ระรินเดินตัวลีบพยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยังอยู่รั้งท้ายขบวนเหมือนเดิม เมื่อเดินผ่านประตูห้องเข้าไป ระรินถึงกับตาค้างกับความอลังการของ ห้องรับรองสุดหรู สายปะทะเข้ากับบุรุษตัวสูงหน้าตาคมสัน ทว่าสายตาเย่อหยิ่ง นั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาแบบหลุยส์ สีทองอร่ามดูมีรสนิยม ส่วนคนที่นั่งข้างเป็หญิงสาว หุ่นนางแบบ สวยเฉียบสไตล์ ฮอลลี่วู๊ด ชายหนุ่ม ล่ำบึก อีกสองคนซ้ายขวา สรุปแล้วในห้องมีผู้ชายทั้งหมดเกือบสิบคน เท่ห์แข่งกันใหญ่ระรินคิด แว่นกันแดด ที่ปิดบังดวงตาช่างเข้ากันได้ดีกับสูทสีดำสนิท ระรินสงสัยนัก ไอ้พวกบอดี้การ์ด ทำไมต้องใส่ชุดสีดำ ชายหนุ่มหล่อ ที่ยืนอยู่ทางขวามือขยับตัวมาตรงหน้าก่อนจะพูดเสียงดัง
“ทั้งสามคนนี่นะเหรอ เด็กรับใช้คนใหม่ มิสเตอร์บุญสม “ประโยคสุดท้ายหันไปทางชายสูงอายุ ระริน ปิดปากหัวเราะคิกคัก แต่งตัวก็ดีท่าทางก็ดี ชื่อบุญสม ลุงบุญสมหันมาถลึงตาใส่ระรินก่อนจะโค้งคำนับ
“ครับท่าน องครักษ์ ฮาฟซา”
“หนุ่มทางภูมิภาคของเ้านี่ ท่าทางอ้อนแอ้นไม่มีหนวดเครา หน้าตาจืดชืด ไม่สมเป็ชาย ดีหน่อยตรงมีความละเอียดรอบครอบ ซื่อสัตย์ไว้ใจได้”
แหวะ ตบหัวแล้วลูบหลังระรินอยากพูดเหลือเกิน ภูมิภาคของพวกเ้าก็ไว้หนวดไว้เคราเหมือนมหาโจร ผิวก็คล้ำ ไม่หล่อใส
“ครับ ตามที่ องค์ ฟีรอส เลือกไว้ ทั้งสามคนครับ เชิญสัมภาษณ์ได้เลย” ชายผู้ที่นั่งอยู่บนโซฟา เหลือบตามองหลังจากที่ทำท่าไม่ยินดียินร้ายปล่อยให้เป็หน้าที่ขององครักษ์
“ไม่ต้องสัมภาษณ์แล้ว เราเลือกเ้าสองคนนั่น” ใบหน้าคมพยักเพยินมาทาง ระรินและหนุ่มน่าจืดอีกคน ไอ้คนข้างข้างฉีกยิ้มดีใจแบบปิดไม่มิด ระริน ส่ายหน้าไปมา 1-2-3
“กระผม กระหม่อม เฮ้ย ผม ขอสละสิทธิ์ครับ” คำพูดรละล่ำละลักแบบมีพิรุธ ลุงบุญสม หันมามองหน้าขยิบหูขยิบตา ฟีรอส หันมองเต็มตา พลาง ลุกจากที่นั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของระริน เขาใช้มือแข็งแรงจับคางมนให้เชิดขึ้น ระรินดิ้นรนส่ายหน้าไปมาฮึดฮัด
“เ้ากล้าขัดคำสั่งเรารึ เ้าหน้าอ่อน” ดวงตาคมจ้องมอง เข้าไปในตากลมโต ลุงบุญสมรีบถลาเข้ามาดึงแขน ระรินให้นั่งลง พร้อมกับกดหัวให้ก้มหน้า
“คงเมาเครื่องบิน ขอรับ พูดจาแปลกแปลก ท่านฟีรอสโปรดอภัยด้วย ซาลาม” ลุงบุญสมเสียงสั่นระรัว ระรินลดตัวลงยอมนั่งลงแต่โดยดี ไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะร้ายแรงถึงเพียงนั้น
