ริมฝีปากบางเรียวบางของฮวาหยุ่ยถิงอ้าออกเล็กน้อยก่อนที่นางจะจิบชาเข้าไปเล็กน้อยราวกับไม่ต้องเอ่ยคำใดก็สามารถทำให้ผู้คนหลงเสน่ห์นางได้ รอยยิ้มอันแสนหวานประดับอยู่บนใบหน้านางนางกล่าวกับเฉินเซี่ยง “นายน้อยนั่งจิบชาก่อนจะเริ่มพูดคุยธุระของเราดีหรือไม่?”
เฉินเซี่ยงเอามือแตะจมูก เขาพลันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยเนื่องจากเขาเพิ่งประมือกับบางคน นอกจากนั้นเขายังเพิ่งสกัดกลั่นเม็ดยาชุบตัวแล้วเสร็จดังนั้นทั่วร่างของเขาจึงชุ่มโชกไปเหงื่อและเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน
เขายิ้มพลางกล่าว “ท่านจ้าวคฤหาสน์ฮวาเทียบกับความงามภายนอกแล้ว ตัวท่านย่อมเหนือกว่า ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านเจ้าคฤหาสน์ฮวาถึงต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นเช่นนี้ความรู้สึกเช่นนี้มันทำให้ข้าร้อนรุ่มยิ่งนัก...อ่าห์!”
หลังจากกล่าวจบ เฉินเซี่ยงสบถอยู่ในใจ ช่างงดงามยิ่ง!ไม่นานหลังจากนั้นเพลิงราคะอันเร่าร้อนเริ่มเผาผลาญบริเวณจุดยุทธศาสตร์ของเขา
แม้ว่าภายนอกเขาจะดูสงบเยือกเย็น แต่ภายในล้วนกระสับกระส่ายเป็นอย่างมากเขาเคยเห็นเรือนร่างราวกับหยกเนื้อดีของซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่มาแล้วอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีซู่เซี่ยนเซี่ยนผู้งดงามราวกับนางฟ้าตัวน้อยผู้สูงศักดิ์ บริสุทธิ์ ไร้มลทินใดๆในโลกนี้มาแปดเปื้อน ยังไม่พอ เขายังเคยเห็นจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเฉินปิงเทียนผู้สง่างามจนน่าทึ่งต้องยอมรับว่าฮวาหยุ่ยถิงผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้ดูราวกับเหล่าดอกลิลลี่และดอกกุหลาบที่ผลิบานซึ่งลักษณะที่ปรากฏของนางล้วนเทียบได้กับเหล่าสาวงามที่เขาเคยพบเจอ
“นายน้อยมีซู่เซี่ยนเซี่ยนแล้ว นางย่อมเปรียบได้กับนางฟ้าตัวน้อยที่มากด้วยพรสวรรค์เช่นนั้นท่านจะยังคิดถึงหญิงสาวเช่นข้าได้อย่างไร?” ฮวาหยุ่ยถิงแสร้งทำเป็นน้อยใจ ใบหน้าที่งดงามของนางปรากฏร่องรอยความอิจฉาให้เห็น
เฉินเซี่ยงมิได้จ้องมองสาวงามผู้มีเสน่ห์เหลือล้นเช่นนางนานนักเขาดื่มชาอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าว “ท่านจ้าวคฤหาสน์ฮวาเข้าเรื่องกันเถอะ ข้าต้องการขายหญ้าวิญญาณโลหิตพันปี ข้าคิดว่าท่านสามารถให้ราคาที่ข้าพึงพอใจ!”
