เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นในตรอกแคบ
ไม่ใช่เสียงต่อสู้
เป็เสียงของอาวุธที่ “กำลังหาเป้าหมาย”
ลู่เฉินหยุดฝีเท้า
กลิ่นคาวเืลอยมาก่อน
ตามด้วยแรงกดดันแปลก ๆ ที่ทำให้เืในกายเขาไหลเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่สัญญาณ
ไม่ใช่คำเตือน
เป็สัญชาตญาณของสิ่งที่ไม่ควรอยู่ร่วมกับมนุษย์
—
ชายสามคนยืนขวางปลายตรอก
ชุดสีเข้ม
อาวุธสั้นยาวต่างกัน
ท่าทางไม่ใช่นักเลง
พวกเขามองลู่เฉิน
ไม่ใช่มองเสื้อผ้า
ไม่ใช่มองอาวุธ
แต่มอง “ตัวเขา”
“ใช่ไหม”
หนึ่งในนั้นพูดเบา ๆ
เหมือนยืนยันกับตัวเอง
ลู่เฉินขยับถอยครึ่งก้าว
ชีพอสูรในร่างตอบสนองทันที
ไม่รอคำสั่ง
ไม่รอเหตุผล
เส้นเืใต้ิัปูดขึ้น
ลมหายใจหนักลง
—
พวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
ไม่มีคำเตือน
ไม่มีการล้อม
เป็การ “ปิดทางแล้วฆ่า”
—
ลู่เฉินเบี่ยงตัวหลบคมมีดเฉียดคอ
หมัดหนักจากอีกด้านซัดเข้าที่ซี่โครง
เสียงกระแทกดังชัด
ความเจ็บแล่นขึ้นสมอง
เขาไม่ทันตั้งตัว
แต่ร่างกายตอบสนองเอง
ศอกซ้ายฟาดสวน
ไม่แม่น
ไม่สวย
แต่แรงพอให้กระดูกแตก
เสียงร้องดังขึ้น
สั้น
แล้วหายไป
—
อีกคนเหวี่ยงอาวุธเข้ามาจากด้านหลัง
ลู่เฉินหมุนตัวไม่ทัน
คมเหล็กเฉือนผ่านแผ่นหลัง
เืสาดทันที
ความเจ็บปะทุ
และในวินาทีนั้น
ชีพอสูร “ตื่น”
—
แรงดันะเิจากกลางอก
ลมหายใจของลู่เฉินเปลี่ยนจังหวะ
เขาไม่คิด
ไม่วางแผน
เขาพุ่งเข้าใส่
หมัดซัดตรง
ไม่สนท่า
ไม่สนช่อง
แรงปะทะทำให้ร่างตรงหน้าลอยกระแทกกำแพง
เสียงกระดูกแตกดังชัด
—
คนสุดท้ายชะงัก
สายตาที่มองลู่เฉิน
ไม่ใช่ความกลัว
แต่เป็ความแน่ใจ
“ใช่จริง ๆ…”
มันพึมพำ
“เือสูร”
—
ลู่เฉินไม่ให้มันพูดจบ
เขากระโจนเข้าไป
รับมีดเข้าที่แขนโดยไม่หลบ
คมเหล็กฝังเนื้อ
เืไหลไม่หยุด
แต่เขาไม่สน
มืออีกข้างคว้าคอเสื้อ
เหวี่ยงร่างนั้นลงกับพื้น
พื้นหินแตกร้าว
แรงะเืสะท้อนขึ้นทั้งตรอก
—
ความเงียบปกคลุม
เสียงหอบ
เสียงเืหยด
เสียงหัวใจที่เต้นแรงเกินมนุษย์
—
ลู่เฉินทรุดลงช้า ๆ
ร่างกายสั่น
กล้ามเนื้อปวดแสบ
ชีพอสูรยังไม่ยอมสงบ
เขากัดฟัน
บังคับลมหายใจ
ไม่ใช่เพื่อชนะ
แต่เพื่อ ไม่หลุด
—
ผู้คนเริ่มโผล่มองจากปากตรอก
ไม่มีใครเข้าใกล้
ไม่มีใครถามว่าเกิดอะไร
สายตาที่มองมา
ไม่ใช่สงสาร
ไม่ใช่ชื่นชม
เป็สายตาของคนที่เห็น
“บางอย่างที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น”
—
คราบเืบนพื้น
ไม่เหมือนคราบเืของคนทั่วไป
มันเข้มกว่า
หนักกว่า
เหมือนฝังลงในหิน
ลู่เฉินเห็นมัน
และเขารู้ทันทีว่า
คืนนี้
เขาไม่ได้แค่ต่อสู้
เขา ทิ้งร่องรอย
—
เขาลุกขึ้น
ลากตัวเองออกจากตรอก
ไม่มีใครขวาง
ไม่มีใครเรียก
แต่เมื่อเขาเดินผ่าน
พื้นที่ตรงนั้น
เงียบลงพร้อมกัน
เหมือนทุกคนรู้โดยไม่ต้องพูดว่า
นี่ไม่ใช่เื่ที่ควรเข้าไปยุ่ง
—
ลู่เฉินกำหมัดแน่น
เืไหลผ่านง่ามนิ้ว
เขาไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็ใคร
ไม่รู้ว่าใครส่งมา
แต่เขารู้สิ่งหนึ่งชัดเจน
การมีอยู่ของเขา
ไม่ใช่เื่ที่ “สังคมไม่อยากรับผิดชอบ” อีกต่อไป
มันคือสิ่งที่
เริ่มทำให้คนอื่น “ต้องลงมือ”
และนั่นหมายความว่า
เขา
ไม่ใช่แค่ไม่ควรมีอยู่
แต่กำลังจะกลายเป็
สิ่งที่ไม่มีใครปล่อยไว้เฉย ๆ ได้อีก