“ง่าๆ ทำไมมันแกะยากยังงี้อ่าคุณพ่อ” น้ำทิพย์และไมค์พยายามใช่มือน้อยๆ ของตนพยายามแกะเปลือกกุ้ง อย่างตั้งใจ เอกดูไปก็ขำทั้งสองคนที่ตอนนี้ทั้งสองคนมีแต่เหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งตัวหลังจากหัดแกะกุ้งอยู่ตั้งนาน
“ฮ่าๆ มันก็ต้องอย่างนั้นแหละครับ เห็นไหมน้ำทิพย์ลูกไมค์กว่าคนเราจะได้กินอาหารอร่อยๆ มันยากขนาดไหน” เอกอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งสองมีความตั้งใจอยากจะช่วยเขา เอกจึงยกหน้าที่แกะเปลือกกุ้งให้ทั้งสองลองทำดูถึงจะทุลักทุเลไปบ้างแต่ทั้งสองก็ยังคงตั้งใจในหน้าที่ของตน
“เย้ๆ เสร็จหมดแล้วค่าคุณพ่อ น้ำทิพย์บอกแล้วว่าน้ำทิพย์ทำได้” น้ำทิพย์ร้องบอก พร้อมกับที่ไมค์กอดอกพยักหน้าอย่างภูมิใจ
“คร้าบๆ พ่อเห็นแล้ว ทั้งสองเก่งมากเลย เอาละเพื่อเป็นรางวัลของพวกเราพ่อให้ทั้งสองคนเลือกเมนูอาหารในวันนี้ได้เลยแต่ต้องเกี่ยวกับกุ้งนะครับ” เอกลูปหัวทั้งสองเบาๆ
เย้ๆ x2
เมื่อเจ้าสองตัวแสบเลือกเมนูที่อยากจะทานได้แล้ว เอกก็ลงมือทำให้ทันที โดยน้ำทิพย์นั้นชอบข้าวผัดกุ้ง ส่วนไมค์ชอบกินกุ้งอบชีส และแล้วกับข้าวของวันนี้สามพ่อลูกก็เสร็จเรียบร้อย
“ทานแล้วนะครับ/ทานแล้วนะค่า”
“อะ ยอยอีสุดเอย” น้ำทิพย์ทำหน้าฟินเมื่อได้กินข้าวผัดกุ้งเข้าปาก
“อือๆ” ส่วนไมค์ก็ทำเพียงพยักหน้าตอบรับเมื่ออย่างที่ทุกครั้งเคยทำ
“เดี๋ยวเถอะน้ำทิพย์เวลากับข้าวอยู่ในปากอย่าพูดสิลูกเดี๋ยวก็ติดคอหรอก” เอกดุน้ำทิพย์เพราะความเป็นห่วง
“ขอโทษค่า”
เพิ่งกินเสร็จโทรศัพท์ของเอกก็ดังขึ้น เป็นเมฆนั้นเองที่โทรเข้ามา บอกว่าเรื่องที่เขาสั่งให้เมฆไปทำนั้นอีกฝ่ายจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่สวน เอกตรวจเช็คเงินในบัญชีของเขาทันทีเมื่อเห็นเงินที่หายไปก็รู้สึกมันแปลกๆ เพราะกว่าที่เขาจะได้เงินมาแต่ละบาทนั้นเขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แล้วอยู่ๆ เงินที่หามาได้กลับหายไปอย่างดื้อๆ
“เฮ้อ เพื่อการลงทุนเราก็ต้องจ่ายละนะ”
หลังจากที่เมฆรักษาตัวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่กี่วันเจ้าตัวก็ออกจากบ้านเขาไป แต่พอผ่านไปได้อาทิตย์หนึ่งเจ้าตัวก็กลับมาหาเขาอีกครั้งแล้วยังมาขอให้เขารับเมฆมาเป็นลูกน้องให้เขาอีกด้วย ไอ้ตอนแรกเอกก็อยากจะปฏิเสธเหมือนกันแต่ คิดไปคิดมาหาคนมาช่วยงานเขาก็ดี
ด้วยการที่เมฆจะมาอยู่กับเขาแน่นอนตัวเขาต้องให้เมฆทำพันธสัญญาจองจำกับเขา ถึงจะมาอยู่กับเขาได้ซึ่งเมฆเองนั้นก็ไม่ลังเลที่จะตอบตกลงทันที ทำให้เขาต้องจำใจรับเมฆเข้ามา
ส่วนเรื่องพื้นที่ในสวนของเขาตอนนี้เอกได้เรียนศาสตร์เกี่ยวกับอาคมมาแล้วทำให้เอกนั้นได้สร้างม่านลวงตาขั้นสูงบวกกับกับดักมากมาย