“นำ ทั้งสองคน ไปที่วังทองคำ ให้รับใช้อยู่ใกล้ชิดเรา ส่วนคนที่ไม่ถูกเลือก ให้ส่งไปยัง บ้านของท่านพี่ซาเบีย” คนพูดสะบัดตัว สาวสวยหุ่นนางแบบเดินตามแทบไม่ทันองครักษ์อีกสองสามคนสาวเท้าตามเร็วรี่ ออกจากห้องรับรอง ลุงบุญสม บีบแขน ระรินเบาเบา
“เกือบไปแล้ว แกนี่ หาเื่ใส่ตัว องค์ ฟีรอส เขารู้กันทั้งประเทศว่า....ทรงไม่ชอบให้ใครขัดใจ” ระรินน้ำตาร่วงพล่อย ซวยจริงจริงหล่ะที่นี้ กลับก็ไม่ได้ไปต่อก็น่ากลัวเธอนั่งตัวแข็งอยู่กับที่
“ไปได้แล้ว ร้องไห้เป็ผู้หญิงไปได้ คราวหลังก็อย่าขัดใจท่านเป็อันขาดจำไว้ เดี๋ยวจะพาไปทำความรู้จักกับวังทองคำ และเดี๋ยวลุงจะแนะนำ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของแต่ละคน” ลุงบุญสมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง ระรินรู้สึก ว่าตอนนี้เธอมีเพียงลุงบุญสม คนเดียวที่เป็มิตรยามยาก
แสงตะวันเคลื่อนคล้อย ระริน นั่งเหม่อมอง ไปทางทิศที่คิดว่าจากมา ป่านนี้พี่ชายฝาแฝดของเธอที่บ้านคงวุ่นวายกับการหายตัวไปของเธอ แล้วสุดท้ายทุกคนก็จะรู้เองว่า ระรินไปไหน พี่ชายฝาแฝดคงห่วงใยเธอน่าดู แต่แม่เลี้ยงของเธอคงดีใจจนเนื้อเต้นส่วนพ่อ ก็คงไม่ยินดียินร้ายอะไร เหมือนเคย ในเมื่อแม่เลี้ยงมี ความสามารถในการพูดโน้มน้าวจิตใจ จนพ่อไม่สนใจใยดีเธอ เธอผสมยานอนหลับลงไปในนมสดให้พี่ชายดื่ม ก่อนนอน เพราะวันรุ่งขึ้น พี่ชายฝาแฝดที่ เป็ที่พึ่งเดียวของเธอ กำลังจะจากไปทำงาน ต่างแดน ระรินหมดสิ้นหนทางแม้พี่ชายจะพูดว่าเพราะอนาคตของเธอเพื่อที่เธอจะได้เรียนมหาลัย เธอจับผมยาวสลวยก่อนจะใช้กรรไกรคมกริบตัดฉับลงไปทันทีเพราะกลัวตัวเองจะเปลี่ยนใจ ใช้กรรไกรตกแต่งอีกนิดเดียวใบหน้าที่ละม้ายกันอยู่แล้ว แทบแยกไม่ออกว่าเป็คนละคนกับพี่ชาย การปลอมตัวมันง่ายนิดเดียวเธอคิด ระรินยอมเป็ผู้จากมาดีกว่าผู้รอคอย แต่บัดนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิด
“ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาหน่อย” เสียง ลุงบุญสม ทำเอาระรินสะดุ้ง เธอรีบก้าวเข้าไปในห้องทันที
“เอา ฉลองพระองค์ ชุดใหม่ เข้าไปถวายองค์ ฟีรอส เพราะพระองค์กำลังจะสรงน้ำ เร็วเร็วด้วยนะแล้วก็รีบออกมา ทานข้าว” ลุงบุญสม ออกคำสั่ง
