นี่มันก็เป็นเวลามากกว่า หนึ่งเดือนแล้วที่เซย์รินและกัสออกเดินทางจากหมู่บ้านกรีนคนทั้งสองเหาะเหินอยู่บนท้องนภาด้วยความเร็วขั้นสูงสุด มวลมิติอากาศรอบด้านเกิดความสั่นไหวทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นภาพติดตา มีน้อยคนยิ่งนักที่จะสามารถมองตามพวกมันได้ทันมีเพียงเสียงแหวกอากาศเท่านั้นที่พวกมันจะสามารถสัมผัสรับรู้ได้ พวกมันข้ามน้ำข้ามทะเล ผ่านภูเขาน้อยใหญ่มากมาย ราวกับจุดหมายปลายทางของพวกมันนั้นไร้ที่สิ้นสุดพวกมันเหาะเหินอยู่กลางท้องณภา ทั้งแบบนี้มานานกว่า หนึ่งเดือนเต็ม แต่จุดหมายปลายทางของมันนั้นก็ยังไม่ถึงเสียทีราวกับว่ามันนั้นอยู่สุดขอบโลก
“นายท่านจุดหมายปลายทางของพวกเราคือที่ใดกันนี่พวกเราก็ใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าหนึ่งเดือนแล้วไม่มีท่าทีว่าจะถึงเสียที”กัสกล่าวถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนล้าเพราะมันหมดพลังเป็นจำนวนมากมายมหาศาลกับการเหาะเหินอยู่บนท้องนภา นานนับเดือนราวกับจุดหมายปลายทางของมันนั้นไร้ที่สิ้นสุด
“อีกไม่นานพวกเราก็จะถึงกันแล้วสถานที่แห่งนั้นมันถูกเรียกว่า หุบเขากลืนวิญญาณ ภายในสถานที่แห่งนั้นมีประตูเชื่อมมิติที่จะส่งพวกเราไปสู่ดินแดนมาร และผู้ที่มีคุณสมบัติข้ามผ่านมันไปได้นั้นจะต้องมีพลังอย่างน้อยระดับเทวะขึ้นไป นี่คือคุณสมบัติขั้นต่ำที่จะสามารถข้ามผ่านไปได้แต่ข้อมูลเกี่ยวกับประตูมิติบานนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเพราะผู้คนที่มีพลังความแข็งแกร่งในระดับนั้นก็ไม่คิดที่จะไปดินแดนของพวกมารด้วยความที่เป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้ากันได้ หากเข้าไปมีโอกาสที่สูงยิ่งจะถูกตามล่าสังหาร”
ข้อมูลทั้งหมดนี้นั้นเด็กหนุ่มได้มาจากราชาซันซัสแม้แต่ตัวมันก็ไม่อยากที่จะเหยียบย่ำเข้าไปสู่ดินแดนของพวกศัตรู แต่ที่มันไม่ห้ามเด็กหนุ่มนั้นเพราะเซย์รินคือตัวตนที่พิเศษภายในร่างกายของเขานั้นมีเลือดเนื้อของมารชั้นสูงอยู่พร้อมทั้งเขายังมีความสัมพันธ์อันดีกับกริมจอตัวตนที่น่าหวาดกลัวของพวกมาร
เวลาผ่านไปไม่นานนักเซย์รินกับกัสก็พบเข้ากับหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งมันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหุบเขากลืนวิญญาณ มันจึงเลือกที่จะพักสถานที่แห่งนี้ซัก2-3 วันสถานที่แห่งนี้มีผู้คนไม่มากนักเพราะมันอยู่ใจกลางป่าลึกและมันอยู่ใกล้กับสถานที่ที่เปรี่ยมไปด้วยภัยอันตราย น้อยคนที่จะอยากมาเยือนภายในสถานที่แห่งนี้
“เจ้าหนุ่มตัวเจ้าเป็นคนต่างถิ่นอย่างงั้นรึ หน้าตาของพวกเจ้าข้าไม่คุ้นเลย”ทันใดนั้นก็มีเสียงของเจ้าของร้านอาหารร้องทักทายเด็กหนุ่มขึ้น เพราะที่ร้านของมันนั้นให้บริการทั้งที่พักและอาหาร
“ข้ากับน้องชายนั้นเป็นคนต่างถิ่นที่ชอบออกท่องเที่ยวไปทั่วและนี่เป็นโอกาสอันดีที่พวกข้าได้มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ว่าแต่ท่านเจ้าของร้านประตูมิติ แห่งหุบเขากลืนวิญญาณอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านแห่งนี้มากน้อยเพียงใดข้ากับน้องชายอยากเห็นมันให้เป็นบุญตานักหากได้เห็นก็นับว่าพวกข้าเดินทางกันมาไม่เสียเที่ยวแล้ว”
เซย์ริน บอกกล่าวกับชายวัยกลางคนเจ้าของร้านราวกับว่าตัวมันนั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้มีพลังความแข็งแกร่งอันใดว่ามันมาสถานที่แห่งนี้เพียงเพื่อมาเที่ยวเล่นเท่านั้น
“เจ้าหนุ่มสถานที่แห่งนั้นมันช่างอันตรายนักข้าเตือนพวกเจ้าด้วยความหวังดีเพราะคนในพื้นที่นั้นไม่ค่อยอยากที่จะเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นหรอกสถานที่แห่งนั้นมันเต็มไปด้วยทรัพย์กร แต่ในขณะเดียวกันสัตว์อสูรภายในสถานที่แห่งนั้นล้วนมีพลังความแข็งแกร่ง ตัวข้าเกรงกลัวว่าพวกเจ้าจะนำชีวิตของตนไปทิ้งเสียป่าวๆ”
เจ้าของร้านพูดด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเซย์รินและกัสนั้นจะนำชีวิตของตนไปทิ้งมันไม่สามารถที่จะตรวจสอบระดับพลังของคนทั้งสองได้มันจึงคาดเดาว่า เด็กหนุ่มคงเป็นคนธรรมดาและเป็นคุณหนูที่มีฐานะร่ำรวยและหนีออกมาเที่ยวเล่นเท่านั้น
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนุ่มพวกข้านั้นกำลังจะเดินทางไปที่ หุบเขากลืนวิญญาณอยู่พอดีสนใจไปกับพวกข้ารึไม่”ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาสภาพน่าตาของมันนั้นไม่น่าไว้ใจเลยแต่พลังของมันนั้นใช้ได้เลยทีเดียวระดับตำนานขั้นกลาง
“เจ้าหนูอย่าไปนะเชื่อข้าเถอะ ที่แห่งนั้นมันอันตรายจนเกินไปมันไม่เหมาะสมหรับเด็กเช่นเจ้า”ทันใดนั้นน้ำเสียงของเจ้าของร้านก็ดังขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้เซย์รินเดินทางไปกับบุคคลกลุ่มนี้เหมือนเขาจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวกมันเขาทำอะไรได้ไม่มากเพียงแค่กล่าวเตือน
“เฮ้เฮ้ ท่านเจ้าของร้านโปรดช่วยหุบปากได้ไหมอย่าคิดว่าร้านของท่านได้การคุ้มครองจากทางอาณาจักรข้าจะไม่กล้าทำอะไรท่านนะหากว่าล้ำเส้นกันมากจนเกินไป” ถ้าหากว่าร้านของชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่ได้รับการหนุนหลังจากทางอาณาจักรมันคงไม่ได้อยู่ได้นานถึงตอนนี้ เพราะเจ้าของร้านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าผู้บัญชาการทหารมากมายและมีบ่อยครั้งที่ทางอาณาจักรนำทหารมาฝึกปรือฝีมือกันที่นี่และร้านแห่งนี้ได้ช่วยจัดรับรองให้พวกมัน และนั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมร้านแห่งนี้จึงได้รับการคุ้มครองจากทางอาณาจักร
“น่าสนใจดีนิตกลงข้าจะเดินทางร่วมกันกับพวกเจ้าหวังว่า พวกเจ้านั้นคงจะไม่ทำอะไรให้ข้าต้องรู้สึกผิดหวัง”เซย์รินตอบตกลงด้วยน้ำเสียงที่สบายๆเด็กหนุ่มเองก็รู้สึกขอบคุณเจ้าของร้านผู้นี้ที่มันนั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกตน มันจึงกล่าวเตือนมากมาย
“นายท่านข้าคิดว่าคนพวกนี้มันต้องคิดไม่ซื่อกับพวกเราเป็นแน่เราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรดี”
กัสแอบส่งกระแสจิตไปหาเด็กหนุ่มตัวมันไม่ชอบกลุ่มคนตรงหน้าเป็นอย่างมากที่ชอบมาสร้างความคุกคราม มันรอเพียงแค่คำสั่งของเซย์รินเท่านั้นเมื่อมันได้รับคำสั่งมันจะจัดการเจ้าพวกนี้อย่างไร้ปราณี
“ฮ่าฮ่า รอดูก่อนข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าพวกมันจะมากันไม้ไหนดีเสียอีกที่พวกเราจะได้มีเพื่อนร่วมทาง ถ้ามันออกลายเมือไหร่ค่อยจัดการพวกมันทีหลังปล่อยให้พวกมันเป็นเพื่อนแก้เหงาเราไปก่อน”เซย์รินไม่คิดว่าเจ้าคนพวกนี้เป็นภัยคุกครามเลยซักนิดยามนี้เขาเพียงแค่รู้สึกเหงาที่เดินทางนานนับเดือนกับกัสแค่สองคนหากมีเพื่อนร่วมทางเยอะๆมันคงจะช่วยแก้เบื่อให้เขาได้โดยไม่น้อย ที่มีเพื่อนพูดคุยในสายตาของเด็กหนุ่มพวกมันนั้นไม่ต่างอะไรไปจากของเล่นที่ไว้เล่นแก้เบื่อยามเหงา
“จิ๊จิ๊ นายท่าน วันนี้พวกเราช่างดวงดีเสียเหลือเกิน ที่พวกเราได้เจอแพะอ้วนตั้ง 2 ตัวพวกมันจะต้องเป็นลูกหลานเศรษฐีเป็นแน่”พวกมันคือกลุ่มโจรที่ทรงพลังแม้แต่ทางอาณาจักรก็ยังไม่สามารถที่จะจัดการพวกมันให้สิ้นซากได้ในยามนี้นั้นเป้าหมายหลักของมันนั้นคือเซย์ริน
“หึหึ ช่างน่าสงสาร ช่างน่าหัวเราะ วันนี้ข้าจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่มันมีทั้งหมดพร้อมทั้งสังหารมันซ่ะ ช่างน่าสงสาร อะไรเช่นนี้ เจ้าแพะอ้วนตัวน้อยทั้ง 2 ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ไม่ทราบว่าความโชคร้ายนั้นมันจะตกเป็นของผู้ใดกันเหล่าอาชญากรที่ทรงพลังที่แม้แต่ทางอาณาจักรก็ไม่สามารถจัดการพวกมันได้อย่างสิ้นซากหรือจะเป็นแพะอ้วนตัวน้อยทั้ง2