สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 198 ยอดฝีมือ

        “สมควรตายไอ้เจ้าวัวเอ๊ย คราวนี้เล่นใหญ่เชียวนะ...” เพียร์ซพึมพำออกมาแต่เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาดูตื่นเต้นมากเพียร์ซชูมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วตะโกนดังลั่นว่า “ด้วยพลังแห่งดวงดาวชุดเกราะอัศวินแคปริคอร์น...จงออกมา!”

        สิ้นคำพูดของเขาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพอล เพียร์ซก็เหมือนกับดร็อกบาทุกอย่าง

        ตรงหน้าผากของเขามีแสงสว่างสีดำขึ้นมาจากนั้นอากาศตรงหน้าเขาก็พลันบิดเบี้ยว ก่อนที่กล่องคลอธสีดำที่แกะสลักรูปหัวแพะทะเลทั้งสี่ด้านจะปรากฏออกมาเมื่อกล่องคลอธเปิดออกกว้าง แพะทะเลสีทองที่อยู่ด้านในก็กระโจนออกมาจากนั้นร่างของมันก็แตกออกเป็นชิ้นส่วนห้าสิบชิ้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปทาบที่ร่างของเพียร์ซตามลำดับท่ามกลางแสงสว่างที่เปล่งประกาย มีชุดเกราะรูปทรงแปลกๆ สีดำที่ดูแข็งแกร่งทันทีที่มันประกอบเข้ากับร่างของเพียร์ซเสร็จสิ้น ด้านหลังของเพียร์ซก็ปรากฏดาวจำนวนห้าสิบดวงที่ประกอบกันเป็นรูปแพะทะเลขนาดยักษ์ กำลังร้องคำรามออกมาเสียงดังกึกก้องด้วยความหยิ่งผยองกลิ่นอายโบราณลึกลับแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน

        “นี่...คืออะไร?”อลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นฉากที่เหนือจินตนาการปรากฏขึ้นมาตรงหน้า

        เพียงชั่วพริบตาชายป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งเกียรติของนักรบทั้งสองคนก็พลันแสดงอภินิหารขึ้นมาต่อหน้าเขาจู่ๆ พวกมันทั้งสองคนก็เปลี่ยนร่างเป็น ‘อัศวินแห่งเทพ’ และสวมชุดเกราะสีดำแปลกๆ ทั้งร่าง ราวกับว่าทะลุห้วงมิติออกมาปรากฏกายต่อหน้าเขาสิ่งที่เกิดตรงหน้าทำให้อลันรู้สึกพูดไม่ออกเหมือนกับว่าทั้งสองคนนั้นเป็นตัวแทนของพระเจ้าที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจขัดขืนได้ตั้งแต่อลันเป็นอัศวินแห่งราชอาณาจักรมา เขาเองก็พบกับเรื่องลึกลับมาไม่น้อยแม้กระทั่งเคยเห็นพลังที่น่าเกรงขามของนักรบระดับจันทราในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กันมาแล้วแต่ฉากที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ มันเกินกว่าขอบเขตที่เขารู้จักไปไกลมาก

        ติ้งๆๆๆ!!!

        ทันใดนั้นเอง ทักษะ 'คลื่นน้ำพิโรธ' ก็ระเบิดออกมาตาข่ายดาบสีฟ้ามีกระแสไฟฟ้าโอบล้อม คอยส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆจากนั้นก็พุ่งเข้าหาบุรุษทั้งสองคนพร้อมกันอย่างไร้ความปรานี จนเกิดเสียงหวีดแหลมขึ้นมากลางอากาศ

        แต่ภาพในจินตนาการที่ว่าทั้งชุดเกราะและเลือดเนื้อจะต้องแตกกระจายกลับไม่เกิดขึ้น

        ในใจของอลันก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาเขามองภาพตรงหน้าตาค้าง เพราะนอกจากเสียงโลหะกระทบกันแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่าว่าแต่ชุดเกราะจะแตกกระจายเลย แม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ ก็ไม่มี

        “เป็นไปได้อย่างไรกัน?นั่น...สมควรตาย ชุดเกราะอะไรกัน?”