กว่าที่เอกจะทำได้ก็เหนื่อยแทบตายแถมยังปวดหัวอีกตั้งหากการที่จะใช้อาคมได้จริงๆ แล้วเราต้องดึงพลังจากธรรมชาติเข้าช่วยแถมยังต้องใช้พลังสมาธิอีกจำนวนมากแล้วยิ่งเป็นอาคมชั้นสูงแล้วการที่เอกได้รับผลกระทบแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปแล้วคงไม่พ้นต้องหมดแรงตั้งแต่วาดอาคมลงพื้นที่แล้ว
ตัดมาที่กลุ่มคนปริศนา“หืม เจ้าหินทำงานล้มเหลวอย่างงั้นรึ” หนึ่งในคนที่นั่งจิบไวน์อย่างสบายใจกล่าวขึ้นมา
“ใช่ ครับทางเรายังไม่ทราบเลยว่าตอนนี้มันเป็นใครกันที่เข้ามาช่วยอีกฝ่าย ผมละคิดผิดจริงๆ ที่ให้คนของเราไปแค่นั้นไม่อย่างนั้นผลคงไม่ออกมาเป็นเช่นนี้”
“อืม เรื่องนั้นนายไม่ต้องสนใจหรอกถึงเจ้าเมฆมันจะรอดไปได้ข้อมูลที่มันได้ไปก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้พวกนายควรหันไปสนใจกับโครงการที่องค์กรของเรากำลังจะเริ่มมากกว่า”
“ได้ครับ แต่มันจะดีเหรอครับที่เราจะปล่อยให้เจ้าเมฆลอยนวลอยู่อย่างนั้น”
“เรื่องนั้นปล่อยไปก่อน นายไม่ต้องห่วงหรอกอีกไม่นานเจ้านั้นก็ไม่รอดพ้นกำมือของเราไปได้หรอก” สายตาที่มันมองภายในไวน์นั้นต่างเต็มไปด้วยความอำมหิตถึงคำพูดของชายวัยกลางคนนี้จะดูเหมือนเรียบง่ายก็จริง แต่ภายในใจของมันก็ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองเรื่องของเมฆอยู่ไม่ใช่น้อย
ตัดมาที่เอก
“ลุงเมฆค่า เมื่อเช้าลุงเมฆไปไหนมาเหรอ รู้ไหมลุงเมฆนั้นอดกินกับข้าวฝีมือของคุณพ่อเลย” น้ำทิพย์วิ่งมาหาเมฆด้วยรองเท้าเป็ดน้อยคู่ใหม่ของเธอ ส่วนไมค์ก็ตามน้องสาวของเขามาอย่างติดๆ
ทำให้เอกและเมฆต่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้มาเห็นภาพอย่างนี้
“หว่า..แย่เลยรู้อย่างนี้ลุงเมฆคงไม่รีบออกจากบ้านตอนเช้านี้หรอกอดกินข้าวฝีมือนายท่านเลย” เมฆทำหน้าเสียดายใส่น้ำทิพย์ เพราะตัวเขาก็อยากจะกินกับข้าวฝีมือของเอกเช่นกัน
เพราะอาหารแต่ละอย่างที่เอกทำนั้นอร่อยสุดๆ ยิ่งกว่าร้านอาหารห้าดาวซะอีก แถมวัตถุดิบก็สดใหม่รวมถึงรสชาติที่อร่อยจนเหมือนฝันของวัตถุดิบนั้นเมฆรับรองเลยว่าบนโลกนี้ไม่สามารถหาได้ที่ไหนอีกแน่นอน
“เป็นไงงานที่ฉันให้ไปทำ” เอกที่เดินตามทั้งสองมาถึงก็ถามเมฆทันที
“เรียบร้อยดีครับ ตอนนี้นายท่านมีที่ดินเพิ่มกว่าเดิมรวมทั้งหมดแล้วก็ ห้าร้อยไร่” เมฆก้มหัวให้กับนายของตัวเองเล็กน้อยเมื่อนายถาม
“หืมได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอฉันคิดว่าจะได้สัก สองร้อยไร่ก็ถือว่ามากแล้วนะ”
“จริงๆ ด้วยเงินจำนวนแค่นี้ก็ต้องได้แค่นั่นแหละครับ แต่ด้วยว่าที่ดินของที่นี่มันไม่สามารถปลูกอะไรขึ้นสักเท่าไรแถมมันยังเป็นที่ดินที่อยู่นอกชนบททางเดินก็ลำบากทำให้ไม่ค่อยมีใครเขาอยากจะได้หรอกครับ สุดท้ายเจ้าของเดิมก็ขายในราคาที่นายท่านเห็นแหละครับ” เมฆตอบเอกให้หายคล้องใจ
“อย่างนั้นเหรอ ขอบใจนายมากที่จัดการเรื่องของฉันให้ จริงสิในเมื่อฉันมีที่ดินเพิ่มแล้วแต่ฉันก็ไม่ได้มีคนงานมาช่วยนี่สินายพอจะหาคนที่ไว้ใจได้ไหมฉันไม่เกี่ยงเรื่องอายุหรือเพศหรอกนะขอให้คนคนนั้นเป็นคนขยันและซื่อสัตย์ก็พอและที่สำคัญฉันต้องทำพันธสัญญากับอีกฝ่ายได้ด้วย” เอกกล่าวถึงปัญหาที่เขาจะต้องแก้ไข้ให้กับลูกน้องใหม่เขาฟัง
