รอยที่รู้ข้อมูลต่าง ๆมาแล้วก็นิ่งอึ้งไปพักใหญ่เลย ที่ว่าเขาต้องมาอยู่ในโลกที่อันตรายแบบนี้แต่ข้อมูลนี้ก็เป็ข้อมูลเก่าที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่า 50 ปีแล้ว ไม่รู้ว่ากลุ่มผู้บุกเบิกมากมายจะทำการสำรวจโลกนั้นไปถึงไหนแล้ว ข้อมูลสำคัญ ๆเองก็ดูเหมือนจะเป็ความลับที่ทางรัฐบาลปกปิดเอาไว้ ประชาชนทั่วไปเลยไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวภายในโลกใบนั้นได้เลย แต่พวกเขาก็อุ่นใจเมื่อมีกลุ่มเดอะคิวบ์คอยควบคุมไม่ให้มีสัตว์ประหลาดเล็ดลอดออกมาได้
ส่วนในการประชุมครั้งนั้นก็มีประเทศในแถบเอเชียที่เชื่อมั่นในพลังของอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขาและได้ทำการใช้มันโดยไม่สนใจถึงผลกระทบอะไรเลย จากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ครั้งนั้นซึ่งสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับผู้บุกรุกจากนอกโลกเป็อย่างมาก ประเทศของพวกเขาประกาศถึงชัยชนะโดยการกำจัดภัยคุกความจากผู้บุกรุกไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพลังของผู้มีพลังพิเศษเ่าั้ แต่มันก็เหมือนกับตลกร้ายเพราะผลกระทบที่ตามมาคือฝุ่นกัมมันตรังสีจากการะเิซึ่งไม่ได้สร้างผลกระทบเพียงแค่ประเทศของพวกเขาแต่รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย และนั่นก็เป็จุดปัญหาที่ทั่วโลกเองต่างก็รับรู้ว่ามันมีผลเสียมากกว่าผลดี ประชาชนคนธรรมดาของพวกเขาต่างก็ล้มตายกันไปเป็จำนวนมาก จนทำให้ประเทศที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ะเิผู้บุกรุกไปแล้วก็ตามแต่ก็ไม่ได้ทำลายประตูมิติที่เชื่อมต่อโลกไป จึงทำให้ประเทศนั้นยังคงมีผู้บุกรุกออกมากจากประตูมิติอยู่เรื่อย ๆ แต่ด้วยผลกัมมันตรังสีเลยไม่มีผู้มีพลังพิเศษเข้าไปช่วยเหลือเลยเพราะกลัวผลกระทบของมัน ผู้บุกรุกที่ดูเหมือนจะมีภูมิต้านทานกัมมันตรังสีก็ทำการรุกรานขยายเขตแดนต่อไปเรื่อย ๆทำให้หลายเมืองในประเทศนั้นล่มสลายและได้กลายเป็ฐานที่มั่นของผู้บุกรุกจากนอกโลกไป
“แต่เื่พวกนี้มันก็ยังคงไกลตัวเรามากจนเกินไปไว้ว่าง ๆค่อยหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกก็ยังไม่สาย”