เมื่อฮวาหยุ่ยถิงได้ยินเช่นนั้น นางก็มิได้คุกคามทางเพศหนุ่มน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไปนางนั่งลงพร้อมกับรินน้ำชาให้เขาแล้วกล่าว “ท่านทำให้ข้าประหลาดใจ นี่คือหญ้าวิญญาณโลหิตพันปีและตัวท่านเองก็เป็นนักปรุงยาคนหนึ่งท่านไม่รู้หรือว่ามันล้ำค่าขนาดไหน?ถ้านายน้อยขัดสนเรื่องเงินทอง เช่นนั้นสาวน้อยผู้นี้สามารถให้ท่านหยิบยืมได้ก่อน”
เฉินเซี่ยงแอบประหลาดใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงได้โปรดปราณเขานักเขาจะสามารถทำให้สาวงามล่มเมืองเช่นนางแสดงท่าทีใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้ได้หรือ? อีกทั้งนางยังให้เขายืมเงินอีก?
“มารยาของสตรีช่างร้ายกาจนัก...ข้าต้องระวังตัวให้ดี” เฉินเซี่ยงตระหนักรู้อย่างเต็มที่ว่าความจริงคืออะไรแต่เขายังกล้าหาญที่จะปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ต้องการติดหนี้ใคร หากท่านจ้าวคฤหาสน์ไม่ยินยอมซื้อขายกับข้าเช่นนั้นข้าจะไปหาผู้อื่น” เฉินเซี่ยงยืนขึ้นเขาไม่ต้องการถูกล่อลวงโดยสตรีอีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับเขา
ฮวาหยุ่ยถิงถอนหายใจเล็กน้อย นางจิบชาพลางจ้องมองอย่างสลดใจนางกล่าวอย่างแผ่วเบา “ในสายตาของผู้อื่นข้าคือจ้าวคฤหาสน์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตัวตนที่แท้จริงของข้าย่อมไม่เป็นเช่นนั้น ข้าเป็นเพียงผู้รับใช้คนหนึ่งของนิกายดันเซี่ยงเถาหยวนเดี๋ยวเหตุนี้ข้าจึงถูกเปรียบเทียบว่าเป็นสาวน้อยที่ฉลาดและงดงาม ข้าถูกส่งมาที่นี่เพื่อเป็นฉากหน้าในการควบคุมคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง”
เช่นนั้นสาวงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์เช่นนี้เป็นเพียงผู้รับใช้!สำหรับเฉินเซี่ยงแล้ว..นี่ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
“นายน้อยเฉิน ท่านคืออัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือทักษะการปรุงยาทั้งคู่ล้วนเป็นตัวท่าน แม้จะอยู่ในนิกายผู้ฝึกตน ยังยากยิ่งที่จะค้นหาใครสักคนเช่นท่าน!ข้าจะกล่าวอย่างเปิดเผย ข้าต้องการดึงตัวท่านเข้าสู่นิกายดันเซี่ยงเถาหยวน เช่นนั้นข้าย่อมได้รับรางวัลจากนิกายและท่านก็สามารถหลุดพ้นจากสถานที่เฮงซวยที่มีปราณวิญญาณเบาบางเช่นนี้” ฮวาหยุ่ยถิงพึมพำอย่างอ่อนโยนพร้อมจ้องมองอย่างเวทนาไปยังเฉินเซี่ยง
นิกายหนึ่งๆ ย่อมชักชวนเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเข้าสู่นิกายตนสำหรับนิกายดันเซี่ยงเถาหยวนย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่เฉินเซี่ยงกลับรู้สึกไม่แน่ใจในบางอย่าง“ท่านหมายความว่าเมื่อท่านนำข้าเข้าสู่นิกาย แล้วท่านจะได้รับผลประโยชน์บางอย่าง? ท่านดูไม่เหมือนผู้รับใช้ข้ารู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของท่านอย่างน้อยก็ระดับ 8 ขอบเขตนักสู้!”
ฮวาหยุ่ยถิงเอนตัวพิงเก้าอี้เล็กน้อย “นายน้อยเฉินมีสายตาเฉียบคมยิ่งนักข้าจะบอกความจริงแก่ท่าน หลังจากเข้าสู่นิกายดันเซี่ยงเถาหยวน ข้าจะได้รับรางวัลก็ต่อเมื่อท่านกลายเป็นศิษย์แท้จริงของนิกายเนื่องจากมีอัจฉริยะมากมายที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ ‘ขอบเขตนักสู้แท้จริง’ ข้าเคยเห็นอัจฉริยะเหล่านั้นมากมายแล้ว”
เฉินเซี่ยงกล่าวพลางยิ้มเยาะ “เช่นนั้นท่านสมควรหลอกลวงผู้คนมามากแล้ว!”
ฮวาหยุ่ยถิงบุ้ยริมฝีปากน้อยๆ ของนาง “ข้าไม่เคยโกหกพวกเขาพวกเขาเข้าสู่นิกายดันเซี่ยงเถาหยวนด้วยความสมัครใจ และมันก็ไม่ได้เป็นอันตรายต่อพวกเขา”
เฉินเซี่ยงส่ายศีรษะพร้อมกล่าว “ข้าไม่ต้องการเข้าสู่นิกายดันเซี่ยงเถาหยวนข้าต้องการเข้าสู่นิกายยอดนักสู้!”
ฮวาหยุ่ยถิงกล่าวด้วยความสบประมาท “นิกายยอดนักสู้? นายน้อยเฉินท่านก็รู้ว่าในบรรดานิกายทั้งแปด การเข้าสู่นิกายยอดนักสู้เป็นสิ่งที่ยากที่สุด ไม่ต้องกล่าวถึงพรสวรรค์ของท่านตราบใดที่ท่านไม่ผ่านการทดสอบของพวกเขา ท่านย่อมไม่สามารถเข้าร่วมนิกายของพวกเขาได้!”
สายตาของเฉินเซี่ยงเปลี่ยนเป็นเฉียบคม เขากล่าว“นี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย!”
ฮวาหยุ่ยถิงย่นจมูกของนางพลางกล่าวด้วยความโกรธ“คนโง่ท่านมีข้าเป็นผู้แนะนำให้เข้าสู่นิกายดันเซี่ยงเถาหยวนแต่ท่านกลับไม่ต้องการ ท่านกำลังจะเข้าสู่นรกอย่างนิกายยอดนักสู้แล้วท่านจะเสียใจในภายหลัง!”
“เรื่องเสียใจเป็นปัญหาของข้า ขอบคุณท่านจ้าวคฤหาสน์ฮวาที่เป็นกังวล!” เฉินเซี่ยงยิ้มในนางเล็กน้อย
ฮวาหยุ่ยถิงขบริมฝีปากแดงระเรื่อยของนางพลางจ้องมองเฉินเซี่ยงด้วยความไม่พอใจนางพึมพำ “อย่าเรียกข้าว่าจ้าวคฤหาสน์ฮวาข้าเป็นเพียงสาวใช้ ข้าไม่คู่ควรกับสถานะนั้น นับแต่ท่านรู้ว่าข้าเป็นใครแล้ว อย่ายกยอให้เกียรติข้าถึงเพียงนั้น...เพียงแค่...เรียกข้าว่าหยุ่ยถิงมิเช่นนั้นข้าจะไม่ขายเม็ดยาใดๆ ให้กับตระกูลเฉินของท่าน”
ก่อนหน้านี้ นางสามารถทำให้ผู้อื่นหลงเสน่ห์นางได้ชั่วกัปชั่วกัลป์ด้วยเสน่ห์อันหาที่เปรียบมิได้ของนางตอนนี้นางกลายเป็นสาวน้อยผู้โกรธเกรี้ยวซึ่งทำให้เฉินเซี่ยงหัวเราะออกมาโดยไม่ตั้งใจ“หยุ่ยถิงตอนนี้เราจะเริ่มพูดคุยเกี่ยวหญ้าวิญญาณโลหิตพันปีได้หรือยัง?”
