ภายในห้องที่มืดและเงียบกริบมีเพียงเสียงแมลงตอนกลางคืนส่งเสียงร้องแว่วเข้ามาเป็ระยะหน้ากรอบรูปของคุณหลวงภัสดาที่มีชุดนั่งเล่นไม้บุโซฟาสีน้ำตาลเข้มแบบสมัยโบราณตั้งอยู่ปรากฏร่างของคุณหลวงภัสดานั่งอยู่ที่โซฟานั้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เมขลานั่งเก้าอี้โยกแล้วหลับไปสายตาิญญาของคุณหลวงภัสดาที่มองมาทางหญิงสาวมีแววตัดพ้อกรายๆ
ิญญาคุณหลวงมองนิ่งนานจนกระทั่งเมขลาเริ่มรู้สึกตัว และรู้สึกเหมือนมีใครมองเธออยู่ จึงค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แต่สายตาก็แลไปเห็นเพียงภาพถ่ายเก่าๆ ของหลวงภัสดาเท่านั้นเธอคิดถึงความฝันเมื่อสักครู่แล้วสะบัดศีรษะไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนจะลุกไปนอนต่อที่เตียงซึ่งอยู่ในส่วนของห้องนอนโดยไม่มีทีท่าว่าจะแลเห็นิญญาของคุณหลวงภัสดาแม้แต่น้อยสีหน้าิญญาของคุณหลวงถึงกับหม่นหมองไปทันที
“หล่อนคงไม่อยากจะเห็นฉันไม่ว่าฉันจะเป็คนหรือดวงิญญาสินะ”คุณหลวงพึมพำเบาๆ น้ำเสียงผิดหวังไม่ปิดบัง
“อย่าน้อยใจไปเลยเ้าค่ะ”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“บุญอิ่ม” คุณหลวงเรียกชื่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองนี่ก็เป็อีกหนึ่งดวงิญญาที่ตายที่นี่และยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดบุญอิ่มคือดวงิญญาของหญิงวัยกลางคนที่เคยไปปรากฏตัวให้เมขลาเห็นที่โรงพยาบาลสองครั้งสองคราแต่ยังไม่ปรากฏตัวให้เมขลาเห็นที่นี่เพราะคุณหลวงห้ามไว้และบุญอิ่มยังเป็บ่าวผู้จงรักภักดีต่อเ้านายอย่างคุณหลวงภัสดาและภรรยาเพียงคนเดียวของคุณหลวงที่รอคอยตลอดมา
“ฉันอดหวั่นใจไม่ได้ว่าถ้าแม่เกตุแก้วเห็นฉันแล้วจะเป็ยังไง หล่อนจะเกลียดกลัวฉันรึไม่?” คุณหลวงค่อนข้างกังวลไม่น้อย บุญอิ่มบ่าวผู้ภักดีมองนิ่งก่อนเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
“แต่บุญอิ่มว่าสิ่งที่คุณท่านควรกังวลมากกว่านั้นคือว่าคุณเกตุแก้วจะสวมแหวนหรือไม่นะเ้าคะ” คุณหลวงภัสดาหันมองบุญอิ่มทันทีที่พูดจบเพราะนั่นเป็เื่ที่ควรกังวลอย่างแท้จริง
.
.
เช้าวันใหม่ภายในห้องรับแขกอันหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลรัชชาภักดิ์ ทั้งคุณการุญ คุณรัศมีและเรืองรินต่างพร้อมหน้ากันที่โต๊ะรับรองแขกขนาดใหญ่ ไม่นานนักเมขลากับมินตราก็มาถึงทั้งสองนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับคนตระกูลรัชชาภักดิ์ทั้งสามโดยมีคุณประสงค์ทนายความประจำตระกูลนั่งเป็ประธานอยู่ที่หัวโต๊ะส่วนดาด้ากับนุดีเพื่อนของสองพี่น้องไม่ได้มาด้วยเพราะเกรงใจคุณการุญและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดพินัยกรรมครั้งนี้แต่ดาด้าก็อดที่จะสอดแนมไม่ได้ โดยสั่งการหน้าตาจริงจัง
“เื่ราวเป็ยังไงพวกเธอกลับมาต้องเล่าให้ฟังด้วยนะพวกฉันจะรอฟังอยู่ทางนี้” ดาด้าสั่งความตามหลังก่อนที่ทั้งสองพี่น้องจะออกจากเรือนไทยไปตึกใหญ่
“มาเร็วกันจริงนะ”เรืองรินเอ่ยทักแต่เหมือนเป็การแดกดันมากกว่า เมขลายิ้มเยาะแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงที่หนักแน่นไม่กลัวเรืองริน
“ใจร้อนน่ะอยากรู้ว่าคุณปู่จะให้อะไรบ้าง” พูดพลางส่งสายตาเขม็งมาทางฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ยอมลงให้ใคร
“คุณพ่อคะ” จากนั้นก็แสร้งหันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่คุณการุญผู้เป็พ่อ
“รอใครอีกเหรอคะ? ก็พร้อมกันหมดแล้วนี่นา” เมขลาทำเสียงออดอ้อนได้อย่างน่าหมั่นไส้จนิญญาคุณหลวงภัสดาที่ตามมาด้วย อดส่ายศีรษะไปมาอย่างเอ็นดูไม่ได้
“เหลือเกินจริงๆแม่เกตุแก้ว” คุณหลวงยืนอยู่ข้างหลังเมขลาตลอดเวลาโดยที่ไม่มีใครมองเห็นเลยสักคนแม้แต่เมขลาก็ตามที่เป็เช่นนี้เพราะแรงอธิษฐานจากอดีตชาติอันแน่แน่วของเกตุแก้วซึ่งเป็เหตุให้สะท้อนเข้าสู่ิญญาของคุณหลวงภัสดาโดยตรง
เมขลาสามารถเห็นและััได้กับทุกดวงิญญายกเว้นเพียงิญญาของคุณหลวงภัสดาที่เธอได้ยินแค่เสียงแว่วๆ ัับางเบา แต่จะให้เจอจังๆไม่มีทางทำได้ คุณหลวงภัสดารับทราบเื่นี้เป็อย่างดี จึงมารอดูผลอยู่ที่นี่เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้เมขลาััและเห็นเขาได้ ก็คือ แหวนภัสดา แหวนที่คุณหลวงสั่งทำขึ้นเพียงวงเดียวซึ่งเคยสวมให้เกตุแก้วกับมือ และวันนี้เกตุแก้วจะได้แหวนวงนั้นอีกครั้ง
“วันนี้หัวใจของฉันจะกลับไปอยู่ที่หล่อนแม่เกตุแก้ว” คุณหลวงภัสดาเอ่ยเบาๆโดยที่ไม่มีใครได้ยินแม้แต่เมขลา
“รอคุณลุงวาทินกับนายอธิปเพื่อนของพ่อกับลูกชายคนเดียวของลุงวาทินน่ะพ่อเชิญเขามาร่วมรับฟังการเปิดพินัยกรรมในครั้งนี้ด้วย” คุณการุญอธิบายใจเย็น
“อ๋อ... ค่ะ”เมขลาพยักหน้ารับรู้เพียงอึดใจมะลิก็เข้ามารายงานว่าทั้งสองคนมาแล้ว พร้อมกับร่างสูงของทั้งสองที่เดินตามเข้ามาติดๆคุณการุญหันไปเห็นพอดี
“อ้าวนั่น มาพอดีเชิญนั่งๆ” ผู้เป็เ้าของบ้านทักทายอย่างเป็กันเอง
“โทษทีนะที่มาช้ารถติดแหง็กเลยวันนี้”ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นพร้อมบอกเหตุผล
“นี่เ้าธิปก็เหยียบมาเต็มที่แล้วนะ”คุณวาทินแก้ตัวยืดยาวส่วนอธิปผู้เป็บุตรชายยิ้มอย่างสุภาพไหว้เคารพคุณการุณและคุณรัศมีอย่างนอบน้อม ซึ่งบ่งบอกว่าถูกสั่งสอนมารยาทมาเป็อย่างดีแต่ทว่าคุณหลวงภัสดากลับมองอธิปไม่วางตาพร้อมกับพึมพำเบาๆ
“ขุนวิชยานี่นา”แล้วหันไปทางมินตราน้องสาวของเมขลาในชาติปัจจุบันแต่เป็น้องสาวของเขาในอดีตชาติที่ผ่านมาทว่ามินตรากลับมีท่าทีวางเฉยไม่ได้สนใจอธิปเป็พิเศษ ผิดกับอธิปชายหนุ่มร่างสูงสมส่วน ใบหน้าคมคาย เขามองมินตราไม่วางตา ดุจมีสายสัมพันธ์บางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเธอั้แ่แรกเห็นทีเดียวขณะเดียวกันทางด้านเรืองรินก็ส่งสายตาชวนฝันมาทางบุตรชายของคุณวาทินอย่างเปิดเผย ด้านเมขลานั้นเล่าเธอลอบสังเกตอาการและเก็บรายละเอียดของแต่ละคนเงียบๆ
“สวัสดีค่ะพี่ธิป”เรืองรินส่งเสียงทักทายก่อนใคร และเรียกชายหนุ่มอย่างสนิทสนมเหมือนจะบอกให้ทุกคนรู้กรายๆ ว่าเธอสนิทกับอธิปแค่ไหน เมขลาได้แต่แอบสมเพชอยู่ลึกๆกับท่าทางการแสดงออกของน้องสาวต่างมารดา
“อ้อ เมขลา มินตรานี่ลุงวาทินเพื่อนของพ่อส่วนนั่นนายอธิปนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่บริหารธุรกิจทั้งหมดของครอบครัวและเป็ทายาทเพียงคนเดียวของคุณลุงวาทิน”คุณการุญแนะนำอย่างเป็ทางการ และพูดต่อ
“ส่วนนี่ลูกสาวคนโตและลูกสาวคนกลางที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง”คุณการุญหันไปทางลูกสาวทั้งสองด้วยสายตาที่แสดงความรักและอ่อนโยนสองพี่น้องยกมือไหว้คนที่ผู้เป็พ่อแนะนำอย่างนอบน้อม คุณวาทินรับไหว้อย่างเอ็นดูส่วนอธิปรับไหว้สองสาวแต่สายตาจับจ้องไปทางมินตราอย่างรู้สึกว่าอยากรู้จักมากกว่านี้มินตราเริ่มรู้สึกถึงสายตาหวานซึ้งของอธิปแต่เธอทำเป็ไม่สนใจ
“กิริยางดงามแถมยังสวยทั้งคู่อีกด้วย” คุณวาทินเอ่ยทักยิ้มๆให้ความเป็กันเอง และเมื่อผู้เป็พ่อเอ่ยเช่นนั้น อธิปบุตรชายก็เอ่ยขึ้นบ้าง
“เห็นด้วยครับ”อธิปพูดไปตามความรู้สึกเพราะเมื่อแรกเห็นมินตราเขารู้สึกใจเต้นแรงทำตัวไม่ถูกอย่างไรก็ไม่รู้ เหมือนเห็นของรักคืนมาอยู่แค่เอื้อมแต่คุณรัศมีกับเรืองรินกลับรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลยเมื่อเห็นสองพี่น้องถูกชมต่อหน้าเรืองรินรีบแทรกเข้ามาเกาะแขนอธิปทันทีแต่เขากลับไม่ชอบใจเอามากๆ ที่เรืองรินทำกิริยาแบบนี้ต่อหน้ามินตราเขาหันหน้าหนีไปอีกทางแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอสายตาเมขลาที่มองมายิ้มๆ อย่างรู้ทันอธิปถึงกับหน้าแห้งไปไม่เป็
“ขอประทานโทษครับได้เวลาเปิดพินัยกรรมแล้วครับ” คุณประสงค์ทนายความประจำตระกูลเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเป็ทางการทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วลงนั่งประจำที่ของตัวเองคุณรัศมีและเรืองรินนั่งกุมมือกันอย่างลุ้นเต็มที่ว่าตัวเองจะต้องมีส่วนได้ในทรัพย์สมบัติคุณการุญนั่งนิ่งอย่างสงบ สองพี่น้องเมขลากับมินตรานั่งสบายๆเพราะไม่ได้หวังว่าจะมีส่วนในทรัพย์สมบัติของตระกูลรัชชาภักดิ์อยู่แล้วส่วนคุณวาทินและอธิปนั่งถัดไปจากเก้าอี้ของคุณรัศมีและเรืองรินเสียงทนายประจำตระกูลเอ่ยขึ้นชัดถ้อยชัดคำ
“คุณเที่ยงธรรมรัชชาภักดิ์ ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ไว้ขณะที่ท่านมีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ครบถ้วนเพื่อแบ่งส่วนทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งแบ่งออกเป็ คฤหาสน์รัชชาภักดิ์พร้อมที่ดินเงิน ทอง เครื่องเพชร และธุรกิจในเครือของรัชชาภักดิ์ทั้งหมดให้ทายาทดูแลต่อไปโดยระบุไว้ว่าบริษัทต่างๆ ของตระกูลรัชชาภักดิ์ให้อยู่ในความดูแลของนายการุญ รัชชาภักดิ์บุตรชายเพียงคนเดียว”คุณการุญพยักหน้ารับนิ่งๆ คุณวาทินยิ้มยินดีกับคุณการุญทนายประสงค์พูดต่อ
“คฤหาสน์รัชชาภักดิ์และที่ดินทั้งหมดรวม 230 ไร่ ทั้งที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมทั้งทองคำแท่งในธนาคารให้ตกเป็กรรมสิทธิ์ของนายการุญ รัชชาภักดิ์เพียงผู้เดียวส่วนภรรยาและบุตรที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้อยู่ในความดูแลของนายการุญรัชชาภักดิ์ซึ่งแล้วแต่ว่าจะแบ่งสันปันส่วนอย่างไร”
คุณรัศมีแม้จะเซ็งๆ อยู่บ้างแต่ก็หันมามองทางเมขลาและมินตราอย่างเยาะเย้ยแม้เธอสองแม่ลูกจะไม่ได้อะไรแต่เธอก็ยังได้ชื่อว่าเมียแต่งอย่างถูกต้องและมีทะเบียนสมรสเป็การยืนยันด้านกฎหมายดังนั้นเธอและลูกสาวจึงเป็ภรรยาและบุตรที่อยู่ในความดูแลของผู้เป็สามีพวกเธอก็เหมือนมีสิทธิ์เต็มที่อยู่แล้ว
คุณรัศมีเบ้หน้าไปทางเมขลา โถ... น่าสงสารอุตสาห์มากันตั้งไกลกลับไม่ได้อะไรไปเลย ส่วนเรืองรินก็เบ้ปากสมน้ำหน้าสองพี่น้องเต็มที่เมขลานั่งนิ่งสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากมินตราผู้เป็น้องสาว..