ส่วนเื่โรงเรียนสกายนี่ซิที่ควรหาข้อมูลของมันก่อน เพราะดูเหมือนจะเป็ส่วนหนึ่งของกลุ่มเดอะคิวบ์อีกด้วย เ้านั่นเตรียมการเอาไว้อย่างดีเลยนะนั่น ถ้าเราเลือกที่จะรับรู้ข้อมูลจากต่างโลกก็ต้องเข้าร่วมโรงเรียนสกายแต่ถ้าเราอยากจะเป็คนธรรมดาต่อไปก็เลือกที่จะไม่สนใจก็ได้แต่แล้วความปลอดภัยของเราละ โลกที่มีผู้มีพลังพิเศษมากมายเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด ที่ไม่ใช่ว่าอยู่มาวันหนึ่งเราเกิดไปจ้องหน้าใครเขาขึ้นมาแล้วคิดว่าไปหาเื่เขาละ เราจะไม่ถูกทำร้ายจนตายเลยรึไง เพราะในโลกเก่ารอยดันเจอปัญหาที่ว่ามานี้เข้ากับตัวมาแล้ว เพียงแค่เขาเป็คนสายตาสั้นแล้วแค่เพ่งมองไปทางที่พวกนักเลงยืนอยู่ พวกมันก็หาว่ารอยไปมองหาเื่พวกมันและผลที่ตามมาก็ถูกพวกมันกระทืบจนสะพักสะบอมและนั่นก็อยู่ใน่วัยคึกคะนองของวัยรุ่นซะด้วย แล้วเราที่มาอยู่ในร่างวัยรุ่นที่กำลังเืร้อนมีหรือที่จะยั้งมือไว้ได้ถ้าเกิดไปมีเื่กันจริง ๆขึ้นมา เขาอาจจะตายเลยก็ได้ถ้าเกิดไปมีเื่กับพวกผู้มีพลังพิเศษเข้า
“จริงซิ! พูดถึงเื่พลังพิเศษ ดูเหมือนว่าเราจะได้รับพลังของโลกแห่งฝันร้ายมาด้วยหนิหลังจากที่เราสำเร็จภารกิจที่ 1” รอยมองดูมือทั้งสองข้างด้วยท่าทางสับสนงุนงง
“แล้วมันใช้พลังยังไงละทีนี้?” รอยนึกย้อนกลับไปว่าพลังของเขาที่ได้รับมาเป็แบบไหนและนึกถึงข้อความสุดท้ายที่ได้รับก่อนที่จะตื่นขึ้นมา มันคือพลังของผู้ใช้คำสาป
ในตอนที่รอยกำลังสงสัยอยู่นั้นก็เหมือนจะมีเสียงพูดบางอย่างที่เขาคุ้นเคยบอกกล่าวออกมา
“ลองหลับตาทำสมาธิแล้วผู้ทดสอบจะรู้สึกได้ถึงพลังของโลกแห่งฝันร้ายได้”
“ใครหน่ะ! เดี๋ยวนะเสียงมันคุ้น ๆนะเนี่ย น…นี่มันเสียงของแท่นบูชาหนิ” รอยหันไปรอบ ๆเพื่อค้นหาที่มาของเสียงแต่ก็ไม่พบเห็นอะไรที่แปลกประหลาดอยู่เลย ตัวเขาเองตอนนี้ก็ยังตื่นอยู่ แล้วจะได้ยินเสียงจากโลกแห่งฝันร้ายได้ยังไงกัน
“แท่นบูชา! แกอยู่ไหนหน่ะ?”
...!!
รอยะโถามแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ รอยได้แต่ยิ้มแห้ง ๆให้กับตัวเขาเองเพราะเผลอไปทำอะไรบ้า ๆแบบนี้
“ผู้ทดสอบไม่ได้บ้าหรอก เพียงแต่เราเลือกที่จะตอบคำถามที่สำคัญ ๆเท่านั้น ทันทีที่ผู้ทดสอบเข้าสู่โลกแห่งฝันร้าย เราก็เหมือนเป็ผู้ทำพันธสัญญาร่วมกันแล้ว ความเป็ความตายของผู้ทดสอบก็มีผลกับเราเช่นกันแต่ตอนนี้ผู้ทดสอบยังไม่สามารถเห็นรูปร่างของเราได้เป็เพราะระดับแท่นบูชาของผู้ทดสอบยังอยู่เพียงแค่ระดับ 1 เท่านั้นและผู้เข้าทดสอบก็ยังไม่สามารถรับรู้ข้อมูลสำคัญ ๆของโลกแห่งฝันร้ายได้อีกเช่นกัน”
“ถ้างั้นแกเป็ตัวอะไรกันแน่ คำถามนี้คงตอบได้ใช่ไหม?”
