ยี่สิบปีต่อมา
"ชากีวันนี้มีประชุมไหมลูก?"
"ไม่มีครับ"
"กลับพร้อมพ่อนะ"
"ครับ"
นายตำรวจใหญ่เดินมาหาลูกชายนายตำรวจยศน้อยกว่า เอ่ยถามเหมือนเช่นทุกวันสองพ่อลูกในเครื่องแบบตำรวจภูมิฐานในวัยและยศต่างกันเดินตามกันออกมาจากสำนักงานตำรวจด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
เครื่องแบบนายตำรวจพอดีตัวกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยอัดแน่นอยู่ภายในจนเห็นสรีระชัดเจนไหล่กว้างหลังตั้งตรงขาเรียวยาวใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยเดินก้าวยาวๆ ไปที่จอดรถประจำตำแหน่งโดยไม่วอกแวกต่อสายตาและการเอ่ยทักจากผู้ใด
คนพ่อเป็ผู้กับกับาุโแม้จะมีอายุเพียงห้าสิบปีรูปร่างสูงใหญ่อย่างคนออกกำลังกายเป็ประจำคนลูกเป็สารวัตรใหม่ที่พึ่งได้รับตำแหน่งสรีระไม่ใหญ่โตเท่าคนพ่อสูงน้อยกว่าตัวต่ำกว่าเล็กน้อยแม้หน้าจะคล้ายผู้เป็แม่แต่ประจำสาขาในเขตคังนัม
ทุกคนมักจะคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนพ่อลูกนี้เป็อย่างดีท่านผู้กับกับ ชเว ยงกี ผู้สร้างชื่อเสียงจากการปราบปรามแก๊งมาเฟียลายสักใหญ่ที่สุดเมื่อยี่สิบปีที่แล้วย่างบ้าคลั่ง
ยุคที่วายร้ายครองเมืองหลวงและคอรับชั่นในหมู่ข้าราชการจนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และในที่สุดก็ล้มล้างระบอบมาเฟียสำเร็จได้เลื่อนขั้นเลื่อนยศตามผลงานในวัยที่ไม่มากนัก
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นั้นย่อมแลกมาด้วยการสูญเสียสิ่งสำคัญมากมายไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวที่แสนอบอุ่นของตนเอง
จากครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมีพ่อคนเก่งแม่คนสวยใจดีลูกชายที่น่ารักทั้งสองคนบัดนี้เหลือสมาชิกเพียงครึ่งเดียว
แม้ผู้คนจะสรรเสริญในคุณงามความดีที่เคยทำมามากเพียงใดแต่เมื่อลูกชายคนเดียวที่เหลือก้าวเข้ามารับราชการตำรวจเสียงครหาต่างๆ มากมายก็ตามมาเพราะคนที่ได้รับผลกระทบแสนสาหัสจนมีประวัติการรักษาพยาบาลเนิ่นนานกลับสอบเข้ามาเป็ตำรวจได้อย่างง่ายดายจนผู้ตนต่างลือกันหนาหูว่าผู้เป็พ่อใช้เส้นสายดึงลูกเข้ามาด้วยความที่ดูแลลูกใกล้ชิดมากเกินไป..
จะไม่ให้ดูแลใกล้ชิดได้อย่างไรในเมื่อลูกชายคนเล็กมีการต่อต้านบางสิ่งจนมีอาการแพนิค
สิ่งที่เรียกว่ารอยสัก
รถเก๋งสีดำสัญชาติเกาหลีขับออกมาจากสำนักงานตำรวจคังนัมแล่นออกมาเรื่อย ๆ อย่างระมัดระวังบรรยากาศเย็นยามหัวค่ำมีลมพัดเอื่อยเอื่อย ๆ ใน่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีวิวข้างทางส่วนใหญ่เป็ตึกสูงระฟ้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต้นไม้หลากหลายสีสันประปรายบรรยากาศหลังเลิกงานเป็สิ่งคุ้นเคยที่ทั้งคู่คุ้นชิน
ภายในรถมีกลิ่นอโรม่าช่วยให้ผ่อนคลายเพลงสากลช้าๆ แบบที่คนลูกชอบฟังถูกเปิดคลอเบาๆ ตลอดทาง
ลูกชายตัวขาวพิงหัวไปกับเบาะหันหน้าออกข้างหน้าต่างมองวิวข้างทางยามค่ำคืนโดยปราศจากคำพูดใด ๆ
ผู้เป็พ่อจดจ่อกับท้องถนนทอดสายตามองไปไกลบางครั้งก็หันไปมองกระจกซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง
"ชากีมื้อเย็นลูกอยากกินอะไร?"
