ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    64. วันสบายๆ หลังเรื่องยุ่งๆ

    เมื่อไม่นานมานี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักคุณหนูเล็กแห่งตระกูลหยวนอย่างหยวนเหนียง เนื่องจากที่เรื่องนางร่วมรักกับเหล่าชายหนุ่มจนถึงเช้านั้นโด่งดังเอามากๆ เพียงแต่มันไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อมีคนออกมาแฉว่าคุณหนูหยวนคนนี้ ทั้งที่ยังไม่ทันได้แต่งงาน แต่นางก็เลี้ยงผู้ชายเอาไว้นอกบ้านแล้ว ด้วยความที่นางเป็นที่ครอบครัวนางนั้นย้ายมาจากแคว้นโจว จึงทำให้ที่บ้านยังคงทำตามธรรมเนียมแคว้นคือสตรีสามารถแต่งบุรุษได้หลายคน

    ด้วยเหตุนี้การที่คุณหนูหยวนจะมีอนุชายหลายคนนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับพวกเขา เพราะเขตหนานจิงนั้นอยู่ติดกับชายแดนแคว้นโจว ทุกคนเลยค่อนข้างคุ้นเคยกับประเพณีของแคว้นข้างๆ เพียงแต่พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูผู้ดูภายนอกสูงส่งอย่างคุณหนูหยวนจะเลี้ยงผู้ชายไว้นอกบ้าน ถ้าเป็นการเลี้ยงดูทั่วไปก็ว่าไปอย่าง แต่นางกลับแย่งชิงบุรุษของผู้อื่นมานี่สิ

    “เฮ่อไม่น่าเลยนางออกจะงดงามขนาดนั้นแท้ๆ แต่นิสัยกลับ..” ชายหนุ่มคนนึงถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย เพราะเขาเองก็ชื่นชมคุณหนูหยวนคนนี้ไม่น้อย เพราะนางมีความสามารถแถมยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เขาเลยไม่คิดว่านางจะกล้าแย่งผู้ชายของคนอื่นมาจริงๆ แถมยังเอาทิ้งขว้างแทนที่จะดูแลดีๆ ด้วย

    “พูดไปก็น่าเสียดายจริงๆ ด้วยหน้าตาของนางแล้วใช่ว่าจะหาบุรุษไม่ได้สักหน่อย” สหายที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยเสริม

    ซึ่งคำพูดของพวกเขานั้นไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนที่ได้ยิน แต่ยังมีอีกคนนึงที่ได้ยินเช่นกัน หญิงสาวผู้สวมหมวกคลุมหน้าไว้มองไปทางกลุ่มชายหนุ่มด้วยความสนใจในเรื่องที่พวกเขาคุยกัน ที่ข้างๆ ก็มีสาวใช้คนนึงคอยมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง

    “ท่านหญิง ไม่ใช่สิ คุณหนูรีบกลับกันเถอะเจ้าคะ เดี๋ยวคุณหนูใหญ่จะเป็นห่วง” สาวใช้เอ่ยบอกนายสาวของตนที่ยังนั่งจิบชาฟังเรื่องของโต๊ะข้างๆ อย่างสบายใจ

    “คุณหนู”

    “จะรีบอะไรขนาดนั้นละ พี่หญิงยังบอกให้ข้าเที่ยวเล่นให้สนุกอยู่เลยนี่” หญิงสาวในอาภรณ์สีขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “แต่นั้นไม่ได้รวมถึงการมาที่นี่ด้วยนะเจ้าคะ คุณหนูข้าว่าพวกเรารีบกลับกันเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวพวกท่านเขยจับได้ว่าท่านหลอกพวกเขาจะเป็นเรื่องเอา” สาวใช้ยังพยายามกล่อมนายสาวให้ตามนางกลับไป

    “พวกเขาจะเป็นยังไงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้านิ แล้วอีกอย่างอุตส่าห์มาถึงนี่แล้วทั้งที ข้าก็ต้องขอเที่ยวให้พอก่อนค่อยกลับ” ว่าจบนางก็วางเงินค่าน้ำชาไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านไป

    “คุณหนูรอข้าด้วย” สาวใช้รีบวิ่งตามนายของตนไปจนไม่ทันระวังชนเข้าหญิงสาวนางหนึ่งเข้า

    “อ่ะ ข้าต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ” สาวใช้รีบเอ่ยขอโทษนางแล้ววิ่งตามนายของตนไป

    “อื้อ...”

    “มีอะไรหรือหนิงเอ๋อร์?” ชิงหลงที่เดินอยู่ข้างๆ เอ่ยถามนางเมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องไปทางที่สาวใช้วิ่งไป

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ” หนิงหนิงส่ายหัวแล้วเดินเข้าไปโรงน้ำชาที่หญิงสาวในชุดขาวพึ่งจากไป

    หนิงหนิง: เหมือนพลาดอะไรไปเลยแฮะ

    ซึ่งหนิงหนิงก็ไม่รู้เลยว่านางได้พลาดเรื่องสำคัญไปจริงๆ เพราะคนคนนั้นคือสหายของนางจากโลกเดิม ที่ได้จับพลัดจับผลูมาอยู่ในโลกนี้ และคนคนนั้นเองก็กำลังตามหานางอยู่เช่นกัน ซึ่งกว่านางจะรู้เรื่องนี้ก็เป็นตอนหลังที่ย้ายไปอยู่เมืองหลวงแล้ว..

    .

    .

    .

    เช้าวันต่อมา

    หลังจากจบเรื่องของคุณหนูหยวน นางก็ได้ยินว่าอีกฝ่ายย้ายกลับไปอยู่บ้านของมารดาที่แคว้นโจว เพราะทนข่าวลือไม่ไหว ส่วนพ่อกับพี่ชายของนางก็ยังอยู่ทำการค้าที่นี่เช่นเดิม

    “ข่าวลือพวกนั้นมันเป็นความจริงรึ?” นางพูดกับปลาทองตัวน้อยในอ่างปลา เพราะนางพึ่งสั่งคนมาทำความสะอาดสระน้ำ นางจึงย้ายมันมาไว้ในอ่าง

    “ย่อมเป็นความจริงอยู่แล้ว ภูตอย่างข้าไม่โกหกหรอกนะ”

    “อย่างนั้นหรือ แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” นางมองปลาทองน้อยด้วยความสงสัย เพราะข่าวลือเรื่องคุณหนูหยวนแย่งสามีชาวบ้านนั้นเป็นฝีมือนางเองแหละ นางเป็นคนจ้างพวกขอทานน้อยไปปล่อยข่าว เพราะหงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนั้นส่งคนมาทำลายต้นไม้ของนาง ทำให้นางเสียต้นไม้ล้ำค่าไปตั้งสามต้น

    “แน่นอนว่าย่อมถามจากวิญญาณน่ะสิ”

    “วิญญาณ?”

    “ใช่เป็นวิญญาณของหญิงสาวที่ถูกแย่งสามีไป นางถูกอีกฝ่ายฆ่าตายหลังจากแย่งสามีของนางไป”

    “มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ มนุษย์เรานี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน” หนิงหนิงถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ เพราะนางไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ เพราะสำหรับนางแล้วต้นไม้ยังดูน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ

    “มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบสิ่งสวยงาม และอยากครอบครองพวกมัน ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องไปใส่เรื่องพวกนี้ให้มันมากนักหรอก เพราะมันจะทำให้เจ้าแปดเปื้อนเอา” เสี่ยวจินเอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งมองตนอยู่ ตัวเขานั้นชื่นชอบนิสัยเรียบง่ายของนางเอามากๆ เพราะนางไม่ว่าอะไรก็ดีไปหมด นางไม่โลภมากในทรัพย์เหมือนพวกมนุษย์แต่นางค่อนข้างโลภในพวกต้นไม้ ซึ่งนางมันก็ดีต่อนางเองเพราะยิ่งนางสามารถเพราะปลูกต้นไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ได้มาก นางก็จะได้บุญกุศลมากขึ้นเท่านั้น

    “อื้อ..เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่พืชชนิดใหม่นั้นมันมีสรรพคุณอะไรหรือ เจ้าถึงได้บอกให้ข้าปลูกมันให้เยอะๆ น่ะ”

    “มันเป็นส่วนผสมของยารักษาสารพัดโรค ดังนั้นเจ้าต้องปลูกให้เยอะๆ แล้วเอาไปขายให้เด็กนั้นเสีย เพื่อที่มันจะได้เอาไปช่วยชีวิตผู้ป่วยคนอื่นๆ”

