จอมยุทธอสูรสะท้านภพ

    ตอนที่ 32 ไม่อยากเชื่อ

    ตอนที่ 32 ไม่อยากเชื่อ

    "ดีมาก หลังจากกลับไปที่ตระกูลพวกเจ้าจงไปรับรางวัลกับข้าได้เลย"

    เมื่อคุณชายสี่พบเห็นเอี้ยก้วย ซึ่งยืนยันว่าเป็นตัวจริงแน่นอนเรียบร้อย ก็ปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากทันที พร้อมพูดเรื่องรางวัลตอบแทนให้กับคนรับใช้ออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรับใช้ทั้งสองคาดหวังไว้แต่แรกอยู่แล้ว

    เอี้ยก้วยที่กำลังดูของอยู่ ก็ลอบสังเกตุพฤติกรรมคุณชายสี่ ก็ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเช่นกัน แล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วงเลย

    "น้องห้า ไม่ได้เจอกันนานเลย จำพี่สี่ได้ไหม พี่ชายคนนี้คิดถึงเจ้ามาก"

    คุณชายสี่เดินเข้ามาทักทายเอี้ยก้วยด้วยตัวเอง ราวกับพี่น้องที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน

    "เช่นกันพี่สี่ ทำไมข้าจะจำท่านไม่ได้ละ ท่านดูแลข้าอย่างดีตอนอยู่ที่ตระกูลเอี้ยเรื่อยเลย ข้าก็คิดถึงท่านมากเหมือนกัน"

    เอี้ยก้วยก็ตอบรับการทักทายฝ่ายตรงข้ามตามปกติ

    แต่คุณชายสี่ที่ได้ฟังดังนั้น ก็มีท่าทีแปลกใจ ที่เห็นฝ่ายตรงข้ามไม่รู้สึกเกรงกลัวตนเอง แล้วพูดคุยราวกับเป็นพี่น้องที่สนิทกันเลย แม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่ไม่ได้คิดไรมากมายนัก ในเมื่อเจ้าตัวอยู่ต่อหน้าตนเองแล้ว แม้อยากจะหลบหนีตอนนี้ก็ไม่สามารถหลบหนีได้ทัน

    "น้องชาย ไหนๆเราไม่ได้เจอกันนาน พี่ว่าเราไปหาที่เงียบๆพูดคุยกันดีไหม"

    คุณชายสี่กล่าวเชิญชวนเอี้ยก้วยออกมา

    "ตกลงพี่ชาย ข้าว่าก็จะชวนพี่เช่นนั้นเหมือนกัน"

    เอี้ยก้วยไม่ปฏิเสธ แต่ตอบรับทันทีที่อีกฝ่ายเป็นคนพูดขึ้นมา

    จนตอนนี้ทั้งคุณชายสี่ เอี้ยก้วย คนรับใช้ทั้งสอง ผู้ติดตามจิง เดินออกมาห่างจากแหล่งชุมชนขึ้นเรื่อยๆ จนมาที่ไม่มีคนเดินเพ่งพล่านอีกต่อไป

    "555 น้องห้า เจ้ารู้ไหมที่ข้าชวนเจ้าที่นี้ทำไม"

    คุณชายสี่หัวเราะอย่างชอบใจที่แผนการล่อเอี้ยก้วยมากลั่นแกล้งตรงที่ไม่มีผู้คนสำเร็จ

    แม้จะกลั่นแกล้งเอี้ยก้วยตรงแหล่งชุมชนได้ทันที แต่จะมีคนมาสนใจ จนอาจจะมีข่าวลือออกมา เนื่องจากทั้งตัวเองและเอี้ยก้วยเป็นคนของตระกูลเอี้ยด้วยกัน การที่มีข่าวลือว่าคนตระกูลเอี้ยตีกันเอง จะเป็นความน่าอับอายอย่างมาก นำมาสู่ชื่อเสียงของตระกูลเอี้ย แม้จะไม่ค่อยมีคนรู้จักเอี้ยก้วยมากนัก แต่กับตัวเองที่ต้องมีคนรู้จักอยู่บ้าง ก็ไม่อยากให้มีคนอื่นมาหาว่ารังแกคนอ่อนแอกว่า

    "ชวนข้ามาทำไมรึ"

    เอี้ยก้วยกล่าวถามออกมาอย่างไร้เดียรสา แต่ตัวเองรู้อยู่แล้วว่าเพราะอะไร

    "ข้าต้องการระบายความเจ็บที่ช่วงนี้ข้าโดนท่านพ่อให้ฝึกเพื่อเข้าสำนักทมิฬให้ได้ไงละ ข้าจึงอยากหาที่ระบายพอดี และเป็นเจ้าที่โชคร้ายที่หาตัวไปนาน มาโผล่ต่อหน้าข้าในหมู่บ้านแห่งนี้พอดี"

    คุณชายสี่ระบายความอัดอั้นออกมาอย่างเต็มที่

    "งั้นรึ ถ้าคิดว่าเจ้าทำได้น่ะนะ"

    เอี้ยก้วยกล่าวตอบอย่างเรียบเฉย

    "น้องสี่เจ้าเอาความกล้านี้มาจากไหนกัน ท่าทางเจ้าจะห่างหายไปนาน จนลืมไปแล้วสินะ ว่าข้าทำยังไงกับเจ้าบ้าง ข้าจะช่วยเจ้าทวนความจำเดี้ยวนี้ละ"

    คุณชายสี่ที่เห็นท่าทางไม่สะทบสะท้านของเอี้ยก้วย จึงลงมือทันทีเพื่อจะเรียกความทรงจำตอนที่ตัวเองรังแกเอี้ยก้วยออกมา

    ตูมมมมมม

    แต่ทันทีที่หมัดคุณชายสี่จะถึงตัวเอี้ยก้วย เป็นเอี้ยก้วยที่ออกหมัดสวนที่ไวกว่าออกมาแทน จนอีกฝ่ายกระเด็นไป

    "คุณชายสี่"

    คนรับใช้ และคนติดตามจง ต่างรีบวิ่งไปดูคุณชายสี่ทันที ด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อว่าจะกลายเป็นแบบนี้

    คุณชายสี่ที่พยายามลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ยังไม่ถึงขั้นหมดสติเพราะเอี้ยก้วยออมพลังไว้ ไม่อยากให้อีกฝ่ายหมดสติเร็วจนไม่รู้สึกตัวไวเกินไป

    แต่ใบหน้าของคุณชายสี่ตอนนี้ เป็นรอยหมัดของเอี้ยก้วยแดงแจอย่างชัดเจน พร้อมกับฟันที่หลุดร่วงไปหลายซี่

    "แกกกก เอี้ยก้วย บังอาจทำกับข้า ตอนแรกกะว่าจะสั่งสอนนิดหน่อย แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว จะเล่นงานแกอย่างหนักเลย"

    คุณชายสี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่โมโหสุดขีด ที่ไม่นึกว่าน้องไร้ค่า ที่ขึ้นชื่อว่าสวะของตระกูล จะทำร้ายตัวเองได้แบบนี้ ทำให้ตกใจอย่างมาก จนคิดว่าตั้งแต่เอี้ยก้วยหายตัวออกจากตระกูล ไปแอบฝึกฝนร่างกายมาจึงทำให้มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธอสูรสะท้านภพ ที่คุณอ่าน