ฮวาหยุ่ยถิงดื่มชาสองถ้วยรวด หลังจากความโกรธภายในใจนางเลือนหายไปนางกล่าว “เฉินเซี่ยงเมื่อเจ้ายืนยันว่าจะขาย ข้าจะไม่กล่าวให้มากความ! เจ้าคือคนโง่อย่างแท้จริง ไม่เพียงเจ้าต้องการขายสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าแต่เจ้ายังปฏิเสธคำเชิญของข้า….ซู่เซี่ยนเซี่ยนผู้เป็นที่รักใคร่ของสรวงสวรรค์ เหตุใดนางจึงเพ้อฝันถึงคนโง่เช่นเจ้า?”
ด้วยที่นางกล่าว ใบหน้าที่งดงามของนางพลันเป็นไปด้วยความโกรธซึ่งต่างจากความมีเสน่ห์ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงเมื่อมองนาง เฉินเซี่ยงแอบชื่นชมนางอยู่ภายในใจ ถ้านางรู้ความจริงเรื่องนี้ นางคงจะโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ถ้าเจ้าร้อนเงินขนาดนั้น...ถ้าเจ้าต้องการ ข้าสามารถให้เจ้ายืมได้บางส่วนแม้ข้าจะเป็นเพียงผู้รับใช้ แต่ข้าก็ยังมีเหรียญวิญญาณมากมาย ข้าสามารถนำเหรียญวิญญาณของคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงออกมาได้อย่างอิสระ”
“แม่นาง เจ้าช่างเยิ่นเย้อเสียจริง บอกราคาข้ามาได้แล้ว!ข้าไม่ต้องการหยิบยืมเจ้า” เฉินเซี่ยงกล่าวพลางขดริมฝีปาก...
ฮวาหยุ่ยถิงกล่าวอย่างชวนทะเลาะ “สี่แสนเหรียญวิญญาณ”
เฉินเซี่ยงพอใจกับราคานี้ เขาพยักหน้าพร้อมกล่าว“ข้ายังต้องการซื้อสมุนไพรวิญญาณบางอย่างด้วย”
เฉินเซี่ยงนำรายการสมุนไพรออกมาพร้อมกับหญ้าวิญญาณโลหิตพันปีฮวาหยุ่ยถิงถอนหายใจหลังจากที่รับหญ้าวิญญาณโลหิตพันปี “ถ้าเจ้าเข้าร่วมนิกายดันเซี่ยงเถาหยวนและกลายเป็นศิษย์แท้จริงได้ข้าย่อมสามารถเป็นผู้รับใช้ของเจ้า….เมื่อถึงตอนนั้น….ข้าจะเป็นของเจ้าตลอดไป….”
คิ้วของเฉินเซี่ยงเลิกขึ้นสูง นั่นเป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่แต่เขาปฏิเสธ“สาวน้อยเช่นเจ้าจะต้องอิจฉาเซี่ยนเซี่ยน”
ฮวาหยุ่ยถิงแลบลิ้นแล้วกล่าว “เลือกคนโง่เง่าเช่นเจ้าไม่ต่างจากเลือกคนที่ตายไปแล้ว อย่าให้ถึงทีข้าบ้าง”
ขณะมองฮวาหยุ่ยถิงเดินบิดเอวจากไป เฉินเซี่ยงถอนหายใจยาวในเวลานั้นซูเหม่ยเหยาพลันหัวเราะออกมา “นี่คือเหยาจิงน้อยที่น่าหวาดกลัว! ถ้านางสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นศิษย์แท้จริงได้นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก! เจ้าสมควรรู้ว่าภายในนิกายเหล่านั้น ศิษย์แท้จริงมีสถานะที่สูงส่งอย่างมาก”
“เหตุใด?”
เป่ยยู่ยู่กล่าว “ก็ง่ายๆเนื่องจากศิษย์แท้จริงอยู่ในขอบเขตนักสู้แท้จริงหรือเหนือกว่านั้น แม้ว่านิกายเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่และมีศิษย์มากมายแต่ศิษย์แท้จริงกลับมีไม่มาก และศิษย์แท้จริงเหล่านั้นย่อมเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งทั้งหมดของนิกาย”
...........