        เมื่อเห็นว่าทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองกลับไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆบนเกราะสีดำนั่นได้ อลันก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ราวกับแม่น้ำที่พยายามกัดกร่อนก้อนหินที่แข็งแกร่งอยู่ยงคงกระพันมานับหมื่นปีกระแสน้ำนี้อาจจะบดขยี้ร่างกายของมนุษย์จนแหลกเหลวได้ แต่กลับไม่สามารถสั่นคลอนก้อนหินยักษ์นี้ได้...อลันรู้สึกเหมือนสมองว่างเปล่า ประหนึ่งวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่าง

        วินาทีต่อมาสถานการณ์ก็พลิกกลับเมื่ออีกฝ่ายเป็นเริ่มโจมตีกลับ

        “ไอ้เด็กหัวเหลืองเตรียมรับมือกับ...เกรท...ฮอร์น!!!”

        ดร็อกบาก้มหัวลงต่ำเขายกสองมือขึ้นมาตั้งในระดับอกด้วยท่าทางแปลกๆ ก่อนที่ร่างจะพุ่งไปหาอลันร่างเงาของเขาที่ทาบทับลงบนพื้นดูราวกับเป็นลูกธนูที่ถูกปล่อยออกไปแขนทั้งสองข้างของเขาเหยียดตรงเล็งไปที่หน้าอกของอลันกลิ่นอายอันโหดร้ายที่ยากจะอธิบายแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาดูเหมือนกับคมมีดที่แหลมคมที่สุดในโลกพร้อมที่จะฟาดฟันทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

        “ฮ่าๆๆ การโจมตีระดับนั้น คิดจริงๆ หรือว่าจะทำลายคลื่นพลังป้องกันของข้าได้?”

        เมื่อได้สติขึ้นมาอลันพลันแสยะยิ้มเหยียดหยามออกมาดูจากคลื่นพลังในร่างของชายคนนั้นแล้วน่าจะเป็นนักรบสองดาวระยะกลางด้วยความแข็งแกร่งแค่นั้นไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับเขาอลันยืนนิ่งอยู่กับที่ คลื่นพลังสีฟ้าในร่างของเขากลายเป็นโล่คอยปกป้องร่างของเขาคลื่นพลังธาตุน้ำเป็นธาตุที่มีพลังป้องกันสูงที่สุด

        “ถ้าอย่างนั้นก็ให้บิดาลอง!”ส่วนแขนของดร็อกบาก็พุ่งเข้าชนเขาอย่างรุนแรง

        โล่สีฟ้าพลันยุบลงเป็นหลุมเล็กน้อยมันสามารถต้านทานการบุกโจมตีของดร็อกบาได้อย่างง่ายดายถึงแม้ว่าแรงพุ่งเข้าชนจะหนักหน่วงมากเสียจนอลันต้องถอยหลังกลับไปตั้งหลักสองสามก้าวแต่อย่างไรก็ตาม โล่สีฟ้าที่ปกป้องเขายังคงแข็งแกร่งอยู่ดีอลันที่เพิ่งหัวเราะออกมาอย่างสะใจ จู่ๆก็รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเปลี้ยขึ้นมากะทันหันมันเป็นสัญญาณว่าการโคจรคลื่นพลังเกิดติดขัดขึ้นมา

        “แย่แล้วข้าใช้คลื่นพลังมากเกินไป...” อลันพลันหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมา

        “สลายไปเสีย!”สีหน้าของดร็อกบาไร้ซึ่งรอยยิ้มขบขันเหมือนปกติตอนนี้สีหน้าของเขาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนที่จะตะโกนออกมาเสียงดังแขนของเขาก็พลันกระแทกเข้าไปอีกทีหนึ่ง พื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็ถูกย่ำจนปริแตกในขณะเดียวกันพลังดวงดาวโบราณลึกลับก็ส่องสว่างเป็นประกายขึ้นมาโล่สีฟ้าด้านหน้าพลันแตกละเอียด

        แกรก...แกรก...แกรก!

        ไม่มีใครคาดคิดว่าคลื่นพลังของนักรบระดับสี่ดาวที่กลายเป็นโล่ปกป้องกายจะถูกคลื่นพลังของนักรบระดับสองดาวพุ่งเข้าชนจนแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา

        “มันแปลกเกินไปแล้ว...แต่ไม่ว่าอย่างไร การโจมตีของเจ้าต้องจบลงตรงนี้แหละ!” แม้อลันจะตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้หวากลัวอะไรนักแม้ว่าคลื่นพลังที่แข็งแกร่งของเขาจะโคจรพลังได้ไม่ราบรื่นนักแต่ก็ยังสามารถโจมตีสวนกลับไปได้อลันรู้ดีว่าดาบในมือของเขาคงแทงทะลุชุดเกราะของอีกฝ่ายไม่ได้ดังนั้นเขาจึงกำหมัดที่มือขวาแล้วชกไปที่หน้าอกของดร็อกบาเขาต้องการส่งผ่านคลื่นพลังจากหมัดเข้าไปทำลายอวัยวะภายในของดร็อกบา

        “แค่ก!”

        ดร็อกบากระอักเลือดออกมาทันทีเลือดของเขากระเด็นเข้าหน้าของอลันถึงแม้ว่าชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสจะช่วยดูดซับและลดแรงกระแทกของฝ่ายตรงข้ามได้แต่ด้วยความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองฝ่ายห่างชั้นมากเกินไป ระดับสองดาวกับระดับสี่ดาวต่างเป็นช่องว่างที่กว้างมากดังนั้นดร็อกบาจึงไม่สามารถรับการโจมตีนี้ได้ บวกกับความแข็งแกร่งของดร็อกบาในปัจจุบันที่ไม่มีมากทำให้เขาไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของชุดเกราะออกมาใช้ได้ทั้งหมด

        แต่ตอนนี้เอง

        “ดาบศักดิ์สิทธิ์...เอ็กซ์...คา...ลิ...เบอร์!!!”

        ตามมาด้วยเสียงร้องตะโกนอันน่าเกรงขามคลื่นดาบที่แหลมคมก็ปรากฏขึ้นมาจากด้านหลัง ดร็อกบาที่กำลังกระอักเลือดได้ยินเสียงนี้สองมือของเขาก็คว้าจับร่างของอลันไว้แน่นจากนั้นก็กระชากตัวอลันให้หมุนสลับตำแหน่งกับเขาหลังจากที่ดร็อกบาผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายด้วย 'น้ำยาฮัลค์' แล้วทำให้พละกำลังของเขามหาศาลมาก แม้แต่นักรบระดับสี่ดาวก็ยากที่จะขัดขืนได้

        ฉัวะ!

        คลื่นดาบที่มองไม่เห็นฟันผ่านร่างของเขา

        ความเงียบเข้าปกคลุมไปชั่วขณะ

        “ฮ่าๆ!ฮ่าๆๆๆ! ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีใดก็ไม่สามารถสังหารนักรบระดับสี่ดาวได้! พวกเจ้าเป็นนักรบระดับสองดาวเองนะ อย่าฝันสูงนักเลยว่าจะสังหารข้าได้แม้จะบังเอิญทำลายโล่คลื่นพลังของข้าได้ แต่เจ้าไม่มีทาง...เอ๊ะ?”

        รอยยิ้มยโสของอลันก็พลันแข็งทื่อ

        ทันใดนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาตรงช่วงเอวเมื่อก้มลงไปดูก็พบว่าชุดเกราะอัศวินบนร่างของตัวเองถูกฟันขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอวัยวะสีแดงสดที่อยู่ท่อนล่างของตัวเองอย่างชัดเจนอลันเห็นแม้กระทั่งเส้นเลือดเล็กๆ ที่มีเลือดกลมๆ เหมือนลูกปัดเม็ดเล็กที่กำลังแล่นไปตามเส้นเลือดบนกล้ามเนื้อของเขา

        ดร็อกบาที่จับร่างเขาเอาไว้อย่างแน่นหนาก็ยังคงกระอักเลือดลงมาบนพื้นดินท่าทางของเขาราวกับได้รับบาดเจ็บหนักยิ่งกว่าอลันในตอนนี้เสียอีกแต่วินาทีต่อมาดร็อกบาก็ปล่อยมือจากเขาแล้วงอตัวล้มลงไปกับพื้น แต่อลันยังคงยืนอยู่เหมือนเดิมเขาเปล่งเสียงร้องออกมาราวกับสัตว์เดรัจฉานที่กำลังสิ้นหวังเลือดไหลทะลักออกมาจากช่วงเอวของเขาก่อนที่ร่างท่อนบนของอลันจะเลื่อนตกลงไปในทุ่งหญ้าที่สูงกว่าสองเมตรไม่นานท่อนล่างของเขาก็เอนล้มลงอยู่ไม่ไกลเขาเท่าไร

        “ดาบเจ้าเร็วมากทั้งยังคมมากอีกด้วย ฮ่าๆๆ...พวกเจ้า...ชนะ!”

        ทันทีที่อลันท่อนบนพูดประโยคนี้จบลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขาก็หายไป จากนั้นเขาก็ค่อยๆ หลับตาแล้วจากไปอย่างเงียบๆแม้จะตายไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมบนร่างของศัตรูทั้งสองคนจึงปรากฏชุดเกราะสีดำลึกลับนี้ขึ้นมาทำไมโล่คลื่นพลังของเขาถึงถูกดร็อกบาทำลายลงได้ทำไมคลื่นดาบที่แหลมคมนั่นถึงสามารถฟันร่างของเขาที่ปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังธาตุน้ำของนักรบสี่ดาวอย่างเขาได้

        “ดร็อกบาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังไม่ตายใช่ไหม?” เมื่อศัตรูตายไปแล้วพอล เพียร์ซก็รีบเข้ามาประคองร่างของดร็อกบาพลางถามออกมาอย่างเป็นห่วง

        “แค่กๆ...แฮ่ก...ไอ้เด็กผมขาวอย่างเจ้ามันใจดำจริงๆมารดาเจ้าเถอะ นี่เจ้ากล้าฟันจริงๆ หรือถ้าดาบของเจ้าฟันร่างบิดาขาดเป็นสองส่วนขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะทำอย่างไร?” ดร็อกบากระอักเลือดออกมาคำโต

        “ฮึๆถ้าเจ้ายังมีแรงด่าแบบนี้แสดงว่าเจ้าไม่เป็นอะไรมาก” เพียร์ซถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขาหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบน้ำยาวิเศษขวดสีแดงออกมาเทใส่ปากกร็อกบาแล้วพูดว่า“นี่มันไม่ใช่ความคิดของเจ้าหรอกหรือ? เจ้าจับไอ้เด็กผมเหลืองไว้แน่นทำให้มันไม่มีโอกาสหนีไปได้และทำให้ข้าได้มีโอกาสใช้ดาบสังหารมัน...อีกอย่างเจ้าสวมชุดอัศวินโกลเซนต์ทอรัสไว้อยู่ไม่มีทางที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะทำร้ายเจ้าได้!”

        เมื่อได้ดื่มน้ำยาวิเศษสีแดงเข้าไปอาการบาดเจ็บของดร็อกบาก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เขาหายใจเข้าอย่างช้าๆก่อนที่สีหน้าเขาจะดูเคร่งครึมขึ้นมาแบบที่หาได้ยาก “ไม่ผิดโชคดีที่ฝ่าบาทได้ประทานชุดเกราะเหล่านี้ให้แก่พวกเรา ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราสองคนคงได้นั่งดื่มสุรากับยมทูตแน่ๆ ยอดฝีมือระดับสี่ดาวอย่างไรก็ร้ายกาจอยู่ดีถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ถูกพวกเราหลอกล่อให้ใช้คลื่นพลังไปเป็นจำนวนมากเกรงว่าพวกเราสองคนคงไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแน่ๆ!”

        “เทียบกับฝ่าบาทแล้วฝีมือของพวกเรายังห่างไกลจากพระองค์มาก พวกเราต้องพยายามฝึกฝนให้มากกว่านี้เพื่อก้าวให้ทันฝ่าบาท...” เพียร์ซนึกถึงซุนเฟยที่สามารถตัดหัวนักรบระดับสี่ดาวอย่างง่ายดายประหนึ่งกำลังผ่าแตงโม ในใจก็รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา

        “พวกเรารีบไปช่วยท่านบรู๊คกันข้าว่าทางนั้นคงกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่หนักหน่วงมากกว่า...”

        ดร็อกบาลุกขึ้นยืนก่อนจะผิวปากออกมาไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งลอยขึ้นมา ก่อนที่จะปรากฏร่างของเฟลมมิ่งบีตส์สัตว์อสูรระดับสี่ดาวถึงสองตัวทะยานเข้ามาหาพวกเขาจากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นขี่หลังพวกมันแล้วควบทะยานมุ่งหน้าไปหาบรู๊ค

        ……

        “ฆ่า!”

        เมื่อระยะห่างระหว่างตัวเองกับเนินเขามีไม่ถึงสิบเมตรอัศวินหน้าย่นที่กำลังอยู่ในสภาวะโมโหก็อาศัยแรงส่งของม้ากระโดดขึ้นมากลางอากาศเปลวไฟคลื่นพลังสีเงินพลันสว่างจ้าขึ้นมาก่อนที่จะตวัดดาบฟันไปทางกลุ่มคนบนเนินเขา คลื่นดาบมหาศาลสีเงินลอยออกมาจากตัวดาบราวกับงูสีเงินกำลังพุ่งทะยานมาทางพวกเขา

        “ถอยเร็ว...”บรู๊คตะโกนออกมาดังลั่น ทำให้เหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดถอยกลับไป

        ในขณะเดียวกันเขาก็โคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองแล้วอัดคลื่นพลังลงไปในดาบก่อนจะฟันคลื่นดาบออกไปต้าน

        อย่างไรก็ตาม การโจมตีของอัศวินหน้าย่นก็มีเป้าหมายเป็นบรู๊คอยู่แล้วดังนั้นคลื่นดาบทั้งหมดจึงได้พุ่งมาทางบรู๊คเดิมทีคลื่นดาบที่บรู๊คปล่อยออกไปต้านทานมันไม่สามารถต้านทานคลื่นดาบของอีกฝ่ายได้แม้แต่วินาทีเดียว เสียงปุ๊ดๆ…ดังขึ้นมาเบาๆทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย เลือดสาดกระจายประหนึ่งดอกไม้โลหิตกำลังเบ่งบานช่องว่างความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันเกินไป เพียงเสี้ยววินาทีบรู๊คก็เลือดอาบไปทั่วร่าง...

        แต่ถึงอย่างนั้นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองแซมบอร์ดก็ยังคงกัดฟันยืนหยัดอยู่ที่เดิมไม่ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว

        เพราะด้านหลังของเขายังมีทาสอีกสิบกว่าคนที่ยังไม่ได้ข้ามสะพาน

        “ฮ่าๆๆๆ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง นั่นมันพวกทาสชั้นต่ำนี่ ว้าวอย่าบอกนะนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าสู้ตายแบบนี้?” อัศวินหน้าหน้าย่นเป็นคนฉลาดเพียงกวาดสายตามองไปยังสะพานหินที่อยู่ห่างออกไปแค่ครู่เดียวเขาก็สามารถเดาที่มาที่ไปได้แล้ว สีหน้าของเขาเผยรอยยิ้มเหี้ยมโหดออกมา “ฮึๆวันนี้ข้าจะทำลายสิ่งที่พวกเจ้าพยายามปกป้องแทบเป็นแทบตายให้ดูเป็นขวัญตา ฮ่าๆๆๆ!”

        วันนี้เขาหงุดหงิดมาในใจต้องการหาที่ระบาย

        เมื่อพูดจบดาบก็เคลื่อนไหวทันที เขาปล่อยลำแสงสีเงินจู่โจมไปที่ร่างของบรู๊คเพื่อตัดแขนและขาของเขาทิ้งแต่อัศวินหน้าย่นก็ไม่ได้คิดที่จะฆ่าบรู๊คในทันทีเขาจะปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่อีกสักพักเพื่อดูเมืองแซมบอร์ดของมันมอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าสุดท้ายค่อยตัดหัวของมันเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง

        บรู๊คกำดาบในมือแน่นเขาไม่คิดที่จะถอยหนี

        แต่เพราะได้รับบาดเจ็บหนักทำให้การเคลื่อนไหวของเขาติดขัดมาก

        ข้างกายของเขาไม่มียอดฝีมืออยู่เลยสักคนทั้งแลมพาร์ดและ 'สองอสุรกาย' ต่างก็ถูกเขาส่งไปก่อกวนศัตรูเพื่อให้มันแบ่งกำลังทัพออกไปบ้างหากพวกเขากลับมาไม่ทัน...เขาคงไม่รอดแน่ๆ!

        แต่ทันใดนั้นเองเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

        ฟุ่บๆๆๆ!

        ลูกธนูที่ปกคลุมด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟถึงสี่ดอกทะยานออกมาขวางไว้ทันทีที่ลำแสงสีเงินปะทะเข้ากับลูกธนูก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงพวกเขาสามารถมองเห็นคลื่นกระแทกได้อย่างชัดเจน

        “ยอดฝีมือ?ใครกัน?” อัศวินหน้าย่นพลันตื่นตกใจขึ้นมา

        ในเมืองแซมบอร์ดยังมียอดฝีมือเหลืออีกหรือ?

        ดูจากความผันผวนของเวทมนตร์ที่ปกคลุมลูกธนูทั้งสี่ดอกแล้วอย่างน้อยๆ ก็น่าจะอยู่ในระดับสี่ดาวขึ้นไป ทำไมอาณาจักรบริวารระดับหกเล็กๆ แห่งนี้ถึงได้ซุกซ่อนยอดฝีมือไว้มากขนาดนี้?

        -----------------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน