดับเพชร หนึ่งในทักษะของแดร็กคิวล่าในตำนานเจ้าชายวลาดที่ 3 หายตัวเข้าไปในเงา สามารถควบคุมบังคับเงาโจมตีได้”
“เจ้าชายวลาดที่3 ??”
“หยุดเดียวนี้!!!เจ้ากล้าดียังไงถึงการเอ่ยชื่อท่านเจ้าชายออกมาลอยๆ”
“เขาคือใครหรอลุง?”
“บัดซบ!เป็นถึงแวมไพร์แต่กลับไม่รู้จักตำนานของเผ่าพันธุ์ตนเอง ท่านเจ้าชายวลาดที่ 3คือตำนานของเหล่าแวมไพร์ทั้งหมด เพียงแค่ท่านสะบัดผ้าคลุมหนึ่งครั้งเจ้าก็สามารถตายได้นับร้อยๆ ครั้ง”
“ผมรู้ทักษะของเขา”
“ยังกล้าลามปามต้องโดยทำโทษ!!!”
อลันเหวี่ยงขวดเหล้าในมือทิ้งพุ่งทะยานเข้าหาเคนจิทันทีดวงตาเคนจิเบิกกว้างเขาไม่เคยเห็นอลันโกธรเคืองขนาดนี้มาก่อนเคนจิถอยหลังหนีชนกำแพงพร้อมกับใช้ทักษะเงารัตติกาล “ควับ!!!”เสียงคว้าจับล่องลอยในอากาศ อลันคว้าจับเพียงอากาศที่ว่างเปล่าเคนจิหายตัวไปในความมืด อลันเหลือบมองทั้งสองด้านก็ไม่พบตัวเคนจิ
ความเงียบและความมืดครอบคลุมไปทั่วทั้งห้องความหนาวเย็นจากด้านหลังทำให้อลันต้องรีบหันไปมองดู ไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นทันใดนั้นเองเคนจิก็ปรากฏตัวมาจากความมืด จากด้านหลังของอลันอย่างช้าๆและทันทีที่อลันรู้ตัวเขากระโจมขึ้นข้างบนแล้วเขกศีรษะของเคนจิทันที
“โป้ก!!”
“โอ้ย!! ลุง เจ็บนะลุงรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ตรงนี้ อุตส่าห์ออกมาเงียบๆ แล้วนะ”
“เกือบจะดีเจ้าต้องควบคุมลมหายใจให้ดีกว่านี้ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะได้ทักษะของบุคคลในตำนานเสียดายที่แค่หายตัวไป หากเจ้าโจมตีด้วยเงาได้จะร้ายกาจกว่านี้”
“แบบนี้หรอลุง”
ทันทีที่อลันพูดจบเคนจิแสดงการควบคุมเงาให้อลันดู แท่งเงาแหลมปรากฏจากเงาของเคนจิอลันดวงตาเบิกโพรงทั้งสองข้าง ไม่คาดคิดว่าทักษะทั้งสองจะเป็นทักษะเดียวกันตัวของเขาเองที่รู้จักเพียงตำนาน ย่อมไม่รู้ว่ามันคือทักษะเดียวกัน
“เจ้าหนุ่ม!หากเจ้าสามารถควบคุมมันได้อย่างดีเงาในห้องนี้ทั้งหมดเจ้าสามารถสั่งให้มีแท่งแหลมสีดำนี้ได้ทั้งห้อง ห้องๆนี้จะกลายเป็นห้องสังหารไปเลยทีเดียว แต่อย่าพึ่งลองตอนนี้ล่ะไว้ให้ข้าไม่อยู่ก่อน”
เคนจินิ่งค้างทันทีเหมือนกับอลันรู้สิ่งที่ตนเองคิด เขากำลังจะลองมันอยู่พอดี แสงแดดยามเช้าเริ่มส่องมาทางหน้าต่างเรี่ยวแรงเคนจิเริ่มอ่อนแรง เขาเริ่มลงนอนบนเตียงที่หยาบกระด้าง อย่างน้อยพวกพรายทะเลจะไม่ก่อกวนในเวลากลางวันเขาจึงพักผ่อนได้อย่างสบายใจ
ข่าวของจอมปีศาจริชเตอร์ดังกระฉ่อนในบอร์ดของเกมมีผู้พบเห็นเขาในเรือสำเภาส่งสินค้ากำลังทำภารกิจบางอย่างทากีร่าจึงเดินทางไปยังเมืองท่าเรือทันทีมามอนก็เช่นกันเขาอยากเก็บระดับกับจอมปีศาจทั้งคู่พบเจอกันโดยบังเอิญแต่ก็ต้องผิดหวังทั้งคู่เพราะจะมีเรือออกอีกครั้งอีกเจ็ดวันข้างหน้า จอมปีศาจล่วงหน้าไปก่อนพวกเขาแล้วทั้งสองจึงรวมปาร์ตี้กันเก็บระดับบริเวณเมืองท่าเรือซึ่งจะพบพวกพรายทะเลแต่ก็มีจำนวนน้อยมาก
วันเวลาผ่านไปแสงสว่างกำลังหมดลงอีกครั้ง เคนจิดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงเมื่อเหลือบมองอลันยังคงนอนอยู่บนเตียงที่นุ่มนิ่มแสนสบาย เคนจิส่งยิ้มจางๆให้อลันที่หลับอยู่ สำหรับเคนจิแล้วอลันนั้นเปรียบดังญาติผู้ใหญ่ของตน เขาเอาชุดและหน้ากากออกมาจากช่องมิติและสวมใส่มันพร้อมกับออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ เมื่อมาถึงด้านบนของเรือกลุ่มพ่อค้ากำลังเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าวิตกกังวล