ระรินเดินตามระเบียงสูง ของตำหนักใหญ่ ความสวยสง่าเมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง เธอหยุดอยู่หน้าห้องก่อนจะเคาะประตูห้องส่วนตัวสองสามทีไม่มีเสียงใดใดเล็ดลอดออกมา ระรินผลักประตูเบาเบาก่อนที่จะแทรกร่างบางเข้าไปห้องโอ่อ่าสวยงามตกแต่งแบบตะวันตก ทุกอย่างคล้ายกับถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว สวยงามหรูหราจนไม่อาจละสายตา ระรินเดินเข้าไปเรื่อยเรื่อยแต่ไม่พบใครเธอจึงถือโอกาส มองสำรวจด้วยความชื่นชมในความสวยงามลงตัว เงินนี่ทำได้ทุกอย่างจริงระรินคิดในใจเดินลูบคลำนู้นนี่เรื่อยเปื่อย จนเดินมาหยุดที่เตียงใหญ่ เสียงหัวเราะ คิกคักของหญิงสาว ร่างสองร่างกอดก่ายกันอยู่บนเตียงเสื้อผ้าฝ่ายหญิงหลุดลุ่ย ระรินมองแว๊บเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือองค์ ฟีรอส และสาวนางแบบนางนั้นที่เธอเห็นเมื่อตอนกลางวัน ระรินตัวแข็งทื่อหันหน้าเดินหนี แต่ช้าไปเสียแล้ว
“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ เ้าเข้ามาได้อย่างไร” เสียงเข้มดุดัน ระรินอยากจะหายตัวได้ในทันที หันหน้ามา ทำเอาร่างบางชนเข้ากับอกกว้าง ฉลองพระองค์ที่ถือมาร่วงพล่อยลงไปกับพื้น อกใหญ่ที่ปราศจากอาภรณ์ กลิ่นกาย ของชายชาตรี ระรินหน้าแดงทันที ร่างสูงตรงหน้า คว้าแขนบางกำไว้แน่น
“กระผมเอาฉลองพระองค์มาให้ขอรับ” ระรินละล่ำละลักก้มหน้าหลบแก้มแดง
“นึกว่ามาแอบดู .....ออกไปได้แล้ว...” ระริน รีบสาวเท้าเดินออกมาแขนแข็งแรงคว้าข้อมือบางไว้ทันที
“ไม่ใช่เ้า ...เธอ... หมดอารมณ์แล้ว^_^” มือชี้ไปยังร่างระหงของสาวสวยบนเตียงนุ่ม สาวเ้าจัดแจงเสื้อผ้าชุลมุนหน้างอหงิก ฉับพลันก็เปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มเดินเฉิดฉาย มาหยุดอยู่ตรงหน้าของ องค์ ฟีรอส ระรินหลบตาวุ่นวาย ก้มหน้านิ่งแขนแข็งแรงยังไม่ปล่อยเธอ
“ถ้า พระองค์้าหม่อมฉันเมื่อไหร่” สายตาหวานหยดย้อยนั้นทำเอาระริน แทบจะแทรกแผ่นดินหนี
“ก็ เรียกนะเพคะ หม่อมฉันจะรอ” มือสวยที่ทาเล็บสีแดง ลูบไล้ไปบนอกกว้าง ที่ปกคลุมด้วยไรขน คนโดนกระทำไม่สนใจสะบัดหน้าหนีก่อนจะ กดหัวเธอให้ก้มลงไปเก็บฉลองพระองค์
“เก็บมันขึ้นมา แล้วตามมาเตรียมน้ำในอ่างให้เราด้วยแล้วรอจนกว่าเราอาบน้ำเสร็จ” พูดเสร็จก็จะปล่อยเธอแล้วเดินหันหลังทำท่าคล้ายจะเปลื้องผ้าของตัวเอง