“ถ้าดูจากความรู้ความเข้าใจของผู้ทดสอบ จะเรียกเราว่าภูติก็ได้”
“ถึงจะบอกว่าเป็ภูติก็เถอะนะ แต่พอไม่เห็นรูปร่างแบบนี้เราเหมือนเป็คนบ้าเลยที่ยืนพูดอยู่คนเดียว ว่าแต่เื่ที่พูดก่อนหน้านี้หล่ะแค่ทำสมาธิเฉย ๆซินะถึงจะสามารถนำพลังของโลกแห่งฝันร้ายมาใช้ได้”
“ใช่ ผู้ทดสอบจะรับรู้ได้ถึงพลังของโลกแห่งฝันร้ายที่อยู่ในห้วงมิติพิเศษเองเมื่อได้ลองทำ ถึงครั้งแรกมันจะยากไปสักหน่อยแต่นี่คือสิ่งที่จำเป็สำหรับผู้ทดสอบเป็อย่างมาก เพราะมันคือรากฐานที่สำคัญของผู้ทดสอบเอง”
“ให้ผู้ทดสอบนึกไปถึงแท่นบูชาของโลกแห่งฝันร้ายที่ปรากฏขึ้นมาครั้งแรก เมื่อใดที่ผู้ทดสอบสามารถสร้างภาพแท่นบูชาขึ้นมาในจิตใจได้แล้ว ให้ผู้ทดสอบนึกไปถึงอาวุธกับพลังที่ท่านได้รับมา ตัวอย่างที่ท่านเคยได้เห็นได้ััให้นึกมันขึ้นมาเป็รูปเป็ร่างให้ได้มากที่สุด”
รอยหลับตาไปสักพักแล้วฟังคำอธิบายอยู่ภายในใจ จากความมืดมิดอยู่ ๆก็ปรากฏแท่นบูชาที่เขาพยายามนึกถึง แท่นบูชาปรากฏดาบไร้รูปหมุนวนอยู่รอบ ๆตัวลูกแก้ว พร้อมกับลูกไฟสีม่วงเข้มหมุนวนอยู่ไม่ห่างจากตัวดาบไร้รูป
แต่รอยไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อถึงแม้ว่าเขาจะเห็นภาพแท่นบูชาตรงหน้าแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเดินเข้าไปหยิบของอย่างที่เขาอยู่ภายในโลกแห่งฝันร้ายได้ เพราะตอนนี้เขาเพียงแค่ทำสมาธิและนึกภาพของแท่นบูชาขึ้นมาเท่านั้นซึ่งตัวเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่เลยในโลกที่เขาจินตนาการ ความสงสัยของรอยอยู่ได้ไม่นานก็มีเสียงบอกกับเขาว่า
“ต่อไปนี้แหละคือจุดที่ยากที่สุด มองสิ่งของตรงหน้าที่ผู้ทดสอบอยากจะได้เอาไว้ให้ดี แล้วพยายามเรียกมันมาหาตัวผู้ทดสอบให้ได้”
"รอยก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่มีตัวตนในโลกที่เขาจินตนาการนี้ล่ะ?"
“การสร้างตัวตนขึ้นมามันไม่ใช่อะไรที่ง่ายเลย ผู้ทดสอบอย่าเพิ่งข้ามขั้นเลยให้ท่านผ่านบททดสอบไปให้ถึงขั้นที่ 5 ก่อนแล้วผู้ทดสอบจะเข้าใจเอง”
รอยได้แต่สายหัวแล้วเพ่งมองไปที่ลูกไฟสีม่วงเข้มอย่างที่ได้ยินและคิดเพียงว่าให้มันลอยมาหาตนให้ใกล้ที่สุด เสี้ยววินาทีแรกที่ลอยนึกคิดลูกไฟมันหยุดอยู่กับที่แต่ก็เพียงแค่ชั่วลมหายใจหนึ่งเท่านั้นที่ลูกไฟหยุดอยู่กับที่ รอยที่ใช้สมาธิไปมากมันเหมือนกับว่าเขาหลุดจากห้วงแห่งสมาธิเลยทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยหอบ
“นี่คือพื้นฐานที่ผู้ทดสอบต้องทำให้ได้ ถ้าคิดอยากจะใช้พลังของโลกแห่งฝันร้ายในโลกแห่งความเป็จริงนี้ เราคงตอบคำถามของผู้ทดสอบได้เพียงเท่านี้เพราะพลังของเราเองก็มีขีดจำกัดเช่นกัน”
จากนั้นเสียงก็เงียบหายไป
“เดี๋ยว! บอกแค่นี้แล้วไปเลยเหรอ?” ถึงรอยจะบ่นไปแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนักคงได้แต่ฝึกฝนและทำตามที่เ้านั่นบอกไป
“เราคงต้องลองฝึกไปเรื่อย ๆซินะให้ตายเถอะ เพียงแค่รอบเดียวก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”
ไม่ว่ารอยจะฝึกไปมากแต่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังคงทำได้เพียงแค่หยุดการเคลื่อนไหวของลูกไฟได้แค่นั้น รอยไม่สามารถขยับเขยื้อนมันได้เลยไม่ว่าจะพยายามไปแค่ไหนก็ตาม
“ปวดหัวจริงๆ” รอยเอามือกุมหัวเพราะคิดว่าฝึกต่อไปแบบนี้คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นมาแน่หัวก็ปวดจากการที่ใช้สมาธิมากเกินไป
เหมียว! “เ้านาย ๆเล่นลูกบอล”
เ้าเหมียวเข้ามาคลอเคลียรอยอย่างออดอ้อนพร้อมกับลูกบอลยางที่มันคาบมาด้วย
“แล้วมันเล่นยังไงล่ะเนี่ย? จะให้โยนแล้วคาบกลับมาเหมือนเล่นกับสุนัขหรือยังไงนะ?”
รอยลองโยนออกไปแต่ก็ถูกเ้าแมวบ่นทันที
“โยนไปไหนหน่ะเ้านายโยนมาที่หัวซิ”
“ให้ตายซิมันจะเล่นส่งบอลเองเรอะ!” รอยเล่นสนุกกับเ้าเหมียวไปพักใหญ่จนลืมเวลาไปเลย
“จริงซิเรายังไม่ได้ฉีดยาหลอดนั้นเลย” รอยที่กำลังเล่นเพลิน ๆก็นึกขึ้นมาได้แล้วรีบลุกออกไปที่ห้องนอนทันที
“เ้านั่นจะอ่านข้อความที่เขียนไปแล้วรึยังนะ?”
รอยขึ้นมาที่ห้องนอนพร้อมกับเ้าเหมียวที่เดินตามมาต้อย ๆ แต่ก็ไม่พบกับความเปลี่ยนแปลงอะไรกับหนังสือ ข้อความที่รอยเขียนเอาไว้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม มันแสดงถึงว่ายังไม่มีใครอ่านข้อความนี้เลย
รอยเปิดลิ้นชักพร้อมกับนำเข็มฉีดยาออกมาแต่รอยก็นั่งคิดไม่ตกจริง ๆว่าจะฉีดยาที่อยู่ตรงหน้านี้ดีหรือไม่ เพราะไม่รู้จะเชื่อใจเ้านั่นได้มากน้อยแค่ไหน หนังสือนั่นเองก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆที่ชวนให้รู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้
แต่ความลังเลใจก็อยู่กับรอยได้ไม่นาน ตัวเขาก็นำเข็มมาฉีดเข้าที่ข้อมือทันทีและไม่รู้ว่าที่เขาฉีดไปนั้นมันถูกวิธีรึเปล่า เพราะในคำอธิบายบอกเพียงแค่ว่าให้ฉีดเข้าที่ตัวได้เลย
ผ่านไปพักใหญ่รอยนั่งรอดูอาการที่จะเกิดขึ้นกับเขา แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีเพียงแค่ความรู้สึกร้อน ๆหนาว ๆเพียงชั่วครู่เท่านั้น หน้าตาเองก็ดูเหมือนจะซีดเผือดขึ้นเหมือนกับคนป่วยหนัก นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไรต่อร่างกายเขาอีกแล้ว
รอยพอรู้สึกสบายใจที่ไม่มีอะไรผิดปกติกับร่างกายเขาแล้วก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา เลยคิดว่าจะออกไปข้างนอกเพื่อสำรวจและหาอะไรกินด้วย
“ยังดีที่ค่าเงินของโลกนี้เหมือนกัน ในตัวเราตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท แล้วจะไปหาเอาจากที่ไหนล่ะเนี่ย เราก็อยู่บ้านคนเดียวซะด้วย” รอยพยายามค้นรอบ ๆห้องนอนแต่ว่าในห้องนอนของเขาไม่มีเงินอยู่เลยสักบาท ถึงแม้จะมีกระเป๋าเงินกับบัตรเครดิตและบัตรต่าง ๆอีกมากมายอยู่ก็เถอะ
“เ้าบ้านั่นดันไม่มีรหัสทิ้งไว้ให้นี่ซิ แต่เดี๋ยวนะตอนเราหาข้อมูลที่โต๊ะคอม เ้านั่นทิ้งรหัสบางอย่างในการเปิดใช้คอมเอาไว้ด้วย” รอยที่นึกขึ้นมาได้ว่ามีกระดาษจดรหัสบางอย่างเอาไว้อาจจะมีรหัสเปิดบัญชีอยู่ก็เป็ได้เลยรีบลงไปหาทันทีและก็ทำให้รอยโชคดีที่รหัสนั้นสามารถใช้เปิดบัญชีในโทรศัพท์ของเขาได้แต่เงินในบัญชีก็ทำให้เขาอึ้งไปเลย เพราะมันเยอะจนน่าใไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ในวัยเรียนจะมีเงินเยอะแยะมากมายขนาดนี้ และดูเหมือนว่าจะมีเงินจำนวนมากแบบนี้ถูกส่งมาทุก ๆเดือนโดยชื่อบัญชีเป็พ่อของเขานั่นเอง
รอยที่หมดห่วงปัญหาเื่เงินแล้วก็ออกจากบ้านโดยทิ้งเ้าเหมียวเอาไว้ที่บ้านตัวเดียว
ทันทีที่รอยออกจากบ้าน ก็มีกลุ่มคนน่าสงสัย 5 คนเฝ้ามองรอยจากด่านฟ้าตึงสูงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านของรอยนัก
“เป้าหมายออกจากบ้านแล้วครับหัวหน้า ให้ลักพาตัวมาเลยไหม?” หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มกล่าวถามพร้อมกับมองรอยอย่างไม่ละสายตา
“จัดการเลยแต่แกก็ระวังเอาไว้ให้ดีละ ครอบครัวของเ้าเด็กนั่นไม่ใช่คนธรรมดามันอาจจะมีคนแอบคุ้มครองมันอยู่ลับ ๆก็เป็ได้”
“เข้าใจแล้วครับหัวหน้า!”
หัวหน้ากลุ่มคนน่าสงสัยหันหลังกลับมาบอกกับลูกน้องที่เหลือ ที่ตอนนี้กำลังตรวจเช็คอุปกรณ์บางอย่างกันอยู่
“จัดการแผนที่เตรียมการเอาไว้เลย” กลุ่มคนทั้ง 5 หยิบอุปกรณ์แล้วะโแยกหายตัวไปคนละทิศคนละทางอย่างกับพวกนินจา
รอยเดินเปิดโทรศัพท์ชิวๆ เพื่อมองหาร้านอาหารใกล้ ๆบ้านก็ไม่รู้สึกถึงภัยอันตรายที่เขากำลังจะเจอเลย