จอมปีศาจปรากฏกายขึ้นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าพวกพ่อค้า เกรงว่าจอมปีศาจได้รับเงินแล้วจะหายไปพวกเขาต่างก้มศีรษะแสดงความเคารพต่อจอมปีศาจเขาเดินผ่านพวกพ่อค้าไปแบบไม่ใส่ใจมายืนอยู่บนหัวเรือ เวลานี้ลมและทะเลต่างสงบคลื่นทะเลถาโถมอย่างบางเบา ลมที่พัดพากลิ่นทะเลมาทำให้เคนจิรู้สึกจิตใจสงบ เขากำลังจ้องมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจากไปอย่างช้าๆ
ทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าความมืดมิดมาเยือน น้ำในท้องทะเลเริ่มสั่นไหว พรายทะเลจำนวนมากกำลังแหวกน้ำเข้ามาหาเรือจำนวนที่มากกว่าเมื่อวานทำให้ทะเลเกิดคลื่นที่รุนแรง ดวงตาจอมปีศาจเป็นประกายถึงเวลาทดลองทักษะใหม่เงารัตติกาลฝูงพรายทะเลต่างแหวกว่ายมาถึงเรือพวกมันกำลังปีนขึ้นมาบนเรือ ลูกเรือต่างทำหน้าที่อย่างแข็งขันฉมวกปลายแหลมต่างทิ่มแทงพวกพรายทะเล
“เร็วเข้า!! พวกมันจะขึ้นมาแล้วชิ! ทำมันเจ้าพวกนี้มันเยอะจริงๆ”
“อย่าบ่น!! เร็วๆ เข้าฝั่งขวาจะไม่ไหวแล้ว”
เสียงลูกเรือตะโกนโหวกเหวกโวยวายไปทั่วเรือด้วยจำนวนพรายทะเลที่มีมากกว่าเมื่อวาน เขาต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าพรายทะเลเริ่มปีนขึ้นมาด้านบนของเรือนับสิบตนเสียงร้องของพวกมันทำให้ผู้โดยสารต่างขนลุกชัน จอมปีศาจเหล่มองพวกมันเพียงชั่วครู่ก่อนจะสะบัดมืออย่างบางเบา
“เงารัตติกาล!”
เพียงจอมปีศาจสบถออกมาเงาของพรายทะเลเกิดการสั่นไหวแท่งสีดำคล้ายกับเหล็กแหลมเสียบแทงพรายทะเลขึ้นสู่ฟ้า ท่ามกลางความตกใจของผู้คนพรายทะเลดิ้นทุรนทุลาย เลือดสีน้ำเงินของมันไหลอาบแท่งเงาจนย้อมกลายเป็นสีน้ำเงินเสียงกรีดร้องของพรายทะเลดังไปทั่วเรือ ร่างกายของมันก็หยุดนิ่งพร้อมกับเสียงร้องที่หายไป
ร่างพรายทะเลที่ถูกเสียบแทงบนเรือนับสิบตนทั้งหมดต่างตกตายคาแท่งเงาที่เสียบแทง ภาพที่เห็นทำให้ผู้คนต่างหวาดผวาเมื่อแท่งเงาหายไปร่างของพวกมันตกสู่พื้นพร้อมกับสลายหายไปฝูงพรายทะเลกลุ่มใหม่ขึ้นมาบนเรือ พวกมันต่างหันมองหากลุ่มแรกที่ขึ้นมาด้วยความสงสัยต่างส่งเสียงเรียกพวกพ้องของมัน
จอมปีศาจถอยหลังหายไปในเงามืดกลุ่มพ่อค้าต่างมองหาจอมปีศาจด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าเขาจะจากไป “ตุบ!!”เสียงสิ่งของหล่นสู่พื้น กลุ่มพ่อค้าต่างหันไปที่ต้นตอของเสียงร่างของพรายทะเลกำลังสลายหายไป ท่ามกลางความสงสัยของผู้คนเมื่อจ้องมองกลุ่มของพรายทะเลดีๆ จะเห็นมือคู่หนึ่งยื่นออกมาจากเงามืดจับที่หัวของมันพร้อมกับบิดหมุนเป็นเกลียว
พรายทะเลกลุ่มใหม่ที่ขึ้นมาต่างตกตายทั้งหมดจอมปีศาจออกมาจากความมืดช้าๆ กลุ่มคนที่มองต่างปรากฏเม็ดเหงื่อคลุมทั้งใบหน้า ต่างสบถในใจว่าจอมปีศาจลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมและไร้ปราณีเสียงกลืนน้ำลายของหลายคนต่างส่งเสียงออกมา ฝูงพรายทะเลเมื่อขึ้นมาบนเรือเห็นพวกต่างตกตายต่อหน้าไม่มีตัวใดย่างก้าวเข้ามาในเรือกลับกันพวกมันต่างกระโจมลงทะเล และดำดิ่งหายไปลูกเรือต่างร้องเฮลั่นด้วยความดีใจ
จอมปีศาจเก็บไอเทมที่ตกสู่พื้นหนึ่งในนั้นปรากฏลูกแก้วสีฟ้าใส ด้วยความสงสัยจึงใช้ทักษะสังเกตตรวจดู [ยาวารี สามารถหายใจอยู่ในน้ำได้10 นาที] รอยยิ้มปรากฏขึ้นในใบหน้าเมื่อเหลือบมองจะเห็นยาวารีอีกหลายเม็ดอยู่บนพื้น ผู้คนหลายคนกำลังก้มเก็บมัน
“ของๆข้า ใครเก็บตาย!!”
ผู้คนที่กำลังจะก้มเก็บต่างชะงักนิ่งค้างหยาดเหงื่อหล่นสู่พื้นจนได้ยินเสียงจอมปีศาจควบคุมเงามืดให้นำสิ่งของต่างๆ มากองอยู่ตรงหน้าเขาเก็บมันลงช่องมิติทันที จอมปีศาจสาดสายตามองรอบๆ ว่ามีใครได้เก็บไปหรือไม่ดวงตาของจอมปีศาจสั่นไหว ชายชราขี้เมากำลังเล่นเม็ดยาในมือแล้วใส่ลงไปในขวดน้ำเต้าทันที หยาดเหงื่อปรากฏบนใบหน้าของเคนจิคำเตือนของอลันดังก้องในจิตใจ เขาแสร้งทำมองไม่เห็นก่อนจะเดินไปที่หัวเรือ ท่ามกลางรอยยิ้มของชายขี้เมา
ราวกับว่าเหตุการณ์จะสงบก่อนพายุลูกใหญ่จะมาท้องทะเลเริ่มสั่นไหวอีกครั้งมีตัวอะไรบางอย่างกำลังแหวกว่ายในท้องทะเลครั้งนี้ไม่เพียงแต่พวกพรายทะเลเท่านั้นปรากฏมีปลาตัวใหญ่หลายตัวแหวกว่ายมาพร้อมกับพวกมันอวัยวะบางส่วนของมันปรากฏให้เห็นเหนือท้องทะเลครีบที่ใหญ่ของมันทำให้จอมปีศาจรู้ว่านั้นคือ ครีบของปลาฉลาม
“แย่แล้ว!! ครั้งนี้แย่แน่ๆพวกมันไปตามหัวหน้ากลุ่มฉลามมา คราวนี้เรือได้จมแน่ๆทำไมออกเรือครั้งนี้พวกมอนเตอร์เล็งแต่เรือของพวกเรากันนะ”
เสียงบรรดาลูกเรือเริ่มโวยวายอีกครั้งฉลามขาวตัวใหญ่ปรากฏตัวขึ้นนับสิบตัว ในมือของพวกมันถือสามง่ามอันแหลมคมแหวกว่ายมาที่เรืออย่างรวดเร็ว เมื่อพวกมันมาใกล้เรือก็เห็นขนาดของมันอย่างชัดเจนขนาดของมันใหญ่กว่าฉลามขาวขนาดปกติเกือบเท่าตัว พ่อค้าในเรือเริ่มหวาดกลัวฝูงหัวหน้ากลุ่มฉลามชอบล้มเรือสินค้า
“ทำไมพวกมันถึงอยากขึ้นมาบนเรือ?”
จอมปีศาจเอ่ยถามพ่อค้าอ้วนสีหน้าของเขาวิตกกังวลถึงที่สุด เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะเข้ามาใกล้จอมปีศาจด้วยอาการสั่นกลัว
“ข้าไม่โกหกท่านในเรือสินค้านี้ พวกเราพ่อค้ากำลังนำของกำนัลไปส่งให้พระราชา ที่ปลายทางของเรือหากสำเร็จพวกเราจะได้สิทธิค้าขายในเมืองนั้น แต่ถ้าหากไม่สำเร็จพวกเราจะพลาดโอกาสเงินก้อนโต”
“ก็แค่นั้นแล้วทำไมต้องเข้ามากระซิบด้วย”
“คือ...คือภารกิจนี้...มันทำให้ฝูงมอนเตอร์ในทะเลโจมตีเรือลำนี้ครับเพื่อจะปล้นของกำนัล ที่กระซิบก็เพราะกลัวผู้เล่นคนอื่นจะได้ยินความจริงแล้วภารกิจนี้พวกเราต้องมีเรือของตัวเองแต่พวกเราไม่มีเรือเลยมากับเรือสินค้าแทน หากเรื่องนี้กระจายออกไป พวกเราตายแน่ๆ”
“มิน่าล่ะ!พวกเจ้าถึงจ่ายเงินค่าจ้างให้ข้ามากขนาดนี้”