“เรื่องนั้นจะว่ามีก็มีอยู่หรอกครับแต่ว่าถ้าเราไม่มีข้อเสนอให้อีกฝ่ายอย่างแน่นอนผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครหน้าไหนอยากจะมาอยู่กับเราหรอกนะครับ” เมฆกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาแต่ที่มีปัญหาใหญ่เลยก็คือข้อเสนอที่เอกจะให้กับอีกฝ่ายมากกว่า
“นั้นสินะ คนเราก็ต้องกินต้องใช้เอาอย่างนี้ นายไปบอกให้พวกเขาฟังว่าถ้าเป็นคนที่มีอายุเยอะแล้วฉันสามารถทำให้อีกฝ่ายสามารถกลับมาหนุ่มได้อีกครั้งและยังสามารถช่วยให้พลังฝึกตนหรือพลังเวทในร่างกายเพิ่มขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าฉันยังมีเงินเดือนในแต่ละเดือนให้ด้วย ส่วนที่เหลือนายจะชักชวนยังไงให้อีกฝ่ายมาอยู่กับเราก็แล้วแต่นายแต่มันต้องอยู่ในครอบเขตที่ฉันสามารถทำได้ด้วยนะ” เอกกล่าวถึงข้อเสนอให้กับอีกฝ่ายอย่างใจกว้าง
“เออ...มันจะดีเกินไปรึเปล่าครับ แค่อีกฝ่ายได้ยินว่านายท่านสามารถทำให้คนแก่กลับมาเป็นหนุ่มได้อีกครั้งอีกฝ่ายก็รีบกระโดดเข้ามาหาเราแล้วนะครับ” เมฆกล่าวกับเอกอย่างกังวลเพราะข้อเสนอที่เอกให้กับอีกฝ่ายนั้นมันมากเกินไปถึงคนนอกจะดูเหมือนข้อเสนอของเอกมันจะไม่ได้เยอะอะไรมากมายแต่คนที่กำลังจะตายแล้วนั้นกับมีค่ายิ่งกว่าอะไร
แล้วถามว่าเมฆสงสัยในความสามารถของเอกหรือไม่นั้นก็คงตอบว่าไม่ เพราะเมฆนั้นเจอมากับตัวแล้วว่าเอกสามารถทำได้อย่างที่พูดแน่นอน แค่เขาได้มาเป็นลูกน้องของเอกได้เพียง 7 วันพลังฝึกตนของเขาก็พุ่งทะยานมาถึงระดับหลอมรวมปราณขั้นกลางแล้วตอนนี้ต่อให้อีกฝ่ายมีปืนกลอยู่กับตัว เขาก็ไม่กลัวหรือต่อให้มีระเบิดมือจริงอีกฝ่ายก็ทำได้เพียงแค่ทำให้เขาจุกเท่านั้น
“เอาเถอะน่า ถ้าอีกฝ่ายมาเป็นคนของฉัน ฉันไม่คิดจะงกอยู่แล้วอะไรที่ฉันสามารถให้พวกนายได้ฉันก็จะให้แต่ถ้าเรื่องอะไรที่ฉันไม่สามารถให้ได้นายก็ต้องเข้าใจฉันด้วย” เอกกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำไมเขาจะต้องงกกับเรื่องพวกนี้ด้วยก็ในเมื่อคนของเขาได้ทำพันธสัญญากับเขาแล้วอีกฝ่ายก็ไม่สามารถทรยศเขาได้อย่างแน่นอนแถมถ้าเขาให้อีกฝ่ายอ่อนแอเหมือนเดิมแล้วละก็เขาจะเอาอีกฝ่ายมาทำอะไร
เพราะในความคิดของเขาไม่ใช่ว่าจะให้พวกนั้นมาช่วยสวนช่วยไร่เพียงแค่นั้นเขายังต้องการให้คนพวกนี้ทำงานในเงามืดของเขาอีกด้วย
“นั้นสิครับ ผมต้องขอบคุณแทนคนพวกนั้นจริงๆ ที่มาอยู่กับนายท่าน” เมฆรู้สึกปลาบปลื้มที่เอกนั้นใจกว้างขนาดนี้
“เอาละๆ เรื่องพวกนี้พอแค่นี้ก่อน นายก็มาช่วยงานฉันด้วยสิเพราะวันนี้ฉันคิดว่าทำคนเดี๋ยวคงไม่ทันแน่ๆ จริงไหมพวกเด็กๆ” เอกหันไปถามพวกเด็กๆ
“จริงคร้าบ/จริงค่า” เมื่อเจ้าสองตัวแสบได้ยินผู้เป็นบิดากล่าวถามก็ตะโกนตอบรับทันที พร้อมกับวิ่งไปที่สวนจุดที่คุณพ่อของพวกเธอเป็นคนบอก