“คุณชาย..อันที่จริงท่านไม่จำเป็ต้องยอมคุณหนูก็ได้นี่ขอรับ ท่านเป็พี่ชายสั่งสอนนางบ้างก็ไม่เห็นจะผิดแปลกอันใด” จูเหิงบ่าวรับใช้วัยหนุ่มทำหน้าตาบิดเบี้ยวเมื่อรู้ว่าหลี่จื่ออิงเชิญหลินสวินไปดื่มน้ำชา
เขารู้ดีว่าคำเชื้อเชิญที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรีจากคุณหนูหาได้สวยงามเช่นนั้นไม่ ทุกครั้งเมื่อคุณชายของตนกลับออกมาจากเขตเรือนชั้นในหากไม่มีาแก็ต้องตกอยู่ในสภาพน่าอับอายกลับมาทุกครั้ง แต่หลินสวินกลับไม่เคยปฏิเสธคำเชิญของน้องสาวและยังยอมให้นางรังแกตามอำเภอใจ จนเขาอดทักท้วงขึ้นมาไม่ได้
“ท่านแม่ทัพมอบชีวิตใหม่ให้ข้า หากคุณหนูคิดจะเอาชีวิตข้ากลับคืนไป ข้าก็ไม่ตำหนินางหรอก" หลินสวินกล่าวพลางหันไปหยิบดาบเก่าแก่ที่เพิ่งได้รับมาจากหลี่หยวนตงติดมือไปด้วย มั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าหลี่จื่ออิงคงไม่อยากให้ตนได้สมบัติของสกุลหลี่จึงเรียกตัวเขาไปพบ
“คุณชาย..ดาบเล่มนั้นนายท่านมอบให้คุณชายเองกับมือ ท่านยังจะเอาไปส่งต่อให้คุณหนูอีกหรือขอรับ ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด” จูเหิงผู้ซื่อสัตย์ตัดพ้อแทนเ้านาย
“ท่านแม่ทัพไม่ตำหนิข้าหรอก หากนางอยากได้ก็ให้นางเก็บเอาไว้เถิด อย่างไรดาบเล่มนี้ก็เป็สมบัติของสกุลหลี่ สักวันมันก็ต้องตกอยู่ในมือของคนที่คู่ควรกับมัน" ชายหนุ่มทอดสายตามองดาบในมือ ปวดแปลบเข้าไปถึงส่วนลึกสุดของหัวใจ
“เราไปกันเถิดจูเหิง อย่าปล่อยให้นางรอนานเลย ประเดี๋ยวเื่มันจะยุ่งยากกันไปใหญ่”
พอมาถึงประตูฉุยฮวากั้นเขตชั้นในกับชั้นนอก บ่าวรับใช้ชายที่ติดตามหลินสวินมาสี่คนก็ต้องหยุดรออยู่ด้านนอก ไม่อาจผ่านเข้าไปในตัวเรือนชั้นในได้
ตามจริงแล้วบุรุษที่ผ่านเข้าไปในตัวเรือนชั้นในได้ เมื่อก่อนก็มีเพียงหลี่หยวนตงกับหลินสวินสองคนเท่านั้น บ่าวไพร่ชายใช้แรงงานหนักจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อหลี่จื่ออิงไม่ได้อยู่ในจวน แต่ยามนี้นอกจากเขาและหลี่หยวนตงก็ยังมีฟู่หนานซีอีกคนหนึ่งที่สามารถเข้าออกได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้ใดตามความ้าของหลี่จื่ออิง
แสงแดดยามเที่ยงวันสาดส่องลงมากลางสวนกุหลาบ หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนนั่งเด่นอยู่ท่ามกลางสาวใช้หลายคน ข้างกายนางยังมีหนุ่มสาวอีกคู่ที่กำลังป้องปากหัวเราะร่วนกันอยู่อย่างสนุกสนาน
หลินสวินหยุดยืนในที่ลับสายตา แอบมองร่างเล็กที่กิริยาท่าทางเปลี่ยนแปลงเป็สงบนิ่งอ่อนโยนอย่างที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อวานนางก็ไม่ได้สวมใส่ชุดสีเขียว วันนี้นางก็ใส่ชุดสีฟ้าอีก ชายหนุ่มซุ่มดูอยู่อีกพักใหญ่จึงตัดสินใจก้าวออกไปหาพวกเขา
“พี่ชาย! ท่านมาแล้ว เชิญทางนี้เถิดเ้าค่ะ”
คำทักทายแรกของหลี่จื่ออิงทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดลงทันที
ทุกครั้งเมื่อหลินสวินปรากฏตัว พวกเขาสามคนไม่นับรวมเถียนอี่ถงที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ในเวลานี้ก็จะแสร้งทำเป็มองไม่เห็นอีกฝ่าย และต้องรอให้หลินสวินเข้ามาทักทายก่อนเท่านั้นจึงจะยอมพูดคุยด้วย แต่ครั้งนี้หลี่จื่ออิงไม่เพียงเป็ผู้เริ่มบทสนทนา นางถึงกับลุกออกไปโค้งคำนับให้หลินสวินก่อนด้วยซ้ำ!!
หลินสวินเองก็รู้สึกแปลกใจจนเกือบจะเสียอาการ เมื่อวานหลี่จื่ออิงไม่ได้หาเื่โวยวายใส่เขามาครั้งหนึ่งแล้ว แต่นั่นก็เป็เพราะนางอยู่ต่อหน้าหลี่หยวนตง แต่วันนี้ต่อหน้าฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยู ไม่คิดว่าน้องสาวก็ยังคงสุภาพกับตนเองดังเดิม
สายตาของหลินสวินย้ายไปจับจ้องมือขาวผ่องที่ยื่นมายึดแขนเสื้อตนไว้แน่น กึ่งลากกึ่งจูงให้เขาตามนางเข้าไปนั่งพักในศาลารับลม
“จื่ออิงเ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ เหตุใดจึงให้เขามานั่งรวมกลุ่มกับพวกเรา!” ฟู่หนานซีลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อ ส่งสายตาเหยียดหยามให้หลินสวินครั้งหนึ่งก่อนจะหันมาถามหลี่จื่ออิงสีหน้าเอาเื่
“ต่อให้พี่สวินไม่ได้ใช้แซ่หลี่ แต่มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเขาเป็คุณชายใหญ่ในจวนแม่ทัพหลี่ แล้วทำไมเขาจะไม่มีสิทธิ์ร่วมวงสนทนากับพวกเราเล่าเ้าคะ” หลี่จื่ออิงโต้ตอบไม่อ่อนข้อ
ถึงแม้ฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูจะดูแลนางเป็อย่างดียามที่เจ็บป่วยอยู่ในสกุลฟู่ แต่สองคนนี้กลับไม่เคยหาทางตรวจสอบต้นเหตุของอาการให้นางเลย มีเพียงพี่ชายเท่านั้นที่เห็นพิรุธและช่วยเหลือนางอย่างแท้จริง
ชาตินี้นางจะไม่ยอมให้เขาตกเป็คุณชายไร้ศักดิ์ศรีอีกต่อไป ก่อนที่นางจะแต่งเข้าสกุลฟู่นางจะสนับสนุนหลินสวินให้เป็ที่ยอมรับจากคนทั่วไปรวมทั้งสหายรักทั้งสองของนางด้วย
“นี่เ้า!!” ฟู่หนานซีชี้นิ้วมาที่หญิงสาว ตะคอกเสียงทุ้มต่ำอย่างไม่สบอารมณ์
“จื่ออิง! เหตุใดเ้าจึงมีความคิดเช่นนั้นเล่า? หลินสวินหาใช่พี่ชายแท้ๆ ของเ้าไม่! ชาติกำเนิดเขาก็เป็คนต่ำต้อย แต่คุณชายฟู่เป็ถึงทายาทสายตรงของสกุลฟู่ เขามีสิทธิ์อันใดจะมาเทียบเคียงพวกเรา!” หรั่นเซียงหยูก้าวออกมาปกป้องฟู่หนานซีอีกเสียง
“เช่นนั้นตัวเ้าเล่าคุณหนูหรั่น? เ้าเป็เพียงบุตรีจากอนุภรรยามิใช่หรือ เ้ามีสิทธิ์อันใดมานั่งเทียบชั้นอยู่เคียงข้างข้าเล่า? การยืนชี้นิ้วสั่งข้าให้ทำนั่นทำนี่ตามแต่ใจเ้าก็เป็เื่สมควรทำด้วยเช่นนั้นสินะ!”
กล่าวตามจริงหลังจากผ่านความตายมาแล้วรอบหนึ่ง หญิงสาวไม่ได้สนใจเื่ฐานะของผู้ใดเลยด้วยซ้ำ ถึงเวลาคับขันเข้าจริง การที่นางเป็บุตรสาวขุนนางใหญ่ก็หาได้รอดพ้นจากความตายไม่ ในเมื่อฟู่หนานซีใช้เื่นี้มาตั้งท่ารังเกียจหลินสวิน นางก็จะหยิบเอาฐานะของหรั่นเซียงหยูมาเปรียบเทียบด้วยเช่นกัน
“อิงเอ๋อร์ เ้าพูดกับข้าอย่างนี้ได้เช่นไรกัน..ที่แท้เ้าก็ไม่ได้เห็นว่าข้าเป็สหายของเ้า..” หรั่นเซียงหยูหน้าซีดลงในทันที ริมฝีปากเล็กสั่นระริกด้วยความอับอายแลดูน่าเวทนา
“ข้ามิได้คิดจะรังแกผู้ใด ข้าก็แค่พูดถึงข้อเท็จจริง คุณชายสวินเป็พี่ชายข้า หากผู้ใดไม่ให้เกียรติเขาก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติข้าเช่นกัน เข้าใจหรือยังเซียงหยู”
ฟู่หนานซีเห็นว่าหลี่จื่ออิงเอาจริงขึ้นมา สีหน้าและท่าทางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“เอาล่ะ ข้าจะเห็นแก่เ้านะจื่ออิง หากเ้าอยากให้เขาอยู่ด้วยข้าก็จะยินยอม ความ้าของเ้าย่อมเป็ความ้าของข้าด้วยอยู่แล้ว”
หรั่นเซียงหยูแอบกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยความอิจฉา แต่ครู่เดียวนางก็ลำพองใจ คำกล่าวของฟู่หนานซีก็ช่วยนางให้หลุดออกจากสถานการณ์ยากลำบากไปด้วยเช่นกัน
หลินสวินทรุดตัวลงนั่งโดยไม่สนใจละครปาหี่ตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้จะมาไม้ไหนต่อ แม้ว่าเสี่ยวถิงจะส่งน้ำชากับขนมมาให้เขา ชายหนุ่มก็ยังไม่หยิบขึ้นมาชิมแม้แต่คำเดียวด้วยเกรงว่าในขนมจะมีอะไรซุกซ่อนอยู่อีก
“พี่สวินท่านไม่ชอบขนมอบหรือเ้าคะ เช่นนั้นข้ากินเอง” หลี่จื่ออิงใช้ตะเกียบคีบขนมในจานตรงหน้าหลินสวินมาส่งเข้าปากตัวเองชิ้นหนึ่ง
แววตาของหลินสวินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ น้องสาวราวกับรู้ความคิดในใจของเขา และที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อแสดงให้ตนได้รู้ว่าขนมในจานของเขาปลอดภัย
ชายหนุ่มตัดสินใจคีบขนมในจานเดียวกันขึ้นมากินตาม ทำให้ฟู่หนานซีต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเดือดดาล แต่ไหนแต่ไรมาหลี่จื่ออิงก็ชอบวางตัวอยู่เหนือผู้อื่น ตัวเขาเองยังไม่เคยได้กินอาหารจานเดียวกับหญิงสาวสักครั้งเลยด้วยซ้ำ!!
หรั่นเซียงหยูลอบส่งสัญญาณให้ฟู่หนานซี ชักชวนให้เขามองไปที่ดาบข้างกายของหลินสวิน แม้จะทำได้แเีแต่ก็ยังไม่หลุดรอดสายตาของหลี่จื่ออิงที่คอยจ้องมองเอาไว้อยู่แล้ว
“อีกสองวันก็จะถึงกำหนดวันทดสอบเลื่อนขั้นของข้าแล้ว ด้วยความสามารถของข้า ข้ามั่นใจว่าข้าจะผ่านการทดสอบได้สบาย ถึงเวลานั้นแล้วอิงเอ๋อร์จะเตรียมของขวัญอะไรไว้ให้ข้ากันนะ”
หลี่จื่ออิงส่งยิ้มให้ฟู่หนานซี ชาติก่อนนอกจากนางจะ่ชิงดาบจากหลินสวินให้เขาแล้ว นางยังได้มอบภาพวาดโบราณล้ำค่าจากจิตรกรที่มีชื่อเสียงเป็ของขวัญแสดงความยินดีกับเขา
ฟู่หนานซีพอใจกับภาพวาดชิ้นนั้นไม่น้อยและเก็บรักษามันไว้อย่างดี แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่ไม่อาจนำมันออกมาอวดให้ทุกคนได้เห็นอย่างเปิดเผย
หญิงสาวแอบขอโทษสามีในอนาคตอยู่ในใจ ชาตินี้นางหักหาญน้ำใจชิงดาบมาจากหลินสวินไม่ลง เอาไว้นางจะหาสิ่งอื่นมาทดแทนให้เขาก็แล้วกัน