คนเป็พ่อเอ่ยขึ้นมาเมื่อรถคันงามจอดสนิทใต้ตึกเพนชั่นหลังใหญ่ของตน
"แล้วแต่พ่อเลยครับ"
ลูกชายตอบพร้อมเดินถือกระเป๋าและเสื้อคลุมเดินนำไปที่ที่ลิฟท์เพื่อจะขึ้นห้องพักเป็กิจวัตรประจำวัน
"ไก่ทอดไหม?"
"ครับ"
บทสนทนาที่แสนสั้นเข้าใจง่ายจากน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึกเป็สิ่งที่ทั้งคู่คุ้นชินโดยไม่รู้ตัว
เมื่ออดีตเปลี่ยนแปลงคนบ้านตระกูลชเว ไปโดยสิ้นเชิงลูกชายตอนสิบขวบที่ชอบยิ้มแย้มพูดจาเจื้อยแจ้วออดอ้อนตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
ไม่มีคุณพ่อที่ชอบหยอกล้อลูกชายด้วยความรักใคร่พาครอบครัวไปเที่ยวไหนต่อไหนเหมือนตอนนั้นมันหายไปทั้งหมดหลงเหลือเพียงสมาชิกที่าเ็ทางใจอย่างแสนสาหัสเพียงสองคนที่มีชีวิตเพื่อทำหน้าที่รับใช้ประชาชนตามปฎิญาณที่ตั้งไว้จนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น
...
อีกฟากฝั่งของเมืองหลวงเขตคังนัมห่างจากถนนสายหลักเข้าไปค่อนข้างลึกมีหมู่บ้านโบราณยังคงโครงสร้างและแบบบ้านเดิมๆ ที่เป็ชั้นเดียวติดๆ กันในพื้นที่กว้างเป็ชุมชนที่รัฐแบ่งสรรให้เป็หมู่บ้านของผู้มีรายได้น้อยหรือพวกคนชราวัยเกษียณและอดีตผู้ต้องขังที่ไม่ค่อยมีใครรับเข้าทำงาน
คนในเขตชุมชนพิเศษต้องยังชีพด้วยการทำงานที่ไม่มีใครทำอย่างใช้แรงงานหนักไปจนถึงการหาเก็บขยะขายเรียกว่าหามื้อกินมื้อของจริงแม้จะดีที่จ่ายเงินเพียงเล็กน้อยแลกกับการมีที่ซุกหัวนอนแต่ชุมชนแห่งนี้ในแผนของรัฐบาลนั้นเป็แลนด์มาร์คสีแดงที่รอวันกวาดล้างเพื่อจัดทำโครงการเมืองใหม่อยู่รอมร่อ
สถานที่นอกสายตาผู้คนถูกกระแสสังคมพัดพาให้ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองไร้การยื่นมือมาช่วยเหลือแม้แต่อาหารและยารักษาโรคที่เป็ปัจจัยพื้นฐานราวคนละโลกกับเมืองที่ภาพลักษณ์ดีเด่นติดอันดับโลกอย่างย้อนแย้งโดยสิ้นเชิง
หมู่บ้านนี้แม้จะดูธรรมดาเลือนลางจนไม่มีใครอยากพูดถึงหรือย่างกรายเข้ามาใกล้แต่ที่ที่ลำบากมักจะสร้างคนที่มุ่งมั่นและแข็งแกร่งขึ้นเสมอไม่ว่าจะเมื่อไหร่มันจะมีคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อคำพูดคนและโดดเด่นขึ้นมาจากโคลนตมเพื่อแสวงหาชีวิตที่ตัวเอง้ามากกว่าการจมปลักอยู่กับที่
การถูกชี้นิ้วสั่งให้ต้องเป็แบบนั้นแบบนี้ไม่ใช่ทางเลือกของคนที่ชื่อ ปาค ยอโบ
ชายหนุ่มวัย25เ้าของส่วนสูง 195 น้ำหนัก 70 แขนขายาวมือเท้าสากด้านใหญ่โตตามสรีระร่างกายเพราะการทำงานต่าง ๆ มาั้แ่เด็ก
หน้าตาคมดุดันใต้ตาดำคล้ำจากการนอนน้อยหนึ่งในสมาชิกของหมู่บ้านฮันบกกีแห่งนี้
หน้าตาที่ไม่เป็มิตรท่าทางนักเลงหัวไม้คือเอกลักษณ์ชายหนุ่มอันเป็ที่เลื่องลือว่าเป็สมุนของอดีตมาเฟียผู้มีรอยสักเต็มตัวนามว่า จาง ซาจา
ชายข้างบ้านคือเพื่อนของ ปาค คอมี ผู้พ่อของ ปาค ยอโบ ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจากสังคมด้านนอกด้วยกันั้แ่ยอโบยังไม่เกิด
ข่าวลือที่บอกว่าเขาเป็มาเฟียนั้นถูกร่ำลือต่อๆ กันมาจากเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้วชายสูงวัยคือหนึ่งในกลุ่มนั้นเป็ช่างสักมือฉมังที่ลงลวดลายบนร่างกายให้ผู้มีอิทธิพลด้านมืดพวกนั้นแทบทุกคนด้วยความเก่งกาจของฝีมือการสักระดับปรมาจารย์
เเละเป็เหตุผลที่พ่อและลุงผู้เงียบขรึมเข้ามาอาศัยที่นี่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้เพราะคนสักลายใน่นั้นจะถูกเหมารวมว่าเป็มาเฟียและฆ่าตกรทั้งหมดจึงเลือกที่จะมาอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ที่ ๆ ไม่มีใครสนใจ
ชายสูงวัยเป็คนสันโดษไม่สุงสิงกับใครจนกระทั่งเด็กชายโตขึ้นพ่อดื่มเหล้ามากขึ้นจากความเครียดเื่ปากท้องบางครั้งก็ถูกเ้าหน้าที่ของรัฐรังแกไปทำงานกลับบ้านบ้างไม่กลับบ้างยอโบไม่มีแม่ไม่ว่าจะถามพ่อยังไงพ่อก็ไม่ยอมบอกแถมลุงซาจาก็ไม่เคยปริปากเช่นกัน
จนเด็กชายแอบปีนเข้ามาเล่นในบ้านของเพื่อนพ่อแอบวาดภาพตามผนังบ้านจนคุณลุงมาเห็นเข้าจึงเกิดการประทะฝีปากกันระหว่างเด็กน้อยกับช่างสักรุ่นใหญ่และเป็เช่นนั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านต่างวัยจะค่อนข้างชุลมุนแต่คนในละแวกนี้ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าสองคนนี้รักกันผูกพันกันยิ่งกว่าคนเป็พ่อแท้ ๆ เสียอีกเพราะคนที่คอยเลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำสอนศิลปะการวาดรูปและสอนการสักลายทุกอย่างให้กับเด็กชายที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียวนั้นคือลุงจางคนนี้นี่เอง
หลังจากยอโบได้เข้าเรียนตามกฎหมายเกาหลีกำหนดจบมัธยมปลายเรียนต่อเสาร์-อาทิตย์ในระดับปริญญาตรีในคะแนนจบที่เกือบตกเพราะเป็คนหัวไม่ค่อยดีเรียนไม่เก่งมาั้แ่เด็กไม่เคยสนใจการเรียนหรือวิชาการใด ๆ มีเพียงงานศิลปะที่โดดเด่นเงินที่ส่งเรียนก็เป็ของลุงจางช่างสักที่ส่งเสียเด็กโข่งคนนี้เพราะมองเห็นความเหมือนตนเอง่วัยหนุ่มไม่มีผิดเพี้ยน
จนกระทั่งวันหนึ่งเหมือนว่าฟ้าจะเห็นใจคนช่างฝันที่อยากทำงานในร้านสักอยากเปิดร้านสักเป็ของตัวเองสักครั้งยอโบเจอประกาศหนึ่งเข้าด้วยความบังเอิญ...