ชื่อเสียงโด่งดัง
ข่าวเรื่อวพวกอู่หมิงสามารถเข้ามาเป็นศิษย์สายในได้ทั้งกลุ่มและยังสามารถทะลวงระดับต่อเนื่องได้ทำให้บรรดาศิษย์สายในสั่นสะท้าน มีหลายคนไม่อยากเชื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะหวังสู่ที่ตอนนี้มีใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างมาก แน่นอนว่ากลุ่มตระกูลหวังต่างก็ไม่มีความสุขอย่างยิ่งเพราะตอนนี้อู่หมิงเติบโตรวดเร็วเกินไป"มันเป็นไปได้อย่างไรที่เจ้านั่นจะลวงระดับต่อเนื่องได้ ด้วยทรัพยากรที่ศิษย์สายนอกมีมันไม่น่าจะทำได้นี่นา หรือว่าหอกระบี่ทำผิดกฎโดยแอบมอบทรัพยากรให้กลุ่มของอู่หมิงกัน" หวังเซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ท่านพ่อเรื่องนี้ไม่สามารถปล่อยเอาไว้ได้แล้วจะต้องรีบหาทางกำจัดอู่หมิงให้เร็วที่สุด" หวังสู่กล่าวด้วยสีหน้าเครียดแค้นภายในหัวของตนยังจำภาพที่ถูกอู่หมิงเล่นงานยับเยินได้ไม่เปลี่ยนแปลง"ตอนนี้พวกเรายังเคลื่อนใหวมากไม่ได้เพราะหอกระบี่ได้แอบหนุนหลังเจ้าอู่หมิงอย่างลับๆอยู่" หวังเซิ่นกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา"ชิ นี่เราจะทำอะไรพวกมันไม่ได้เลยรึไงกัน" หวังสู่กล่าวด้วยความเครียดแค้น"เจ้าไม่ต้องห่วงภายในบรรดาศิษย์สายในมีคนของเรามากมาย พวกเราก็แค่ส่งคนไปท้าประลองพวกมันให้พวกมันไม่มีเวลาบ่มเพราะพลังเพื่อก่อกวนพวกมันก็น่าจะใช้ได้แล้ว" หวังเซิ่นกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายและก็เป็นอย่างที่หวังเซิ่นกล่าว ที่พักของพวกอู่หมิงกลับมีจดหมายท้าประลองอยู่เต็มไปหมด แน่นอนเรื่องแค่นี้ไม่เป็นปัญหาของพวกอู่หมิง พวกเจียงเฉิน เยี่ยฉีและหานเจี่ยต่างก็แสดงความฮึกเหิมและออกไปประลองอย่างต่อเนื่อง และผลที่ได้เจียงเฉินสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดได้อย่างไม่เป็นปัญหา ด้วยทักษะแห่งความพิโรธที่เสี่ยวฮุ่ย มอบให้ทำให้พลังของเจี่ยงเฉินเพิ่มขึ้นมากเมื่อใช้ทักษะนี้ แต่การคงสภาพความพิโรธของหมู่ป่าก็ยังยากลำบากอยู่ดีสำหรับเจียงเฉินในตอนนี้กลับกันพวกหานเจี่ยและเยี่ยฉีก็มีชนะบ้างแพ้บ้างแต่เมื่อมีการประลองเป็นคู่ทั้งสองจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างไม่ยากเย็น และเพราะการประลองนี่เองทำให้กลุ่ม นภาทมิฬเป็นที่โด่งดังในพื้นที่ศิษย์สายใน แม้แต่เจียงหยวนซี(องค์หญิงห้า) ก็ยังตกตะลึงกับพัฒนาการของกลุ่มอู่หมิง นางที่ได้อยู่กลับเหมันต์พิสุทธิ์ได้รับการดูแลอย่างดีและได้รับทรัพยากรมากกว่าศิษย์ทั่วไปแต่กลับถูกพวกอู่หมิงแซงหน้าอย่างรวดเร็วซึ่งแม้แต่เจียงเฉินในตอนนี้ก็ยังมีความแข็งแกร่งกว่านาง ซึ่งต่อให้นางใช้พลังสายเลือดราชวงศ์ก็ตาม"ฮ่า ฮ่า การประลองกับเจ้าพวกนั้นทำให้ข้าสนุกดีจริงๆ ความรู้สึกที่ได้อัดเจ้าพวกนั้นลงไปนอนกับพื้นได้ชั่งเป็นความรู้สึกที่หอมหวานจริงๆ" เจียงเฉินกล่าวพร้อมกับดื่มเหล้าผลไม้อย่างมีความสุข"อาจารย์บอกแล้วว่าถ้าฝึกฝนตามที่อาจารย์สั่งพวกเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดแล้วไม่นานพวกเจ้าอาจจะก้าวข้ามอู่หมิงก็ได้" เสี่ยวฮุ่ยคุยโวด้วยใบหน้าที่เย่อหยิ่ง"อาจารย์เรื่องนั้นคงไม่ใหวหรอกมั้ง หัวหน้าอู่หมิงนั้นแปลกประหลาดเกินไปด้วยความแข็งแกร่งของหัวหน้าตอนนี้มากพอจะบดขยี้ศิษย์หลักได้เลยด้วยซ้ำ" หานเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเคารพ"ใช่แล้วอาจารย์ จากที่ข้าสังเกตุดูหัวหน้านั้นสามารถบ่มเพราะได้ทุกเวลาตราบใดที่นั่นยังมีแสงตะวันและจันทราหัวหน้าก็สามารถบ่มเพราะพลังได้อย่างราบลื่น" ซวงอี้กล่าวด้วยความนับถือ"ชิ พวกเจ้าจะไปรู้อะไร เจ้านั่นหนะมันครอบครองพลังที่แหกกฎสวรรค์อย่างสิ้นเชิง มีเพียงอัจฉริยะจากทวีปศูนย์กลางเท่านั้นที่สามารถทัดเทียมกับเจ้านั่นได้ แถมทักษะที่เจ้านั่นมีก็ยังเหนือกว่าระดับของพวกเจ้าอีกด้วย ยิ่งทักษะเงามายานั่น.....มันต้องเป็นของข้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับกระดกเหล้าผลไม้อย่างบ้าคลั่งและเริ่มออกอาการเมาอย่างหนักอีกด้านอู่หมิงและจิงเสวี่ยนต่างก็บ่มเพราะพลังอยู่ จิงเสวี่ยนนั่งเล่นพิณของตนพร้อมกับฝึกท่วงทำนองแห่งความฝัน และอู่หมิงเองก็ใช้โอกาสนี้ฝึกฝนดวงจิตของตนให้แข็งแกร่งขึ้นโดยการพยายามหนีออกจากภาพมายาที่จิงเสวี่ยนสร้าง ภายในโลกมายาอู่หมิงกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการต่อสู้กับสัตว์อสูรในที่มืด ซึ่งนี่เป็นการฝึกฝนประสาทตาของอู่หมิงให้ชินกับที่มืดเมื่อพวกอู่หมิงเข้าพักอยู่ในที่พักเป็นเวลาเกือบเดือนก็ถึงเวลาที่พวกอู่หมิงจะต้องรับภาระกิจที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ห่างใกลจากหอกระบี่เพื่อหาประสบการณ์ เมื่อพวกอู่หมิงเข้ามาในตำหนักภารกิจกลุ่มศิษย์สายในก็มองมาที่กลุ่มของอู่หมิงด้วยสายตานับถือบ้างก็เกลียดชังบางกลุ่มก็มองมาที่กลุ่มของอู่หมิงด้วยสายตาซับซ้อน"นั่นหนะเหรออู่หมิง ตลอดหนึ่งเดือนข้าไม่เคยเห็นเขาออกมาประลองเลย มีแต่เจียงเฉิน หานเจี่ยและเยี่ยฉีเท่านั้นที่ออกมาประลอง" ศิษย์คนหนึ่งกล่าว"นั่นหนะสิข้าเองก็ไม่เคยเห็นอู่หมิงมาก่อน แต่จากข้อมูลที่ได้รับมา อู่หมิงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มและยังสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้อีกด้วยไม่รู้ว่านี่เรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง" ศิษย์อีคนก็กล่าวขึ้น"นั่นหนะสิถ้าไม่ได้เห็นกับตาข้าไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด" ศิษย์อีกคนก็กล่าว"เหอะ ต่อให้แข็งแกร่งแล้วยังไงเมื่อเทียบกับพี่ชายหวังตี้ที่ฝึกฝนฝ่ามือสยบมารส่วนแรกได้แล้ว อู่หมิงจะเอาอะไรมาเทียบพี่ชายหวังตี้ของข้าได้ นี่ยังไม่กล่าวถึงว่าฝ่ามือสยบมารเป็นทักษะระดับจักรพรรดิอีกด้วย" หวังสู่ที่เดินเข้ามากล่าวเสียงดังเพื่อให้อู่หมิงได้ยินอู่หมิงเองก็หันไปมองหวังสู่แล้วยิ้มอย่างเหยียดหยาม เพราะหวังสู่ที่ไม่สามารถเอาชนะตัวเขาได้แล้วนำเรื่องของหวังตี้มากดดันตนเอง สำหรับอู่หมิงนี่เป็นการกระทำที่ไร้ยางอาย"หวังสู่ข้าจำได้ว่าตอนเจ้าเป็นศิษย์สายในใหม่ๆเจ้าลั่นวาจาไว้ว่าจะประลองกับอู่หมิงเมื่อู่หมิงกลายเป็นศิษย์สายในได้ไม่ใช่เหรอ แต่นี่ก็ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วข้ายังไม่เห็นหัวเจ้ามาท้าประลองอู่หมิงเลย" เจียงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามศิษย์อื่นๆได้ยินต่างก็มองไปที่หวังสู่เป็นตาเดียวทำให้หวังสู้ต้องแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแล้วมองไปที่เจียงเฉินด้วยสายตาอาฆาตแค้น-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------