    “เข้าใจแล้ว งั้นเดี๋ยวจะแบ่งแปลงไว้เพาะมันเพิ่มอีกสักหน่อย จากนั้นก็ค่อยเอาไปปลูกที่ไร่ต่อ” หนิงหนิงบอกความคิดของนางให้ปลาทองน้อยฟังจบ นางก็ทำงานของตนเองต่อ ในระหว่างที่นางทำงานก็มีแมวขนปุยตัวนึงปีนขึ้นมานั่งบนตักของนางด้วยความเคยชิน

    “หืมเสี่ยวเป่าไปเยี่ยมเพื่อนมาแล้วรึ?” นางมองเจ้าแมวตัวอ้วนกลมบนตัก ก่อนจะเอื้มไปลูบหัวมันเบาๆ

    “เมี้ยว~~”

    “มันบอกว่าไปมาแล้ว” เสี่ยวจินที่แหวกว่ายอยู่ในอ่างช่วยแปลให้

    “อย่างงั้นรึ แล้วเป็นไงบ้างสนุกไหม”

    “เมี้ยว~~^^”

    “สนุกมาก”

    “อย่างงั้นหรือ งั้นก็ดีแล้ว” เมื่อนางได้ยินที่เสี่ยวจินพูด นางก็ลูบหัวมันแล้วเล่นกับมันสักพัก ก่อนจะนั่งทำงานต่อโดยมีแมวแร็นดอลล์นอนอยู่บนตัก

    ซึ่งภาพของหญิงสาวในชุดสีเหลืองอ่อนที่กำลังเอนหลังพักผ่อน (หลังทำงานเสร็จ) อยู่ใต้ต้นท้อ บนตักก็มีแมวขนปุยกำลังนอนหลับอยู่ ทำให้คนที่มองอยู่ได้แต่อิจฉา ใช่อิจฉาเพราะเขาไม่รับอนุญาตให้เข้าใกล้หญิงสาวจนกว่านางจะหายโกรธ เลยทำให้ตอนนี้ชิงหลงได้แต่ยืนมองภาพนี้อยู่ห่างๆ พร้อมคิดในใจว่าเขาต้องหาวิธีเข้าไปแทนที่แมวตัวนั้นให้ได้

    “เฮ่อเมื่อไหร่นางจะหายโกรธข้าสักทีนะ” ชิงหลงมองภาพนี้ด้วยความเศร้าสร้อย

    “จนกว่านายน้อยจะเลิกกระโจนใส่นางขอรับ”

    “=_=” ชิงหลง ข้าให้เจ้าพูดรึ?

    “ (-.-) ” อาอู๋ ก็ท่านถามไม่ใช่รึ?

    .

    .

    .

    เช้าวันต่อมา

    หลังจากจบเรื่องวุ่นๆ ของคุณหนูหยวนไปแล้ว วันนี้หนิงหนิงก็เดินมาดูเหล้าที่ตัวเองหมักไว้ในห้องใต้ดิน หญิงสาวเดินดูบรรดาเหล้าที่นางหมักไว้ในห้อง ก่อนจะกวาดตาดูว่าอันไหนสามารถดื่มได้บ้าง เพราะนางจะได้เอาไปชิมก่อนจะส่งไปร้านอาหารที่ตนทำการค้าอยู่

    “อื้อ...ไวน์องุ่นได้แล้ว เหล้าดอกท้อก็ได้แล้ว เหล้าผลไม้ก็ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี...” หญิงสาวเดินเลือกชนิดเหล้าออกมาอย่างละหนึ่งถึงสองไห ก่อนจะขึ้นไปเรียกน้องชายกับเสี่ยวเฟิงมาช่วยกันขนขึ้นไปข้างบน

    หลังจากขนไปสามสี่รอบเหล้าที่นางเลือกมาก็ขนขึ้นมาจนหมด หญิงสาวมองดูบรรดาไหเหล้าบนโต๊ะ แล้วบอกให้น้องชายไปเรียกหยางจื่อมา เพราะนางจะจัดงามชิมเหล้า ดังนั้นนางจำเป็นต้องมีคนช่วยชิม

    เมื่อน้องชายออกไปตามหยางจื่อแล้ว นางก็เดินไปที่ห้องใต้ดินอีกห้องที่เก็บวัตถุดิบแล้วขนมันขึ้นมาเพื่อเอาเตรียมทำเป็นอาหาร หญิงสาวยุ่งอยู่กับงานจนลืมชายหนุ่มตัวโตที่คอยยืนมองอยู่ข้างไปซะสนิท

    หนิงหนิง: ยุ่งจังเลย

    ชิงหลง: ฮึก ภรรยาลืมข้าไปเสียแล้วT^T






    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน